วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต วันที่ 10 ส.ค..54

เทศบาลเมืองป่าตองประชุมสภาสมัยสามัญสมัยที่ 3 ครั้งที่ 2 ผ่านงบกว่า 300 ล้านบาทพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 8 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมพระพิสิฎฐ์กรณีย์ เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้มีการประชุมสภาเทศบาลเมืองป่าตอง สมัยสามัญ สมัยที่ 3 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 เพื่อพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 และพิจารณาร่างเทศบัญญัติเทศบาลเมืองป่าตอง เรื่อง การควบคุมและการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ซึ่งทางสภาเทศบาลเมืองป่าตอง มีมติรับหลักการแห่งร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 และร่างเทศบัญญัติเทศบาลเมืองป่าตอง เรื่อง การควบคุมและการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. .....โดยมีนาย ธานินทร์ อรรถทรัพย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองป่าตอง เป็นประธานการประชุม และมีนาย เปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ เทศบาลเมืองป่าตองเข้าร่วม
            ทั้งนี้ที่ประชุมได้ผ่านความเห็นชอบเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 ซึ่งได้มีการตั้งจ่ายเป็นเงินจำนวนรวม302,892,200 บาท ประกอบด้วย ด้านการเศรษฐกิจ ด้านการดำเนินงานอื่นๆ ด้านบริการชุมชนและสังคม และด้านการบริหารงานทั่วไป และได้ประมาณการรายรับไว้รวมประมาณ 303,170,000 บาท ทั้งรายได้จากหมวดภาษีอากร หมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต หมวดรายได้จากทรัพย์สิน หมวดรายได้จากสาธารณูปโภคและการพาณิชย์ หมายรายได้เบ็ดเตล็ด และรายได้ที่รัฐบาลเก็บแล้วจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในหมวดภาษีจัดสรรและรายได้ที่รัฐบาลอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไป
            ขณะเดียวกันยังได้เห็นชอบร่างเทศบัญญัติเทศบาลเมืองป่าตอง เรื่อง การควบคุมและการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. ..... ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันชุมชนในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นทำให้น้ำเสียและของเสียที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและป้องกันเกี่ยวกับการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ประกอบกับพระราชบัญญัติ การสาธารณสุข พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ได้ประกาศใช้และให้ท้องถิ่นตราเทศบัญญัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อให้การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายเพื่อให้การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเป็นไปอย่างเคร่งครัด เทศบาลเมืองป่าตองจึงจำเป็นต้องตราเทศบัญญัติดังกล่าวขึ้น
***  สาลินี  ปราบ/สนับสนุนข่าว  โสภณ  เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------------------
ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  ลงพื้นที่ตรวจราชการ ตม. ภูเก็ต

เมื่อเวลา  10.00 น. วันนี้ (9 ส.ค. 54)   พล.ต.ท.วิบูลย์   บางท่าไม้  ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต  เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย  แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  จ.ภูเก็ต โดยมี  พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์   ร่วมรักษ์    ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต  ให้การต้อนรับ  พร้อมบรรยายสรุปถึงการปฎิบัติงานในพื้นที่   ในเรื่องของแรงงานต่างชาติที่เข้ามาใช้แรงงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต  ทั้งสามสัญชาติ คือ  พม่า  ลาว และกัมพูชา
              พล.ต.ท.วิบูลย์  บางท่าไม้  ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการลงพื้นที่ตรวจราชการในครั้งนี้ว่า  เพื่อเป็นการมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต      ในเรื่องของการปฏิบัติงานเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาใช้แรงงานในประเทศไทยขณะนี้   ซึ่งหากตรวจพบแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียนก็จะต้องทำการจับกุมทันที   แต่วิธีการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวในขณะนี้  ยังไม่ดีพอ  เพราะมีแค่ระบบ IMM ซึ่งปลายเดือนกันยายนนี้   จะมีการนำเครื่องตรวจสอบระบบใหม่มาใช้งาน   ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ดีกว่า  เพราะมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกันทั่วประเทศ
***  โสภณ  เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว /ทาน  ดวงพร  สุเด็น / พิมพ์
--------------------------------------
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพบปะพี่น้องมุสลิม ต.ราไวย์ ในช่วงรอมฎอน ตามโครงการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมการถือศีลอดในเดือนรอมฏอน ปี 2554
  เมื่อคืนวันที่ 8 สิงหาคม 2554  ณ มัสยิดเอ้าวาลุ้ลฮีดายะห์ (บางคณฑีล่าง) หมู่ที่ 5 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต  นายตรี  อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนเขตพื้นที่ตำบลราไวย์ ในโครงการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวมุสลิม จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 โดยมี นายวีระวัฒน์  จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายบำรุง สำเภารัตน์ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ต ตลอดจน ภาคส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น อิหม่าม และประชาชน เข้าร่วม        
        ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมพบปะพูดคุยพร้อมรับประทานกับ โต๊ะอิหม่าม และประชาชนในพื้นที่  จากนั้นได้ร่วมกันมอบอินทผาลัม  น้ำตาลและสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการละศีลอดแก่ประชาชนในพื้นที่ของมัสยิด
***  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ  ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว/ภาพ   เสงี่ยม  เอียดตน/พิมพ์
-------------------------------
กาชาดร่วมชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำจังหวัดภูเก็ต จัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่ผู้ต้องขังหญิง
                เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 ส.ค. 54 ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต นางลัดดา โอภาสกรกุล ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำจังหวัดภูเก็ต สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานเปิดงานจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่ผู้ต้องขังหญิง จำนวน  193 คน โดยมีนางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต  พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายระพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม              นางลัดดา โอภาสกรกุล ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำจังหวัดภูเก็ต สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่ผู้ต้องขังหญิง ว่า ตามคณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2554 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้มีมติเห็นชอบการจัดงานเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่ผู้ต้องขังหญิง ผู้ตกงาน-ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส โดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯได้มอบหมายให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด เป็นแกนนำในการร่วมจัดงานกับประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ และนายกสมาคม/ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อถวายความจงรักภัคดีและทูลเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลในปีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระชนมพรรษา 79 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2554
***   สารภี  ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
กฟภ.ภูเก็ต เล็งเห็นการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม จัดกิจกรรมปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนและมอบสิ่งของ- อาหารกลางวันแก่โรงเรียนบ้านกู้กู

                วันนี้ (9 ส.ค. 54) ที่โรงเรียนบ้านกู้กู อ. เมือง จ. ภูเก็ต นายมานิต  วัฒนเสน ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและรับผิดชอบต่อสังคม เป็นประธานในพิธีมอบโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนและมอบสิ่งของ-อาหารกลางวันให้กับโรงเรียนบ้านกู้กู โดยมีนายสมชาย  เครือแพทย์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต นายชลิต  คันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกู้กู ผู้บริหารและพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต  คณะครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านกู้กู เข้าร่วม
                นายสมชาย  กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต ได้จัดทำโครงการ ปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนและมอบสิ่งของ-อาหารกลางวันให้กับโรงเรียนบ้านกู้กู ตามนโยบายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเรื่องของการมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อสังคม  โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า  ระบบจำหน่ายไฟฟ้าภายในโรงเรียน บางส่วนชำรุด  เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานแต่โรงเรียนไม่มีงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต จึงจัดทำโครงการฯ ขึ้นเพื่อให้โรงเรียนมีอุปกรณ์และมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าภายในโรงเรียนที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรและนักเรียน โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15-31 กรกฎาคม 2554 ส่วนโครงการอาหารกลางวันจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียน ได้รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและลดภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการโครงการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต การไฟฟ้าสาขาป่าตอง และจากการสนับสนุนของผู้มีจิตศรัทธา
***  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน/พิมพ์
---------------------------------
อบต.กมลา  ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ตามโครงการ หนึ่งคน  หนึ่งต้น  หนึ่งฝน  บริเวณเขาเก็ตหนี แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 เวลา 09.00 น. บริเวณเทือกเขาเก็ตหนี อ. กะทู้ จ. ภูเก็ต นายวีระวัฒน์  จันทร์เพ็ญ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในกิจกรรมปลูกป่า ตามโครงการ “หนึ่งคน หนึ่งต้น หนึ่งฝน เพื่อปวงชนชาวไทย “ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ”  โดยมีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต  นายจุฑา ดุมลักษณ์ นายก อบต.กมลา ตลอดจนหน่วยต่าง ๆ ทั้งภาคส่วนราชการ และภาคเอกชน รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วม
นายจุฑา  กล่าวว่า โครงการหนึ่งคน หนึ่งต้น หนึ่งฝน เพื่อปวงชนชาวไทย “ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ”   จัดขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา ซึ่งมีกิจกรรมการปลูกต้นไม้ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดลงในอ่างน้ำเก็ตหนี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อปลูกป่า และฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์ ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดภูเก็ต โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ร่วมมือร่วมใจกันปลูกป่า และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
นายจุฑา  ยังได้กล่าวอีกว่า “ปัจจุบันปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ อยู่ในขั้นวิกฤตและส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ดังนั้น การป้องกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ที่เหลือให้คงอยู่ และให้ได้รับการฟื้นฟูให้คืนความอุดมสมบูรณ์ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนและประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลกมลา ทั้งนี้ ทางอบต.กมลา ก็ได้รับการสนับสนุนจากทางจังหวัดภูเก็ต และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ในด้านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคอย่างเต็มที่ จึงต้องขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งมา ณ โอกาสนี้”
***  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน/พิมพ์
--------------------------------------
จังหวัดภูเก็ตเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือสร้างโครงการทางเลี่ยงเมือง หลังกรมทางหลวง เสนอทางเลือกรูปแบบของการสร้างถนน  3 ทาง

                วันนี้ (9 ส.ค. 54) ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ นายตรี  อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมโครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวง  หมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) กับทางหลวงหมายเลข 402 (ทางเลี่ยงเมืองภูเก็ต) โดยมีนายเกษม  ศรีวรานันท์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง   นายกนก  เข็มนาค  ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม  ตัวแทนหอการค้าภูเก็ต ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วม
                นายเกษม  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวง  หมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) กับทางหลวงหมายเลข 402 (ทางเลี่ยงเมืองภูเก็ต)  ว่า ได้จัดทำขึ้นเพื่อสำรวจและออกแบบรายละเอียด จัดเตรียมเอกสารข้อมูลประกอบการประกวดราคาและประเมินราคา พร้อมกำหนดขอบเขตลงระวางโฉนดเพื่อจัดกรรมสิทธิ์  (ถ้ามี) สำหรับโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) กับทางหลวงหมายเลข 402 (ทางเลี่ยงเมืองภูเก็ต) เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความสมบูรณ์ทางด้านวิศวกรรม สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม  โดยพื้นที่ศึกษาโครงการเป็นพื้นที่บริเวณสามแยกบางคู บนทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) กม. 8+211 ซึ่งเป็นจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 402 (ทางเลี่ยงเมืองภูเก็ต) อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านบางคู และหมู่ที่ 3 บ้านบางเหนียวของตำบลเกาะแก้ว อ. เมือง จ. ภูเก็ต
                โดยรูปแบบทางเลือกเบื้องต้นมี 3 ทางเลือกประกอบด้วย ทางเลือกที่ 1 เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสำหรับสามแยกที่มีช่องทางต่อเชื่อมกึ่งตรง โดยจะมีส่วนโครงสร้างยกข้ามกระแสจราจรสองระดับ สำหรับโครงการนี้กำหนดให้ทิศทางเลี้ยวขวาจากสนามบินภูเก็ตไปทางเลี่ยงเมือง เป็นโครงสร้างยกระดับขนาด 2 ช่องจราจรและรถเลี้ยวขวาจากทางเลี่ยงเมืองภูเก็ตเป็นโครงการสร้างยกระดับขนาด 1 ช่องจราจร รูปแบบนี้จะมีความเหมาะสมหากปริมาณจราจรของทั้งสองทิศทางมีปริมาณใกล้เคียงกัน ส่วนรูปแบบทางเลือกที่ 2 เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากสำหรับสามแยกเป็นรูปแบบ T-type ที่มีช่องทางทางต่อเชื่อมวน มีลักษณะช่องจราจรสำหรับรถเลี้ยวขวาเป็นโครงสร้างยกข้ามช่องทางรถผ่านตรง โดยกำหนดให้รถในทิศทางเลี้ยวขวาจากทางเลี่ยงเมืองเข้าตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณจราจรน้อยกว่าให้ผ่านช่องทางต่อเชื่อมวนขนาด 1 ช่องจราจร และทิศทางรถเลี้ยวขวาจากสนามบินภูเก็ตไปทางเลี่ยงเมืองซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณรถมากกว่าให้ผ่านช่องทางต่อเชื่อมกึ่งตรง ขนาด 2 ช่องจราจร เพื่อให้รถสามารถใช้ความเร็วได้สูง รูปแบบนี้เหมาะกับการให้บริการจราจรที่มีปริมาณรถผ่านตรงในระดับต่ำถึงปานกลาง มีพื้นที่จำกัดในมุมใดมุมหนึ่ง ใช้พื้นที่ก่อสร้างพอสมควรแต่ค่าก่อสร้างต่ำกว่าแบบทางเลือกที่ 1 และรูปแบบทางเลือกที่ 3 รูปแบบสะพานข้ามแยก เป็นการกำหนดให้เส้นทางที่มีปริมาณจราจรมากคือเส้นทางเลี้ยวขวาจากถนนเทพกระษัตรีเข้าถนนเลี่ยงเมืองภูเก็ตเป็นถนนระดับดิน และก่อสร้างสะพานตามแนวถนนเทพกระษัตรี เป็นสะพานข้ามทางแยกขนาด 4 ช่องทางจราจร ส่วนรถจากถนนเลี่ยงเมืองภูเก็ตที่จะเลี้ยวขวาเข้าเมืองภูเก็ต ที่มีปริมาณค่อนข้างน้อยให้เลี้ยวซ้ายและไปกลับรถเพื่อเข้าเมืองภูเก็ต หรืออาจใช้การบริหารสัญญาณไฟจราจรที่บริเวณทางแยก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาปริมาณการจราจรบริเวณทางแยก

ด้านหน่วยงานต่าง ๆ หลังจากได้มีการแสดงความคิดเห็น ได้สรุปในภาพรวมว่าไม่ต้องการที่จะให้ก่อสร้างเป็นสะพานยกระดับ เพราะจะเป็นการทำลายทัศนียภาพของเมืองท่องเที่ยว ควรจะเป็นในลักษณะทางลอดมากกว่า  รวมถึงควรที่จะศึกษาไปจนถึงบริเวณแยกเกาะแก้ว เพราะเป็นจุดที่มีปัญหาจราจรติดขัดอย่างมากโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน รวมถึงควรศึกษาการเพิ่มเติมเส้นทางจราจรเข้าออกตัวเมืองภูเก็ตเพิ่มและการแก้ปัญหาไม่ควรจะทำเพียงจุดใดจุดหนึ่งแต่ควรมองปัญหาทั้งระบบ
***  โสภณ  เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน /พิมพ์  
-----------------------------
เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ให้ความรู้คนประจำเรือรุ่นที่ 2 ตามโครงกาอันดามันปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุทางน้ำหวังลดอุบัติเหตุทางน้ำสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2554 ที่ โรงแรมคาทีน่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต จัดโครงการอบรมคนประจำเรือ รุ่น 2 โดยมี นาย นิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิด เพื่อเฉลิมพระเกียติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำให้เป็นสากลและไร้อุบัติเหตุทางน้ำในฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน
            นาย ภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผ็อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีลักษณะเป็นเกาะ พื้นที่ทั้งหมดติดชายฝั่งทะเล ดังนั้นการขนส่งทางน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางน้ำ สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก ความปลอดภัยของผู้ที่เดินทางทางเรือจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการตัดสินใจมาเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ต
            สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับ ดูแลความปลอดภัยในกับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทางทะเล คนประจำเรือเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะทำให้การเดินทางทางน้ำได้มีความปลอดภัยได้ที่มาตรฐานสากล และเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 84 พรรษา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและเป็นการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ จึงได้ดำเนินโครงการ “อันดามันปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุทางน้ำ” ขึ้น โดยบูรณาการการทำงานกับทุกกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางทางเรือให้เป็นสากล โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ไม่เกิดอุบัติเหตุทางน้ำในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน 
***จีรวัฒน์  บำเพ็ญวโรดม/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------
นายกฯ รัษฎา นำนักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน บริเวณจุดชมลิง 

วันนี้( 9 ส.ค.54 ) ที่บริเวณจุดชมลิง ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา เป็นประธานกิจกรรมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน  บริเวณจุดชมลิง ซึ่งกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลรัษฎา จัดขึ้น มีนายเชาวเลิศ จิตจำนงค์ รองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเทศบาลตำบลรัษฎา นักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะสิเหร่ โรงเรียนบ้านกู้กู และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยการร่วมกันปลูกป่าชายเลนเต็มพื้นที่บริเวณจุดชมลิง
               นายสุรทิน กล่าวว่า ป่าชายเลนเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่จำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ และเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของเทศบาลที่จะต้องดูแล และรักษาไว้ ป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เช่น เป็นแหล่งอาหาร และอนุบาลสัตว์อ่อน เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ช่วยป้องกันพายุ ป้องกันคลื่นลม ป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง เป็นต้น แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนในเขตเทศบาลตำบลรัษฎา มีจำนวนลดน้อยลงไปมาก เนื่องจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากป่าโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นและพื้นที่ป่าชายเลนมีแนวโน้มจะลดลงมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต จากปัญหาดังกล่าว เทศบาลตำบลรัษฎา ได้ตระหนักถึงปัญหาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนให้คงสภาพความอุดมสมบูรณ์เพื่อพลิกฟื้นและสร้างความสมดุลให้สัตว์น้ำให้คงอยู่ได้ และจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีอาชีพจับสัตว์น้ำได้มีอาชีพและมีรายได้ต่อไป และให้สอดคล้องกับนโยบายของ จ.ภูเก็ต ที่จัดให้มีโครงการ 1 ตำบล 1 ป่าชุมชน เฉลิมพระเกียรติ   
                 กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลรัษฎา จึงได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนในเขตพื้นที่ตำบลรัษฎา ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหามหาราชินี และเพื่อต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมทั้งปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชน ประชาชน ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนร่วมกัน และได้ตระหนักถึงประโยชน์และคุณค่าของป่าชายเลน และการรักษาความสะอาดและการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ในเขตเทศบาลที่ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยดูแลรักษาไว้ 
***สารภี  ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข่าววันที่ 9 ส.ค.54

อบต. ฉลอง จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี

                เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา นายสมเกียรติ  สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานเทิดพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี ครั้งที่ 14  ขององค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง ประจำปี 2554 โดยมีนายณัฏฐ์พงศ์  วิมลพันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง พนักงาน ข้าราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลฉลอง พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วม
                นายณัฏฐ์พงศ์  กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์การบริหารส่วนตำบลฉลองและประชาชนทุกหมู่เหล่าจึงได้ร่วมใจกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคมขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ยังความร่มเย็นเป็นสุข แก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า
                สำหรับกิจกรรมประกอบด้วย พิธีสงฆ์และทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 79 รูป  พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  การแสดงบนเวที
*** โสภณ  เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน/พิมพ์
--------------------------------
อบจ.ภูเก็ต ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2554 เวลา 09.00 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายชยต วิสารทพงศ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายสุเมธ อำภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายอธิพงษ์ คงนาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอก ตลอดจน หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา กลุ่มพลังมวลชน สถานประกอบการโรงแรม องค์กรเอกชน และประชาชนทั่วไป จำนวนกว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ป่าชายเลนบ้านท่าหลา ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมี นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน
การจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอก และโรงเรียนวีรสตรีอนุสรณ์ โดยดำเนินการปลูกป่าไม้ชายเลน ประกอบด้วย โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก จำนวน 10,000 กล้า และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 500,000 ตัว ทั้งนี้ เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนที่เสื่อมโทรมให้มีความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงป้องกันการพังทลายของดิน ปรับปรุง บำรุง ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ แก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม เพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดภาวะโลกร้อนของจังหวัดภูเก็ตให้บรรลุผลตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเป็นการปลูกจิตสำนึกของคนในจังหวัดภูเก็ตให้มีความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ ได้มีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่แม่ดีเด่น ตำบลป่าคลอก เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2554 ด้วย.
***  ปชส.อบจ. ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน /พิมพ์
------------------------------
อบจ.ภูเก็ต ร่วมพิธีวางพวงมาลา เนื่องในงาน “วันรพี”

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2554 เวลา 07.50 น. นายรังสรรค์ คงทอง ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต และข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาต่อพระรูปกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เนื่องในงาน “วันรพี” ณ บริเวณหน้าอาคารศาลแรงงานภาค 8 (อาคารศาลจังหวัดภูเก็ตเดิม) ซึ่งมี นายเอกชัย ชินณพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 8 เป็นประธานในพิธี
 สำหรับ “วันรพี” ตรงกับวันที่ 7 สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักนิติศาสตร์ และทรงวางระบบแบบแผนศาลยุติธรรม รวมถึงทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอันเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตลับ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2417 เมื่อทรงพระเยาว์ทรงศึกษาวิชาภาษาไทย ณ ประเทศอังกฤษ 3 ปี เสด็จกลับมาอยู่ประเทศไทย 1 ปี แล้วเสด็จกลับไปศึกษาวิชากฎหมาย ณ สำนักไครสต์เชิร์ช มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาเกียรตินิยม แล้วเสด็จกลับมารับราชการในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม จนกระทั่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2463 ซึ่งพระชนมายุได้ 47 พรรษา.
*** ปชส.อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
-------------------------------
พ่อค้าหมูภูเก็ตโอดหมูแพงทำยอดขายลดฮวบ ขณะที่ราคายังจำหน่ายต่ำกว่าทุน

                สำหรับบรรยากาศการจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังกระทรวงพาณิชย์ ประกาศควบคุมราคาหมูหน้าเขียงเนื่องจากราคาจำหน่ายหมูมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และจากการสำรวจตลาดจำหน่ายหมูในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะที่ตลาดสดสาธารณะ 1 เทศบาลนครภูเก็ต ถนนระนอง  อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบว่าวันนี้ (8 ส.ค.) การจำหน่ายเนื้อหมูในตลาดเป็นไปด้วยความเงียบเหงามีคนซื้อน้อยมาก  พ่อค้า-แม่ค้าจำหน่ายหมูชำแหละ ในราคาต่ำกว่าราคาควบคุม โดยเนื้อสันจำหน่ายกิโลกรัมละ 160 บาท เนื้อหมูติดมันกิโลกรัมละ 130  บาท เนื้อหมูสามชั้น 150 บาท  ซึ่งถูกกว่าราคาควบคุมที่กำหนดให้จำหน่ายอยู่ที่ 162 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาจำหน่ายเนื้อหมูในตลาดนัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่กิโลกรัมละ 160-180 บาท 
                นายมรกต  แสงมณี พ่อค้าหมูตลาดสด  ถนนระนองสาธารณะ 1 เทศบาลนครภูเก็ต ถนนระนอง   กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถขึ้นราคาเนื้อหมูได้ ทั้งๆที่รับซื้อมาในราคาสูงที่ขึ้น แต่ก็ยังจำเป็นต้องขายในราคาเดิม เพราะถ้าปรับราคาสูงกว่านี้คนซื้อก็จะไม่ซื้อ และราคาที่จำหน่ายอยู่ขณะนี้ชาวบ้านก็บ่นว่าราคาแพง ทำให้ยอดขายหมูลดลงอย่างเห็นได้ชัด เดิมจำหน่ายอยู่วันละ 12 ตัว ขณะนี้ลดเหลือวันละประมาณ 6-10 ตัวเท่านั้น สาเหตุที่ยอดขายลดลงก็เนื่องจากราคาหมูปรับตัวสูงขึ้นทำให้คนซื้อ ซื้อน้อยลงบางคนเปลี่ยนไปซื้อสินค้าชนิดอื่นที่ทดแทนกันได้   ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารายอื่นก็เช่นกันต่างก็มียอดขายลดลง
***  อำนวย  ทองสม/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------
เทศบาลนครภูเก็ตซ้อมแผนหนีไฟไหม้ในอาคารตลาดสด หวังพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (8 ส.ค.54) ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลนครภูเก็ต 1 ถ.ระนอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ตได้ฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟขึ้น โดยสมมุติให้มีเหตุไฟไหม้ขึ้นที่บริเวณชั้นใต้ดินของตลาดสด ซึ่งเป็นชั้นที่จำหน่ายอาหาร ได้เกิดไฟไหม้ที่แก๊สปรุงอาหารของแม่ค้า เจ้าหน้าที่พยายามที่จะดับไฟแต่ไม่สามารถดับไฟได้ จึงได้แจ้งเหตุไฟไหม้ไปยังส่วนงานดับเพลิงของเทศบาลนครภูเก็ต พร้อมทั้งอพยพพ่อค้า แม่ค้า ที่ค้าขายอยู่ในตลาดสดออกจากภายในอาคารทั้งหมด ขณะที่รถดับเพลิงก็ได้เข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ในที่สุด
              ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความพร้อมในส่วนของเจ้าหน้าที่ พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในพื้นที่ตลาดสดเทศบาล รวมทั้งเพื่อให้เกิดการประสานงานระหว่างคณะกรรมการตลาดสดเทศบาลกับเทศบาล และหน่วยงานอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัยและดำเนินการตามแผนอพยพ และเพื่อลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและรัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ตลาดสดเทศบาลในระบบและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย
              นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า อาคารตลาดสดสาธารณะ 1หรือตลาดบ้านซ้าน เป็นอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ที่จะต้องดำเนินการไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารตามพรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติม และให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้าง ซึ่งในแต่ละวันจะมีประชาชนทั่วไป กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าและลูกจ้างในตลาดสด หากมีเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นภายในอาคารตลาดสด อาจสร้างความตื่นตระหนกตกใจ ให้แก่ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการร้านค้า และลูกจ้างที่มาใช้บริการและประกอบอาชีพอยู่ภายในอาคารตลาดสด และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงได้ หากขาดการเตรียมการและไม่ผ่านการฝึกอบรมด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัยขั้นต้น รวมถึงการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟภายในอาคารมาก่อน อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายได้
               ดังนั้นการที่ได้ฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟในอาคารตลาดสดสาธารณะ 1 นับเป็นผลดีเพื่อให้ประชาชนที่มาใช้บริการจับจ่ายใช้สอย กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าและลูกจ้างที่ประกอบอาชีพอยู่ในตลาดสดปฏิบัติตนได้ถูกต้องเมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้นภายในอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของคณะผู้บริหารเทศบาลนครภูเก็ตชุดปัจจุบันที่กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “สร้างนครภูเก็ตให้เป็นนครแห่งความสุข และน่าอยู่อย่างยั่งยืน”
***อำนวย  ทองสม/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
ชมรมธนาคาร B จุดโทษชนะทีม A อย่างสนุก 7-6  คว้าถ้วยวันรพี ปี 54 ตามคาด ขณะที่อันดับ 2  ทีมปกครองสมใจหมายได้ถ้วยปลอบขวัญ               เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่  6  สิงหาคม 2554 นายปกรณ์   รัตนพิทย์    ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตบอลประเพณี”รพี” โดยมีนายปิยะวุฒิ  เครือจันทร์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายระพินทร์          ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต นายวิโรจน์   สุวรรณวงศ์    ป้องกันจังหวัดภูเก็ต   และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆร่วมที่สนามภูเก็ตซอคเกอร์อารีน่า จังหวัดภูเก็ต
              นายปกรณ์  กล่าวว่าการแข่งขันฟุตบอลวันรพีประจำปี 2554 เป็นที่ทราบการดีอยู่แล้วว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หรือที่เราขนานพระนามทานว่าพระบิดาแห่งกฎหมายไทย ท่านทรงมีพระคุณต่อกิจการกฎหมายในบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวงและเมื่อถึงวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน วันที่ สิงหาคมของทุกปี บรรดานักกฎหมายทั้งปวงได้พร้อมใจกันทั่วประเทศจัดงานวันรพี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระท่านให้ดำรงอยู่ในความทรงจำของประชาชนคนไทย                ในการจัดการแข่งขันกีฬา นอกจากนักกีฬาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนจะได้ประโยชน์ทางด้านร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยแข็งแรงแล้วความสุกสนานรื่นเริง ยังช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าและความเครียดจากการทำงานที่สำคัญยังเป็นการเชื่อมความสามัคคีของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบิดาแห่งกฎหมายไทยด้วย
                อย่างไรก็ตามสำหรับทีมที่เข้ามาแข่งขัน ประกอบด้วยทีมศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลแรงงาน 8 ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ตA และ  B ทีมชมรมธนาคาร AและBทีมที่ดินจังหวัดภูเก็ต ทีมตำรวจ A และB   ทีมปกครอง Aและ B  ทีมเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ทีมสถานพินิจ+บังคับคดี 
               และวันที่ 6 สิงหาคม 2554 เป็นการแข่งขันฟุตบอลรอบก่อนชนะเลิศ  ระหว่างทีมปกครอง A พบกับทีมชมรมธนาคาร A ปรากฏว่าในเวลา เสมอ 2-2 ประตู  ดวลจุดโทษทีมชมรมธนาคาร A  ชนะทีมปกครอง A   4-3  ประตู   ทางด้านทีมปกครอง B พบกับทีมชมรมธนาคาร B  ผลปรากฏว่า  ทีมชมรมธนาคาร B ชนะทีมปกครอง  B 3-2  ประตู             
               และในคู่ชิงชนะเลิศอันดับ 2  ระหว่างทีมปกครอง A พบกับทีมปกครอง  B ในเวลา  เสมอ 6-6 ประตู  จุดโทษทีมปกครอง  B   ชนะทีมปกครอง A  11-9    ปะตู ส่วนคู่ชิงชนะเลิศ  ทีมชมรมธนาคารA  กับ ทีมชมรมธนาคาร B ผลปรากฏว่าในเวลา   4-4 ประตู จุดโทษ ทีมชมรมธนาคาร B ชนะทีมชมรมธนาคาร A   7-6   ประตู
                ขณะที่ถ้วยรางวัลมารยาทยอดเยี่ยม ได้แก่ทีมคุมประพฤติ ถ้วยรางวัลดาวซัลโวสูงสุด ได้แก่ พ.ต.ท.นิกร  ชูทอง  สวป.สภ.กะทู้ จากทีมตำรวจ A  ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ทีมปกครอง B  ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมชมรมธนาคารA และถ้วยรางวัลชนะเลิศวันรพี ได้แก่ทีมชมรมธนาคาร B ตามคาด 

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข่าววันที่ 8 ส.ค.54

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะทู้ จับเครือข่ายแก๊งครบวงจรทั้งลักรถ ลักทรัพย์ตามเคหะสถาน และยาเสพติด รายได้ได้ของกลางทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ ซากรถ อะไหล่ จำนวนมากพร้อมอุปกรณ์ทำสีรถ               
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 6 ส.ค. 54  พ.ต.อ.โกมล วัตราภรณ์ รอง.ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ พ.ต.ท.กิตติพงศ์   คล้ายแก้ว รอง.ผกก.สภ.กะทู้ พ.ต.ท.ปรัชญา จันทร์สมวงศ์ รอง.ผกก.สภ.กะทู้ พ.ต.ท.ธรรมสรรค์  บุญทรง สว.สส.สภ.กะทู้ แถลงผลการจับกุมแก๊งค์อาชญากรรมรายใหญ่ที่เป็นทั้งเครือข่ายลักรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ลักทรัพย์ตามเคหะสถานต่าง ๆ รับซื้อขายของโจร และจำหน่ายยาเสพติด ในพื้นที่หาดป่าตอง และในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้ผู้ต้องหา 6 คน มีทั้งชาวไทยและชาวพม่า โดยมีนายสุทัศน์ หรือทัช โสปัญหาริ อายุ 22 ปี  ชาว จ.ภูเก็ต เป็นหัวหน้าแก๊งค์พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ที่ลักมาจำนวน 8 คัน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ที่ชำแหละแล้วอีก 4-5 คัน ถังลมอีก 2 ตัว อุปกรณ์ในการชำแหละรถอุปกรณ์พ่นสีรถอีกจำนวนมาก รถยนต์กะบะหมายเลขทะเบียน หมายเลขทะเบียน กษฉ-605 จ.ภูเก็ต ของนักธุรกิจชาวต่างประเทศอีก 1 คัน และรถที่ต้องสงสัยว่ามีการโจรกรรมมาอีก 6 คัน
              พ.ต.ท.ธรรมสรรค์  บุญทรง สว.สส.สภ.กะทู้  กล่าวว่าชุดสืบสวน สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.อาระพันธ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ ให้เร่งทำการสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งค์ลักรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในพื้นที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เนื่องจากมีรถจักรยานยนต์ รถยนต์ของประชาชนและนักธุรกิจของชาวต่างประเทศสูญหายไปจำนวนหลายราย คาดว่าจะนำรถไปขายให้แรงงานต่างด้าวที่รับจ้างอยู่ตามสวนต่าง ๆ เพราะประชาชนแจ้งมาว่าแรงงานพม่ามีรถจักรยานยนต์ขับจำนวนมาก จึ่งทำการออกสอบสวนและพบว่ามีรถจักรยานยนต์อีซุซุ ไม่ติดป้ายทะเบียนเลขวิ่งผ่านจึ่งได้เรียกทำการตรวจสอบปรากฎว่าเป็นชาวพม่าชื่อนายโซอ๋อง อายุ 36 ปี และรับสารภาพว่ารถไม่มีทะเบียน และซื้อมาจากนายซ้ออู่ ชาวพม่าด้วยกัน จึ่งขยายผล ติดตามไปจับกุมนายซ้ออู่ได้ และนายซ้ออู่รับสารภาพว่าซื้อมาจากนายเทียนพูล ชาวพม่าด้วยกัน จึ่งทำการจับนายเทียนพูลได้ที่สวนใกล้ ๆ กัน นายเทียนพูลรับสารภาพว่าซื้อมาจากชาวไทยชื่อนายทรงวุฒิ คงประกอบ อายุ 35 ปี ชาว จ.ภูเก็ต  เจ้าหน้าที่จึ่งเดินทางไปจับนายทรงวุฒิ ได้ที่บ้านพัก ที่ ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ด้านนายทรงวุฒิ ระบุว่าซื้อมาจากนายสุทัศน์ เจ้าหน้าที่จึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านนายสุทัศน์ ปรากฎว่าพบนายสุทัศน์กำลังขัดสีรถยนต์กะบะที่โจรกรรมมาจากบ้านนักธุรกิจชาวต่างประเทศอยู่ ในบริเวณหน้าบ้านพบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาอีก 8 คัน ซากรถและอะไหล่รถอีกจำนวนมาก และยังพบนายสายชล พนมใหญ่ อายุ 29 ปี กำลังเสพยาไอช์อยู่บนรถยนต์กะบะด้วย จึ่งทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางมาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง  ซึ่งจากการสอบสวนนายสุทัศน์ หัวหน้าแก๊งค์ให้การรับสารภาพว่าเป็นหัวหน้าแก๊งค์อาชญากรรมครบวงจรจริง โดยทั้งลักรถยนต์ รถจักยานยนต์ และลักทรัพย์ตามเคหะสถาน อีกทั้งรับซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาด้วย มีทั้งที่จ่ายเงินสดให้และแลกเปลี่ยนเป็นยาเสพติดชนิดต่างๆ  ส่วนรถที่โจรกรรมได้หรือที่รับซื้อมาจะนำไปขายต่อให้แรงงานพม่าคันละ 2,000-4,000 บาท บางส่วนชำแหละเป็นอะไหล่ขาย ซึ่งทำมานานแล้ว
*** วิเชียร  อุตส่าห์/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน 
////////////////////////////////////////////
อบจ.ภูเก็ต ประชุมร่างแผนพัฒนาสามปี ครั้งที่ 4 ประจำปี 2554
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เวลา 10.00 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 4 ประจำปี 2554 โดยมี นายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายสนธยา สุนธารักษ์ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วม ณ ห้องประชุมสภา อบจ.ภูเก็ต
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้สรุปโครงการภายใต้แนวทางการพัฒนาแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2554-2556) (เพิ่มเติม) ฉบับที่ 2 ว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสาธารณสุข แนวทางการพัฒนาที่ 1 พัฒนาโรงพยาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตและสถานบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพมตรฐาน เพื่อให้บริการประชาชน โดยจัดซื้อครุภัณฑ์ของโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต จำนวนงบประมาณ 43,219,220 บาท แนวทางพัฒนาที่ 2 ส่งเสริมสนับสนุนสุขภาพอนามัยและช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชน โครงการจัดซื้อรถตู้พยาบาลเพื่อใช้ในโครงการภูเก็ตแคร์ จำนวน 6,600,000 บาท ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการศึกษา แนวทางการพัฒนาที่ 2 ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาศักยภาพและบุคลากรทางการศึกษา โครงการก่อสร้างแฟลตที่พักครู จำนวน 13,450,000 บาท ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคุณภาพชีวิต แนวทางการพัฒนาที่ 6 ส่งเสริมสนับสนุนด้านกีฬาและนันทนาการ โครงการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” จำนวน 25,000,000 บาท โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าสนามชัย จำนวน 2,660,000 บาท โครงการปรับปรุงสนามเทนนิส อบจ.ภูเก็ต จำนวน 5,400,000 บาท ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการบริหาร การเมือง การปกครอง แนวทางการพัฒนาที่ 2 พัฒนาประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาและการบริการประชาชน โครงการจัดซื้อรถยนต์สุขาเคลื่อนที่ จำนวน 20,400,000 บาท โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์สนาม จำนวน 5,600,000 บาท รวมทั้งสิ้น 8 โครงการ จำนวน งบประมาณ 122,329,220 บาท.
*** ปชส. อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
////////////////////////////////////////////
อบจ.ภูเก็ต นำคณะเยี่ยมพี่น้องมุสลิม ต.เชิงทะเล  ในช่วงรอมฎอน ปี 2554
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 สิงหาคม 2554 นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายสนธยา สุนธารักษ์ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนเขตพื้นที่ตำบลเชิงทะเล ในโครงการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวมุสลิมในจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554  โดยมี นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายบำรุง สำเภารัตน์ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ต นายมาโนช พันธุ์ฉลาด นายก อบต.เชิงทะเล ตลอดจน อิหม่าม ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องชาวตำบลเชิงทะเล เข้าร่วม ณ มัสยิดมูรกัรร่ม (บ้านบางเทา) ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
         นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ
.ภูเก็ต กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจในการต้อนรับอันอบอุ่นของอิหม่ามและพี่น้องชาวตำบลเชิงทะเล ซึ่งในค่ำคืนนี้ได้เห็นถึงความเสียสละ และความอดทนอดกลั้นของพี่น้องที่มาร่วมกันทำความดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สำหรับเดือนรอมฎอนเป็นเดือนอันประเสริฐ เชื่อว่าอัลเลาะห์จะประทานพรให้ทุกท่านมีความสุข และสมความประสงค์ทุกประการ”
        สำหรับการเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวตำบลเชิงทะเลในครั้งนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้นำอินทผลัมเพื่อการละศีลอดมามอบให้แก่  3 มัสยิด ประกอบด้วย มัสยิดมูกัรร่ม มัสยิดอรีซุนนะฮ์ และมัสยิดดารุลเอียะซาน โดยร่วมรับประทานอาหารกับพี่น้องมุสลิมในค่ำคืนนี้ด้วย.
*** ปชส. อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
////////////////////////////////////////////
1 เดือนแรก รพ.อบจ.ภูเก็ต ประสบความสำเร็จ รักษาไม่แพง บริการเทียบเอกชน
นายแพทย์จักร สมณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต เปิดให้บริการผู้ป่วยในอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาว่า โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน โดยมีการบอกต่อๆ กันมามากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้บริการโรงพยาบาลวันละกว่า 100 คน และคาดว่าในอีกไม่ช้า จะเพิ่มถึงจำนวนวันละ 300 คน ทั้งนี้ พบว่าผู้ป่วยที่มาใช้บริการส่วนใหญ่ มีอาการของไข้หวัด ความดันโลหิตสูง และเนื่องด้วยจังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาเรื่องข้อเสื่อมค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงมีผู้มาใช้บริการแผนกกระดูกและข้อในโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต จำนวนมากเช่นเดียวกัน
                นายแพทย์จักร สมณะ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต มีแพทย์เฉพาะทางหลายด้าน ทั้งอายุรกรรม ศัลยแพทย์ สูตินารีแพทย์ กระดูกและข้อ กุมารแพทย์ และทันตกรรม โดยทางแพทย์จะแนะนำการรักษาสุขภาพให้กับประชาชน ให้หมั่นออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมทั้งมีแพคเกจตรวจสุขภาพ ตามเพศ และอายุไว้บริการประชาชน นอกจากมีความพร้อมด้านบุคลากรการแพทย์แล้ว ยังมีความพร้อมด้านเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เทียบเท่าโรงพยาบาลเอกชน เช่น เครื่องทีซีแสกน เครื่องอัลตราซาวน์ หน่วยบริการไตเทียม รวมถึงอุปกรณ์ในการผ่าตัด ซึ่งให้บริการเหมือนเอกชน แต่อัตราค่ารักษาเท่ารัฐบาล
ทางด้าน นายแพทย์วิวัฒน์ รัตนชัย แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นชาวมุสลิมก็รู้สึกดีใจที่ท่านนายก อบจ.ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญกับการให้บริการพี่น้องชาวภูเก็ตโดยไม่เลือกกลุ่ม จัดให้มีบริการอย่างเต็มที่สำหรับพี่น้องมุสลิม ทั้งมีห้องละหมาด และร้านอาหารฮาลาลภายในโรงพยาบาล ซึ่งชาวมุสลิมสามารถใช้บริการได้อย่างสบายใจ และในฐานะแพทย์อายุรกรรม พบว่า ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้เจอกับคนไข้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ นอกจากนั้น ก็พบผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ ทางเดินอาหารอักเสบ เป็นต้น สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เราก็พร้อมรองรับการรักษา รวมถึงมีห้องไอซียู ไว้บริการผู้ป่วยตามอาการด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้มีโรคที่กำลังระบาด คือ ไข้เลือดออก จึงอยากฝากให้ผู้ปกครองทุกท่านให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยการปฏิบัติคือ นอนกางมุ้ง ไม่อยู่ในที่อับชื้น ควรสวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว เพื่อเป็นการระวังไม่ให้ยุงกัด ทั้งนี้ หากพบว่าบุตรหลานเริ่มต้นมีไข้ 1-2 วันแรก หรือมีอาการไข้สูง คลื่นไส้อาเจียน ผู้ปกครองควรพาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด.
             ในการนี้ หากพบเหตุกรณีฉุกเฉิน สามารถเรียกรถฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 1669 ส่วนโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต โทร.076-358 888.
***  ปชส. อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว

ข่าววันที่ 6 ส.ค.54

มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตจัดพิธีเทกระจาด ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 ช่วยเหลือผู้ยากไร้

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 สิงหาคม 2554 ที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต นางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต พร้อมด้วยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นางรจนา รักแต่งาม ในนามตัวแทนเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนคณะกรรมการมูลนิธิ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีสักการะและฉลองวันเกิดเทพเจ้าโป๊ยจุนเซี้ยฮุด และพิธีเทกระจาดตามประเพณี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 ในการนี้มีประชาชนที่ยากไร้ นับพันคนในจังหวัดภูเก็ตมารอรับการแจกทาน
              นางเบญจวรรณ กล่าวว่า การจัดงานพิธีเทกระจาดตามประเพณี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 ขึ้นในวันนี้ ซึ่งตรงกับวัน 5 ค่ำ เดือน 7 (วันผ้อต่อ) เป็นวันอุทิศส่วนกุศลให้แก่วิญญาณไร้ญาติของทุกปี ทางมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตจึงยึดถือวันดังกล่าวนี้จัดงานเทกระจาด (แจกทาน)เป็นครั้งที่ 2 ของปีอีกครั้ง ซึ่งเมื่องานทางด้านพิธีกรรมเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติเสร็จสิ้นก็จะมีงานเท กระจาด (แจกทาน) ขึ้น โดยเป็นการแจกข้าสารอาหารแห้งต่าง ๆ ให้แก่ผู้ยากไร้ที่มารอรับ ซึ่งข้าวสารอาหารแห้งต่างๆ บางส่วนทางมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตจะได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค ทุกๆ ปีเสมอมา
               "ในวันนี้ของทุกปีทางมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตจะมีการจัดเตรียมข้าวสารจำนวน 240 กระสอบ (24,000 กิโลกรัม) ต่อ 6 เดือน เพื่อบรรจุถุงพลาสติก/ถุงละ 5 กิโลกรัม ซึ่งการแจกทานให้แก่ผู้ยากไร้นั้นจะได้รับคนละ 5 กิโลกรัม สำหรับข้าวสาร และพร้อมกับ อาหารแห้งเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ในแต่ละครั้ง จะมีประชาชนผู้ยากไร้ เข้าร่วมรับแจกทานกว่า 2,000 คน ทุก ๆ 6 เดือน ในส่วนหนึ่งทางมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้จัดเตรียมข้าวสารสำหรับโครงการอาหารกลางวันแก่เด็ก นักเรียน ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งในปัจจุบันมีโรงเรียนทั้ง 28 โรงเรียนทั่วจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตามการเทกระจาด (แจกทาน) นับว่าเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานช่วยเหลือผู้ยากไร้พื้นที่ จังหวัดภูเก็ต" นางเบญจวรรณ กล่าวในที่สุด
***  สารภี  ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว  โสภณ  เคี่ยมการ/ทาน
--------------------------------------------
ดีเดย์ส่งโผครูสอนดีถึงคณะกรรมการจังหวัดต้นก.ย.นี้ เพื่อคัดเลือกก่อนประกาศผลรอบแรกในเดือนต.ค.

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน กล่าวว่า สสค.ได้จัดทำโครงการสังคมไทยร่วมกันยกย่องเชิดชูครูสอนดี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน โดยคุณสมบัติของครูสอนดีคือ สอนเป็น เห็นผล คนยกย่อง ซึ่งในปี 2554 จะมีครูสอนดีเกิดขึ้น 20,000 คน หรือในแต่ละตำบลจะมีครูสอนดี 2 – 3 คน จะดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี เมื่อสิ้นสุดปี 2556 จะมีครูสอนดีเกิดขึ้น 60,000 คน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสรรหาครูสอนดี โดยคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับท้องถิ่น จะให้สถานศึกษาเสนอชื่อครูที่อยู่ที่สอนในสถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเสนอชื่อครูที่สอนเด็กด้อยโอกาสนอกสถานศึกษาและครูที่สอนการศึกษาทางเลือก ทั้งนี้รายละเอียดและกำหนดเวลาเสนอชื่อสามารถสอบถามได้ที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในสำนักงานเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ที่สถานศึกษาตั้งอยู่
“ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ คณะกรรมการฯระดับท้องถิ่น  จะส่งรายชื่อรอบแรกไปยังคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด เพื่อทำการพิจารณาคัดเลือกครูสอนดีตามสัดส่วนของแต่ละจังหวัด รวมถึงการพิจารณากลั่นกรองรายชื่อผู้ได้รับทุนครูสอนดี โดยจะมีการประกาศรายชื่อครูสอนดีและผู้ได้รับทุนครูสอนดีในรอบแรกในเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นจะเปิดโอกาสให้มีการทักท้วงผลการคัดเลือก และอาจมีการสังเกตการณ์สอนของครูสอนดี เพื่อให้ได้ครูสอนดีที่สอนเป็น เห็นผล คนยกย่องของชุมชนอย่างแท้จริง”นพ.สุภกร กล่าว 
                นพ.สุภกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในกรณีที่บางท้องถิ่นยังไม่ได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบก็สามารถสอบถามไปยังฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัด ได้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์สอนดีดอทคอม. www.sorndee.com 
*** โสภณ  เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว /ทาน
----------------------------------
รพ.วชิระภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมรวมพลคนกินนมแม่เทิดพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี  เนื่องในวโรกาสวันแม่แห่งชาติและสัปดาห์นมแม่โลก

            นายแพทย์เฉลิมพล  วิริยานุกูลวงศ์  หัวหน้ากลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม เปิดเผยว่า ด้วยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมกับงานอนามัยแม่และเด็ก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและเครือข่าย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม และ สัปดาห์นมแม่โลก (World Breastfeeding Week) ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมกันรณรงค์การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อมกัน โดยมีองค์กรเครือข่ายพันธมิตรการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแห่งโลก (WABA) เป็นผู้ประสานงาน  เพื่อเป็นการกระตุ้นและประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในระยะเวลา 6 เดือน และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อมอาหารตามวัยจนลูกอายุ 2 ปี ทั้งนี้เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารพร้อมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กแข็งแรงไม่เจ็บป่วย ลดโรคระบบทางเดินหายใจได้ 2-5 เท่า ของเด็กกินนมผง และนมแม่เป็นต้นทุนของการพัฒนาสมองและสติปัญญา ซึ่งสถิติกรมอนามัย ปี 2550 พบเด็กไทยกินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ร้อยละ 15 
ตามคำขวัญสัปดาห์นมแม่โลกว่า “นมแม่ดี บอกต่อรอบทิศด้วยจิตอาสา ร่วมมือ ร่วมใจ เพื่อให้เด็กไทยได้กินนมแม่”
            สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การประกวดแม่ตั้งครรภ์คุณภาพ  กิจกรรมหนูน้อยนมแม่แข่งคลาน  การเสวนานมแม่ สัมภาษณ์คุณแม่ทำงาน  บอร์ดนิทรรศการการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  มุมเด็กเล่นพัฒนาการเด็ก มุมอาหารสุขภาพแม่-ลูก และการสาธิตอุปกรณ์บีบน้ำนมเก็บ
              สัปดาห์นมแม่โลก ตรงกับวันที่ 1-7 สิงหาคมในทุกปี โดยเป็นการณรงค์ให้โรงพยาบาลส่งเสริมแม่ที่มาคลอดให้ลูกกินนมแม่ทันที ไม่แยกแม่ลูก นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมพยาบาลให้สอนทักษะการแก้ปัญหาแก่แม่ที่พบอุปสรรคการให้นมลูก และจัดกิจกรรมรวมพลคนกินนมแม่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ตลอด 20 ปี การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ไทยเป็นสมาชิกของปฏิญญาอินโนนเซนติ องค์การอนามัยโลกไทยได้รับรองโรงพยาบาลเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 483 แห่ง  มีข้อกำหนดประกอบด้วย 1. ประเทศสมาชิกต้องมีนโยบายและกิจกรรมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่อง 2. ต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติเรื่องนโยบายนมแม่อย่างเคร่งครัด 3. ชี้แจงหญิงตั้งครรภ์ถึงประโยชน์ของนมแม่ 4. ช่วยให้แม่ให้นมหลังคลอดบุตร 5. สอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6. อย่าให้ผสมผสานอาหารอื่นให้ทารกนอกจากนมแม่ 7. ให้แม่-ลูกได้อยู่ร่วมกันหลังคลอดตลอด 24 ชั่วโมง 8. สนับสนุนให้ลูกดื่มนมแม่ตลอด 9. ห้ามลูกดูดจุกนมยาง และ 10.หลังคลอดบุตร ให้แม่เข้าเครือข่ายเลี้ยงลูกด้วยนมแม่.
*** โสภณ  เคี่ยมการ  ส.ปชส.ภูเก็ต/ ข่าว  เสงี่ยม   เอียดตน /พิมพ์
------------------------------------------
นักศึกษา กศ.บป.มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ลงพื้นที่ศึกษาชุมชนราไวย์ จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วัดสว่างอารมณ์

            นายวัชรินทร์  อารีรอบ ในนามตัวแทนนักศึกษาโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลทั่วไป (กศ.บป.) มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน รุ่น 523 กล่าวในการลงพื้นที่ศึกษาชุมชนราไวย์ในการทำกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์วัดสว่างอารมณ์ ในวันที่ 5 ส.ค. 54  ว่า  นักศึกษาโปรแกรมการพัฒนาชุมชน รุ่น 523 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างจิตสำนักร่วมกับชุมชนบ้านราไวย์ในการจัดทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วัดสว่างอารมณ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริเวณวัดสว่างอารมณ์มีความสวยงาม เหมาะกับการใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของประชาชนในชุมชนเพราะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านราไวย์เป็นอย่างยิ่ง
            ทั้งนี้การปรับปรุงภูมิทัศน์วัดสว่างอารมณ์ตามโครงการ “ปรับปรุงภูมิทัศน์วัดสว่างอารมณ์” ประกอบด้วยกิจกรรม การจัดสวนหย่อมรอบต้นไม้ใหญ่ 4 ต้น  จัดสวนหย่อมรอบโบสถ์วัด  จัดสวนหย่อมบริเวณป้ายโรงเรียนและบริเวณป้ายวัดสว่างอารมณ์ ทาสีขอบปูนรอบต้นไม้ใหญ่ 4 ต้น ทาสีขอบปูนสวนหย่อมรอบโบสถ์  ทาสีขอบปูนป้ายโรงเรียนและขอบปูนป้ายวัด รวมถึงการทาสีแป้นบาสเก็ตบอลและโครงเหล็ก 2 แป้น
***  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน /พิมพ์
------------------------------------
จังหวัดภูเก็ตออกเยี่ยมเยียนมัสยิดนูรุ้ลอิสลาม ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ช่วงเดือนรอมฏอน ประจำปี 2554

            เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 54 ที่บริเวณมัสยิดนูรุ้ลอิสลาม (บ้านบ่อส่อม) หมู่ที่ 4 ต. ไม้ขาว อ. ถลาง นายสมเกียรติ  สังข์ขาวสุทธรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายไพบูลย์  อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายโกมล  ดุมลักษณ์ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายบำรุง  สำเภารัตน์  ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในตำบลไม้ขาว ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมถือศีลอดกับผู้นำศาสนาและประชาชน ตลอดจนทั้ง รับฟังปัญหาจากประชาชน เพื่อเป็นการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่
            นายสมเกียรติ  กล่าวว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามได้ทำความดี ในการอบรมจิตใจ เป็นเดือนแห่งความเมตตา ที่พี่น้องชาวมุสลิมได้ทำความดี สำหรับการออกเยี่ยมเยียนของส่วนราชการในจังหวัดเพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี รวมถึงเป็นการสร้างความสามัคคีของคนในจังหวัดและประเทศชาติ ไม่ให้มีความแตกแยกกัน ซึ่งหากประชาชนมีความรัก ความสามัคคีกันแล้ว ก็จะเป็นการช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญต่อไปได้
*** ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว  เสงี่ยม  เอียดตน/พิมพ์
--------------------------------
กรรมาธิการคมนาคมวุฒิสภาติดตามการดำเนินงานท่าอากาศยานภูเก็ต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมสำนักงานท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) คณะกรรมาธิการการคมนาคม คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นำโดยนาง ภารดี จงสุขธนามณี กรรมาธิการและประธานอนุกรรมาธิการด้านคมนาคมอากาศยาน วุฒิสภา ประชุมติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีนาย นิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นาง ธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา นาง ดวงใจ คอนดี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมด้วยผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ต หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง นาย สมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ทั้งนี้ทางท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ว่า ท่าอากาศยานภูเก็ตมีเนื้อที่ประมาณ 1,382 ไร่ มีทางวิ่งยาว3,000 เมตร มี 23 หลุมจอด รองรับอากาศยานขึ้น-ลงได้ชั่วโมงละ 20 ลำอาคารผู้โดยสาร เป็นอาคาร 3 ชั้น พื้นที่ 32,500 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ปีละ 6.5 ล้านคน มีพื้นที่ที่จอดรถ พื้นที่ 24,863 ตารางเมตร จอดรถส่วนบุคคลได้ 366 คันและจอดรถบัสได้ 77 คัน อาคารคลังสินค้า พื้นที่ 6,950 ตารางเมตร รับสินค้าได้ปีละ 36,500 ตัน ปริมาณการจราจรทางอากาศเปรียบเทียบระหว่างปี 2552 กับปี 2553 พบว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 28% โดยมีเที่ยวบินขึ้นลงประมาณ 46,000 เที่ยว ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารซึ่งผ่านสนามบินเทียบระหว่างปี 2552 กับปี 2553 พบว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 24% โดยมีจำนวน 4.7 ล้านคน มีสายการบินจำนวน36 สายการบินเป็นสายการบินประจำ 31 สายการบินและเช่าเหมาลำ 5 สายการบิน จำนวน 60 เมือง 23 ประเทศ
            อย่างไรก็ตามจากการเติบโตของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดความแออัดของผู้ใช้บริการและเกินขีดความสามารถที่มีอยู่ จึงได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตปี 2552 – 2556 เพื่อลดปัญหาดังกล่าวและสามารถที่จะรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 5 ล้านคนต่อปี และผู้โดยสารภายในประเทศ 7.5 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2563 และมีหลุมจอดเพิ่มขึ้น จาก 15 หลุมจอด เป็น 25 หลุมจอด มีงานที่จะต้องดำเนินการประกอบด้วย กลุ่มงานที่ 1 ออกแบบทางขับและลานจอดและขยายระบบเติมน้ำมันอากาศยาน กลุ่มงานที่ 2 ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ กลุ่มงานที่ 3 ก่อสร้างอาคารจอดรถ และสำนักงาน ทภก.ก่อสร้างอาคารทดแทน และกลุ่มงานที่ 4 ก่อสร้างระบบถนนและสาธารณูปโภคภายในท่าอากาศยานก่อสร้างระบบถนนและสาธารณูปโภคภายในท่าอากาศยาน ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดอยู่ระหว่างการดำเนินการ ขณะเดียวกันก็มีการจัดทำโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การปรับปรุงห้องน้ำ การเพิ่มจำนวนที่พักรอของผู้โดยสาร เป็นต้น
            ทั้งหลังจากที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปแล้ว ได้มีการเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง อาทิ การเพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับผู้โดยสารให้มากขึ้น และควรลดจำนวนร้านค้าที่มีจำนวนมากเกินไป ปัญหาหลุมจอดสำหรับเครื่องบินเช่าเหมาลำที่มีไม่เพียงพอ ปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางเสียง น้ำเสีย หรือขยะ ปัญหาการจราจรภายในท่าอากาศยานและภายนอก ปัญหารถให้บริการทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง การจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่ควรจะมีความต่อเนื่องและสร้างสรรค์ การชี้แจงข้อมูลของโครงการให้กับประชาชนในชุมชนได้รับทราบ การเพิ่มรันเวย์ การออกแบบอาคารใหม่ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นทั้งภาครัฐ ประชาชนและเอกชนได้มามีส่วนร่วมด้วย เป็นต้น
            อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ตชี้แจงและตอบข้อซักถามต่างๆ แล้ว นางภารดี กล่าวสรุปว่า ในบางประเด็นที่เป็นปัญหานั้นในส่วนของการท่าฯภูเก็ต ยังไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ เนื่องจากการบริหารจัดการจะเป็นการสั่งการมาจากส่วนกลาง เมื่อกลับไปกรุงเทพฯ แล้วจะได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาชี้แจงอีกครั้ง เพราะจากข้อปัญหาต่างๆ ที่ได้รับทราบพบว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างวิกฤตสำหรับภูเก็ต โดยเฉพาะความแออัดของสนามบินซึ่งปัจจุบันเกินขีดความสามารถที่มีอยู่ และจะรายงานผลมาให้ทางจังหวัดภูเก็ตได้รับทราบด้วย 
***สาลินี  ปราบ/สนับสนุนข่าว  ณรงค์ศักดิ์  แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน