กกต.ภูเก็ต ให้ความรู้พื้นฐานพัฒนาพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือ กกต. ในภารกิจต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.54 ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมืองภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย มีกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต คณะวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.)และผู้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป เข้าร่วมในพิธีเปิด
นางทัศนียา ศรีรัตนประพันธ์ หัวหน้างานพรรคการเมือง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าการมีส่วนร่วม กล่าวรายงานว่า ด้วยสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดให้มีการอบรมให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่พลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย จังหวัดภูเก็ต ตามโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย การจัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และช่วยเหลือการปฏิบัติงานของ สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดภูเก็ต และสามารถสร้างเครือข่ายอาสาพัฒนาประชาธิปไตยในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ในอัตรา 1:10
การอบรมในครั้งนี้ได้ใช้รูปแบบการฝึกปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือ สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดในภารกิจต่างๆ ไม่ว่าจะร่วมเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กรรมการนับคะแนน และร่วมรณรงค์การเลือกตั้ง รวมทั้งการเผยแพร่ความรู้เรื่องประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในชุมชนและหมู่บ้าน
ด้านนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดอบรมโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความเข้าใจในการดำเนินงานตามโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งจะนำไปสู่การมีพลเมืองในวิถีประชาธิปไตยประจำทุกตำบล หมู่บ้าน และประจำทุกหน่วยเลือกตั้งในระยะต่อไป
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องอาศัยการมีบทบาทของพลเมืองที่ตื่นตัว และความรู้สึกร่วมรับผิดชอบการตัดสินใจทางการเมือง รวมถึงการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในทางการเมืองของประชาชน อย่างกว้างขวางในรูปแบบต่างๆ
“แนวคิดเรื่องพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย จึงเกิดขึ้นเพื่อต้องการพัฒนาสำนึกในความเป็นสมาชิกของรัฐ โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ทุกท่านคือบุคคลที่มีจิตอาสา มีความใฝ่รู้ และจริงใจ จริงจังที่จะปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง เป็นมือเป็นไม้ให้ สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดภูเก็ต สามารถช่วยเหลือการปฏิบัติงาน และเป็นแกนนำในการสร้างเครือข่ายพลเมืองให้ครอบคลุมทุกชุมชน ตำบล หมู่บ้าน อันจะเป็นการช่วยเหลือภารกิจของสำนักงาน กกต.ได้เป็นอย่างดี” นายตรี กล่าว
***สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นร้านทองธเนศ 2 พร้อมขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต อ.เมือง
จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ใช้อาวุธปืนปลอมปล้นร้านทองธเนศ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 28 ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ทองรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 3-5 บาท จำนวนรวม 261 บาท มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท โดยมีพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิตชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดความคืบหน้าของคดี
พ.ต.อ.โชติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตร่วมกับตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ตั้งชุดออกติดตามคนร้าย 2 ชุดหลัก คือ ชุดสืบสวนของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ทำการสืบสวนพยานหลักฐานต่างๆ ในส่วนของที่พัก กับชุดสืบสวนของตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ทำการสืบสวนบริเวณจุดเกิดเหตุและที่มีการทิ้งรถไว้ จากการสืบสวนพบว่า รถที่คนร้ายใช้นั้นอยู่ในพื้นที่ป่าตอง ได้ไปสอบถามผู้ให้ยืมรถทราบว่าคนร้ายชื่อ เอก แต่ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มาจาก จ.สุราษฎร์ธานี โดยก่อนที่จะเกิดเหตุได้เคยเข้ามาพักที่เกสเฮาส์แล้ว 2 ครั้งๆ ละ ประมาณ 3-4 วัน ในครั้งนี้มาพักได้เพียง 1 วันแล้วก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการติดตามความเคลื่อนไหวของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้าน พบว่าก่อนเกิดเหตุนั้นได้ขับรถจักรยายนต์มาวนดูก่อนแล้วประมาณ 10 ครั้ง และได้มีการตรวจสอบเส้นทางการใช้รถของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมด้วย โดยขณะนี้ได้มีการส่งลายนิ้วมือแฝงไปทำการตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐาน อยู่ระหว่างรอผล ขณะเดียวกันก็ได้มีการออกหมายจับไปเรียบร้อยแล้ว
ด้านพล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 8 ไม่ได้ละเลยกับคดีที่เกิดขึ้น โดยได้มีการประชุมร่วมกับทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เร้นมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ พร้อมกับจัดชุดเจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 8 ร่วมติดตามสืบหาตัวคนร้ายตามที่มีการระบุแหล่งที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นที่ จ.สุราษฎร์ธานีหรือ จ.ชุมพร
อย่างไรก็ตามเนื่องจากทราบเพียงชื่อเล่น ดังนั้นคงต้องอาศัยการชี้เบาะแสจากพี่น้องประชาชน โดยทางเจ้าของร้านได้ประกาศให้รางวัลหากสามารถจับกุมคนร้ายได้เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท และหากได้ทองรูปพรรณกลับมาด้วยก็จะมีการให้เปอร์เซ็นต์อีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งหากผู้ใดพบเห็นคนร้ายที่มีตำหนิตามที่ได้เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ สามารถแจ้งได้ที่ พ.ต.อ. โชติ ชิดชัย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ 081-9702523 หรือ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ 081-6773671 หรือหมายเลขโทรศัพท์ของตน 081-9780099 พล.ต.ท.ก่อเกียรติกล่าว และยืนยันว่าตำรวจภาค 8 ไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้มีการติดต่อประสานกับทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตอย่างใกล้ชิด
***สาลินี ปราบ สนับสนุนข่าว
------------------------------
พลังงานภูเก็ตจัดโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์พลังงาน เดินหน้า “ภูเก็ตสีเขียว”
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 มิ.ย. 54 ที่ศาลประชาคมจังหวัดภูเก็ตได้มีการฝึกอบรมตามโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์พลังงาน (ตามโครงการภูเก็ตสีเขียว) โดยมีนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมซึ่งกำหนดมีขึ้นรวม 2 วัน ระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายน นี้
นายจิรศักดิ์ ธรรมเวช พลังงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวรายงาน ว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้จัดทำโครงการภูเก็ตสีเขียวมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552 โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 3 ด้าน คือ 1. ด้านพิทักษ์สิ่งแวดล้อม 2. ด้านการนำพลังงานทดแทนมาใช้ 3. ด้านการลดการใช้พลังงานฟอสซิล และได้มีการจัดกิจกรรมโครงการภูเก็ตสีเขียวอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้านข้างต้น ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2554 สำนักงานพลังงานจังหวัดภูเก็ต ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สำนักนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน ในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์โครงการภูเก็ตสีเขียว เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โครงการที่ตั้งไว้
การจัดฝึกอบรมตามโครงการเพะเมล็ดพันธุ์พลังงาน (ตามโครงการภูเก็ตสีเขียว) ในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์โครงการภูเก็ตสีเขียว ในกลุ่มบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ในจังหวัดภูเก็ต ได้รับความรู้ด้านการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของเกาะภูเก็ต ส่งเสริมให้เยาวชนในวัยศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการประหยัดพลังงาน ความรู้เรื่องพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งเป็นการสร้างตัวแทนเยาวชน ที่จะเป็นเมล็ดพันธ์พลังงานที่มีความพร้อมในการขยายต่อไปในสถาบันการศึกษาของตนเอง และถึงครอบครัวและชุมชน และเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในสถานบันการศึกษา โดยแบ่งการอบรมครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 2 ของโครงการฯ มีตัวแทนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1และ 2 จากโรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงศ์ อ.กะทู้ จำนวน 25 คน โรงเรียนถลางพระนางสร้าง จำนวน 10 คน โรงเรียนบ้านบางเทา จำนวน 15 คน และโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง รวมทั้งสิ้น 80 คน ซึ่งภายหลังการอบรมเสร็จสิ้น เยาวชนเหล่านี้จะเป็นเมล็ดพันธุ์พลังงาน ที่พร้อมเติบโตและถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานให้แก่ผู้อื่นต่อไป
ทั้งนี้ในวันที่ 17 มิถุนายน เวลา 13.00 น.จะมีกิจกรรมเข้าฐานการเรียนรู้พลังงานและเทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงาน พร้อมพิธีมอบใบประกาศเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม ในเวลา 14.30 น.ที่ศาลาประชาคม จ.ภูเก็ต
*** สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว
----------------------------------------
อบจ.ภูเก็ตร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรี จัดงาน “ภูเก็ตอันดามันฮาลาล สืบสานวัฒนธรรม นำผลิตภัณฑ์
ฮาลาลไทย สู่สากล” ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.นี้ คาดมีเงินสะพัดตลอดการจัดงาน กว่า 100 ล้านบาท
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 15 มิถุนายน 2554 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต(อบจ.) รศ.ดร.อิสมาแอ อาลี ประธานฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายอธิวัฒน์ พิทักษ์คุมพล ผู้แทนท่านจุฬาราชมนตรี และนายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ภูเก็ตอันดามันฮาลาล สืบสานวัฒนธรรม นำผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทย สู่สากล” Phuket Halal International Forum and Andaman Muslim Expo, 2011 ซึ่งทาง อบจ.ภูเก็ต สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิสร้างเสริมสุขภาพมุสลิม และสถาบันอาหาร ได้ร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22-25 มิถุนายน 2554 ที่โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์รีสอร์ท แอนด์ สปา และบริเวณลานเวทีกลางสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต
โดยงานภูเก็ตอันดามันฮาลาล ประจำปี 2554 นี้ แบ่งการจัดงานเป็น 2 กิจกรรม คือกิจกรรมแรกเป็นการประชุมวิชาการนานาชาติ ในวันที่ 22-25 มิถุนายน 2554 ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์รีสอร์ท แอนด์ สปา และมีการบรรยายจากหน่วยงานรับรองฮาลาลจากต่างประเทศ
ส่วนกิจกรรมที่สองเป็นงานแสดงสินค้าฮาลาล ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2554 ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงวิถีวัฒนธรรมอิสลาม ได้แก่การประกอบพิธีฮัจย์ การแสดงพิธีแต่งงานแบบมุสลิม พิธีสุหนัต การอากีเกาะห์ การแสดงบนเวที ได้แก่การแสดงการขับร้องนาซีด in-team จากประเทศมาเลเซีย ลาบานูน แฮมเมอร์ และการแสดงจากโรงเรียนมุสลิมวิทยา ชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การจัดบูทวิชาการฮาลาล การออกร้านของบริษัทชั้นนำที่ผ่านการรับรองฮาลาล การแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าฮาลาลจากประเทศมาเลเซีย สินค้า OTOP และการจำหน่ายอาหารฮาลาล โดยร้านอาหารมุสลิมที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานฮาลาล
อนึ่ง การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยการสนับสนุนผู้ผลิตในการนำเสนอขายสินค้าฮาลาล ผ่านงานแสดงสินค้า และการจัดการประชุมระดับนานาชาติ โดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนพัฒนามาตรฐานฮาลาลสินค้า และบริการ เพื่อการพัฒนาภาพรวมสินค้า และบริการของจังหวัดกลุ่มอันดามันทางภาคใต้ของประเทศ และเผยแพร่องค์ความรู้การจัดการให้ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนา ยกระดับและพัฒนาระบบการจัดการสินค้าฮาลาลที่จำหน่าย การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทย ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่ และรวบรวมจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการผลิตสินค้าฮาลาลในเขตจังหวัดภูเก็ตในเบื้องต้น โดยนำเอาวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมมุสลิมท้องถิ่นอันดีงามในจังหวัดภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอ และในอนาคตต้องการผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าฮาลาลของจังหวัดภูเก็ต ทั้งในด้านการผลิตและการบริการ เพื่อการผลิตเป็นอุสาหกรรม และการผ่านรับรองฮาลาล ขององค์กรศาสนาให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
นายไพบูลย์ กล่าวภายหลังจบการแถลงข่าวว่า งานภูเก็ตอันดามัลฮาลาล ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นงานแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ฮาลาล จากหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมกันเป็นจำนวนมาก และการจัดงานในส่วนที่สองเป็นงานวิชาการ จะมีชาติต่างๆ ประมาณ 20 ประเทศ มาร่วมประชุม เรื่องมาตรฐานฮาลาลที่แต่ละประเทศออกมา โดยล่าสุดมีการคุยกันว่าแต่ละประเทศมีมาตรฐานยังไง เพราะในบางประเทศ มีปัญหาว่าไปให้ตราฮาลาลในผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถให้ได้ อย่างเช่น ในเลือด แต่ว่ามีบางประเทศให้มาตรฐานออกมาหรือว่าแม้กระทั่งไก่ ซึ่งฆ่าโดยไม่ถูกวิธี ก็มีตราฮาลาล ในบางประเทศก็มีการพูดคุยกันว่าจะทำยังไงให้ตราฮาลาลทั่วโลกมีมาตรฐานเดียวกัน
“คิดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีเงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะว่าจากการจัดงาน 2 ปีที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และขณะนี้มีนักท่องเที่ยว จาก 20 กว่าประเทศตอบรับเข้าร่วมงานแล้ว มีการจองห้องพักแล้วกว่า 100 ห้อง และรวมถึงนักท่องเที่ยวจากฝั่งอันดามันก็มากันเยอะในช่วงนี้”
นอกจากนี้ นายไพบูลย์ ยังได้กล่าวถึงในเรื่องการรับรองมาตรฐานฮาลาล ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ด้วยว่า ทาง อบจ.จะมีการประชุมให้ความรู้กับร้านอาหารต่างๆ ที่เป็นฮาลาล ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้แพร่หลายเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ที่อบรมกันอยู่ประมาณ 50 กว่าร้าน และคิดว่าหลังจากนี้เราจะดูการตอบรับ คนที่นำตราฮาลาลไปติด แล้วในส่วนของคนที่ยังไม่เขามีความสนใจยังไง ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และในเร็วนี้จะมีการจัดอบรมเป็นครั้งที่สอง
“หลังจากมีการออกตราฮาลาล ให้ไปแล้วนั้น ทางคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต จะมีการออกไปตรวจในทุกๆ เดือน เพื่อเป็นการอัพเดตข้อมูลในเรื่องของความสะอาด อย่างไรก็ดีตอนนี้ภูเก็ตมีร้านค้าที่ได้รับตราฮาลาลไม่มากนัก แต่ว่าต่อไปจะร่วมเป็นเครือข่ายจะทำให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” นายไพบูลย์ กล่าว
***สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว
-------------------------------------
นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียเข้ารักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลถลาง เหตุจมน้ำทะเลที่หาดในทอน จ.ภูเก็ต เพราะผ่าฝืนสัญญาณธงแดงลงเล่นน้ำทะเลขณะที่คลื่นลมแรง
วันที่ 16 มิ.ย. 54 ที่โรงพยาบาลถลาง จ. ภูเก็ต แพทย์และพยาบาลได้ช่วยกันนำร่าง น.ส.อิริน่า อุฟชอพ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย เข้ารักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนในห้องฉุกเฉิน เนื่องจาก น.ส. อิริน่า ถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดและลากออกไปกลางทะเลท่ามกลางคลื่นลมแรงสูง 3-4 เมตร ต้องลอยคออยู่กลางทะเลและถูกคลื่นชัดจมลงในทะลหลายรอบ อยู่เกือบชั่วโมง
ส่วนสาเหตุที่นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียจมน้ำทะเลครั้งนี้ เจ้าหน้าที่บีชการ์ดเล่าว่าเกิดจากกลุ่มของนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวรัสเซียประมาณ 5 คนผ่าฝืนสัญญาณธงแดงลงเล่นน้ำทะเลขณะที่คลื่นลมแรงลมและเจ้าหน้าที่บีชการ์ด ห้ามปรามแล้วแต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่เชื่อฟังฝ่าฝืน และขณะที่เล่นอยู่ปรากฎว่า น.ส.อิริน่า ได้ว่ายน้ำออกจากกลุ่มเพื่อนไปนอกฝั่งมาจนเกินไปและได้ถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดจนจมลงไปในทะเลและลากออกไปไกลจากฝั่งประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่น้ำทะเลลึกมากและแนวชายหาดลาดชันทำให้ น.ส.อิริน่า ที่พยายามจะว่ายเข้าฝั่งแต่ได้ถูกคลื่นอีกหลายลูกซัดและลากออกนอกฝั่งมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่บีชการ์ดจึ่งได้พยายามว่ายน้ำลงไปช่วย แต่ถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่มีเจ้าหน้าที่บีชการ์ดและพนักงานโรงแรมในบริเวณใกล้เคียงได้ใช้เชือกว่ายไปดึงทั้งเจ้าหน้าที่บีชการ์ดและนักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเชียกลับมาได้ก่อนที่จะถูกคลื่นชัดจนเสียชีวิต
***วิเชียร อุตส่าห์/สนับสนุนข่าว
------------------------------------------------
บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ร่วมกับ ศิลปินประดิษฐ์ของจิ๋ว เตรียมจัดงาน “Amazing Thai Miniature World ครั้งที่ 5”
บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ร่วมกับ ศิลปินประดิษฐ์ของจิ๋ว เตรียมจัดงาน “Amazing Thai Miniature World ครั้งที่ 5” ซึ่งเป็นการแสดงมหกรรมสุดยอดของจิ๋ว ที่ถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิตของคนไทยทั้งในอดีต และปัจจุบัน ผ่านผลงานศิลปะการประดิษฐ์ที่ทำด้วยมือ เพื่อเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการประดิษฐ์ของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติขึ้น
นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ร่วมกับ ศิลปินประดิษฐ์ของจิ๋ว ได้ร่วมกันจัดงาน “Amazing Thai Miniature World ครั้งที่ 5” โดยภายในงานครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย อาทิ สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว ที่มีขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวสาร อาทิ รูปแกะสลักพระพิฆเนศ และเจ้าแม่กวนอิมบนงาช้างขนาดจิ๋ว และชุดเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่เล็กที่สุดในโลก, นิทรรศการของจิ๋ว จำลองประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต และประเพณีวัฒนธรรมรวมถึงพิธีกรรมอันเก่าแก่ และน่าสนใจ อาทิ ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต เป็นต้น,ซุ้มสาธิตเทคนิคการประดิษฐ์ของจิ๋ว โดยศิลปินของจิ๋วที่จะมาสอนเทคนิคง่าย ๆให้ทดลอง, การถ่ายภาพย้อนยุค ด้วยกล้องโบราณ ประยุกต์ ที่สามารถนำภาพความประทับใจแบบย้อนยุคกลับบ้านได้ทันที ตลอดจนการเชิญชวนชิม น้ำชา น้ำอัดลมโบราณหรือน้ำจรวด หลากหลายรสชาติ และสีสันสดใสในขวดโหล
นายประวิช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึกขนาดจิ๋วที่มาจำหน่ายมากมายในงานในราคาพิเศษอีกด้วย โดยงาน“Amazing Thai Miniature World ครั้งที่ 5 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2554 ตั้งแต่เวลา 14.00-15.00 น. ที่โซนศรีลัง ฮอลล์ ศูนย์การค้าจังซีลอน
***อารยา ตุลา/ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
ขนส่งภูเก็ต เตรียมนำร่อง ทำโครงการ “ถนนสีขาว” ถนนต้นแบบความปลอดภัย ลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนน
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมการพิจารณาดำเนินการตามโครงการ “ถนนสีขาว”ครั้งที่ 2 /2554 โดยมีนายธีรยุทธ์ ประเสริฐผล ขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายวันทา ภุมรารสสุคนธ์ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาจัดทำโครงการถนสีขาว ถนนต้นแบบแห่งความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน ไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 นั้น โครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการนำร่อง หากประสบความสำเร็จจะใช้เป็นต้นแบบในการนำไปสู่ถนนสายอื่นๆ ของจังหวัดภูเก็ต ในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อให้เป็นไปตามมติ ครม.เมื่อ 29 มิถุนายน 2553 ที่กำหนดให้ “ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน” โดยมีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่ำกว่า 10 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนคนในปี 2563 ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ และเพื่อให้การดำเนินการตามโครงการถนนสีขาว เป็นต้นแบบแห่งความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดภูเก็ตจึง ได้มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการถนนสีขาวจังหวัดภูเก็ต ให้รับผิดชอบตามหน้าที่ในการ ศึกษาแนวทางการดำเนินการเพื่อให้ทางหลวงหมายเลข 4024 ตอนห้าแยกฉลอง – ราไวย์ เป็นถนนสีขาวถนนต้นแบบแห่งความปลอดภัยทางถนน,ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยทางถนน และดำเนินการปรับปรุงยกระดับความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น,ดำเนินการให้มีการแนะนำการใช้เส้นทางเพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง,จัดระเบียบการจอดรถข้างทาง จุดจอดรถ หาบเร่ แผงลอย ตลอดจนการใช้เขตทางให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ทางหลวง, ให้ความรู้ รณรงค์ และประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความปลอดภัย ,ร่วมกันสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมป้องกันอุบัติเหตุทางถนนของประชาชนในชุมชนต่างๆ, ตั้งด่านในเขตพื้นที่ถนนสีขาวเพื่อบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,จัดประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหต ตลอดจน จัดหาหรือสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการ
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------
โรงเรียนสตรีภูเก็ต จัด พิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2554
เมื่อเวลา 10.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุม มะฮอกกะนี โรงเรียนสตรีภูเก็ต นายเกียรติศักดิ์ ปิลวาสน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต เป็นประธานพิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2554 โดยมี ตัวแทนคณะครูอาจารย์ ตลอดจนนักเรียนกว่า 1 พันคน เข้าร่วม
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า พิธีไหว้ครูหรือบูชาครูเป็นพิธีที่สำคัญตามประเพณีไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณ และมีอยู่ในแทบทุกสาขาอาชีพของคนไทย โดยจัดขึ้นเพื่อให้ศิษย์ได้แสดงความกตัญญูกตเวที แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือ ต่อครูอาจารย์ว่าเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้ และการที่ศิษย์แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือครูตั้งแต่เบื้องต้น ก็มีส่วนทำให้ครูเกิดความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ อยากมอบวิชาความรู้ให้อย่างเต็มที่ พิธีไหว้ครูจึงเป็นเหมือนการประกาศความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ที่จะมั่นคงยืนยาวตลอดไป
“ตามประเพณีพิธีไหว้ครูที่มีมาแต่โบราณนี้ ผู้เป็นศิษย์มักจะมีการเตรียมดอกไม้และสิ่งของ
ต่าง ๆ 4 อย่าง มาเป็นเครื่องบูชาครู ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีนัยสำคัญ อันเป็นมงคลและเป็นข้อเตือนใจให้กับ
ผู้เป็นศิษย์ ได้แก่ หญ้าแพรก หมายถึง ขอให้ศึกษาเรียนรู้ได้เร็วเหมือนหญ้าแพรกที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำว่ากล่าวตักเตือนของครูบาอาจารย์, ดอกเข็ม หมายถึง ขอให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม ดอกมะเขือ, หมายถึง ขอให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เหมือนดอกมะเขือที่คว่ำดอกลงเสมอเมื่อจะออกผล, ข้าวตอก หมายถึง ขอให้ตั้งใจรับการอบรมจากครูอาจารย์ เพราะในการศึกษา ครูต้องอบรมศิษย์ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้วย อบเพื่อให้สุก รมเพื่อให้หอม เช่นเดียวกับการทำข้าวตอกสีขาวที่ถูกคั่วออกจากข้าวเปลือก การศึกษาที่มีครูเป็นผู้ป้อนความรู้ข้อมูลต่าง ๆ ให้ผู้เรียนรับเพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่สามารถจะทำให้การศึกษาสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มที่ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพผู้เรียนควรต้องให้ความร่วมมือกับครูผู้สอนมีความใฝ่ใจในการศึกษา เชื่อฟัง และขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม จึงอาจกล่าวได้ว่าเมื่อครูมีความพร้อมจะทำหน้าที่เป็นผู้แจวเรือที่ดีแล้ว นักเรียนก็ควรทำหน้าที่เป็นผู้โดยสารเรือที่ดีด้วย เช่น ไม่เอาเท้าราน้ำ และควรช่วยครูพายเรือเพื่อไปสู่จุดหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น”นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
***สิรินทร สินอนันต์/ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต หารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รณรงค์การใช้ถุงผ้า แทนถุงพลาสติก เพื่อนำไปสู่เมืองโน คาร์บอน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายจิรศักดิ์ ธรรมเวช พลังงานจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสเทสโก้ โลตัส เข้าพบ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือเกี่ยวกับการรณรงค์การใช้ถุงผ้า แทนถุงพลาสติก เพื่อนำไปสู่เมืองโน คาร์บอน ทั้งสนับสนุนและรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในจังหวัดภูเก็ต โดยการรณรงค์ให้ประชาชนชาวภูเก็ตนำถุงผ้ามาจากบ้านเพื่อใส่สินค้า
นายตรี กล่าวว่า ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนนำถุงผ้ามาจากบ้านเพื่อใส่สินค้า และยังสร้างความตระหนัก พร้อมทั้งการนำเสนอทางเลือกให้ประชาชนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก จะเป็นหนทางที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในระยะยาวและยั่งยืน ตลอดจนสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ เป็นการช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในจังหวัดภูเก็ต และยังสามารถช่วยลดภาวะเรือนกระจก อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่เมืองโน คาร์บอนต่อไปซึ่งสอดคล้องกับจังหวัดภูเก็ตที่ได้จัดทำการรณรงค์การใช้ถุงผ้า โดยทั่วโลกได้พยายามนำมาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย
ดร.ดามพ์ กล่าวว่า โครงการ การรณรงค์การใช้ถุงผ้า เป็นโครงการที่ดี ซึ่งทางเทสโก้โลตัสเองพร้อมให้การสนับสนุนซึ่งเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะต้องมีเรื่องหลายองค์ประกอบด้วยกัน ที่สำคัญเป็นเรื่องการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ของประชาชนทั่วไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจต้อง เริ่มจากการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเยาวชน หรือประชาชน ทั้งนี้ในหน่วยงานราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน จะต้องให้ความรู้ ควรที่ทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อที่จะช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ทางเทสโก้ โลตัส เองมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือและจะกลับไปพิจารณาและดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ว่าจะดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถุงพาลสติก หรือเป็นการช่วยจัดตั้งศูนย์รีไซเคิลในจังหวัดภูเก็ต และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการรณรงค์การใช้ถุงผ้า อย่างเต็มที่
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
ตร.สันติบาลภูเก็ต จัดโครงการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนมีความจงรักภักดีต่อสถานบันพระมหากษัตริย์แก่เยาวชนไทยมุสลิมในจังหวัด
วันนี้ (16 มิ.ย. 54) พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เยาวชนชาวไทยมุสลิมในพื้น จ.ภูเก็ต มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยตำรวจสันติบาล จ.ภูเก็ต กองบัญชาการตำรวจสันติ สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และ จ.ส.ต.โกมล ดุมลักษณ์ กรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ประจำ จ.ภูเก็ต และโรงเรียนมุสลิมวิทยา จ.ภูเก็ต โดยมีเยาวชนชายหญิงเข้าร่วมโครงการประมาณ 120 คน
พ.ต.ต. อาทิตย์ ซื่อสัตยบงกช สารวัตรหัวหน้าตำรวจสันติบาล จ.ภูเก็ต กล่าวว่าเนื่องจากในปัจจุบันมีบุคคลหลากหลายกลุ่มมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการกระทำโดยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ การเขียนข้อความออกเผยแพร่เป็นหนังสือ เอกสาร แผ่นปลิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์ ซึ่งสามารถเผยแพร่ในปริมาณมากและเป็นไปอย่างรวดเร็ว การกระทำของบุคคล กลุ่มบุคคลเหล่านี้มักจะอ้างอิงสถาบันให้ประชาชนหลงเชื่อในทางที่ผิด และเป็นเหตุให้มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง กองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ จึ่งจัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนได้มีจิตสำนึกในการปกป้อง เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระมหากรุณาต่อปวงชนชาวไทยตลอดมา ซึ่งการอบรมครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 3 ที่จัดขึ้นใน จ.ภูเก็ต
*** วิเชียร อุตส่าห์/สนับสนุนข่าว
--------------------------------------
ผู้ประกอบการรถทัวร์บริการนักท่องเที่ยว และกลุ่มรถตู้และแท็กซี่ตำบลวิชิต ลงนามข้อตกลงในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว แบ่งผู้โดยสารฝ่ายละ 50-50 ป้องกันความขัดแย้งจนนำไปสู่การปิดท่าเรือน้ำลึก.
บ่ายวันนี้ (16 มิ.ย. 54) ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต ได้เชิญผู้แทนบริษัทรถทัวร์บริการนักท่องเที่ยว ที่รับผู้โดยสารจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ต.วิชิต และผู้แทนรถตู้และแท็กซี่นำเที่ยวในตำบลวิชิต รับฟังการชี้แจงเพื่อร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความเข้าใจว่าด้วยการจัดการให้บริการนักท่องเที่ยวที่มากับเรือโดยสารร่วมกัน มีบริษัททัวร์บริการนักท่องเที่ยว 5 รายมาลงรายชื่อประชุม โดยนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พันตำรวจเอกโชติ ชิดไชย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ร่วมเป็นสักขีพยาน
ขอบเขตบันทึกข้อตกลงดังกล่าว กำหนดให้บริษัททัวร์ กับรถตู้รถแท็กซี่ในชุมชนวิชิต แบ่งผู้โดยสารที่มาเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตในแต่ละเที่ยวฝ่ายละ 50 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นเรือที่ซื้อแพ็กเก็จทัวร์ ต้องให้ผู้โดยสารแก่บริษัททัวร์เท่านั้น บริษัททัวร์จะต้องเรียกใช้บริการรถตู้ แท็กซี่ของชุมชนวิชิตก่อนเป็นอันดับแรกในการให้บริการนักท่องเที่ยว และต้องปรับปรุงสภาพรถให้ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ร่วมทำบันทึกข้อตกลงจะต้องไม่กระทำการในลักษณะที่เป็นข้อต่อรอง เช่นปิดท่าเรือ หรือการต้อนนักท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ ว่าด้วยความปลอดภัยของเรือระหว่างประเทศโดยเคร่งครัด กำหนดไม่ให้มีรถบัสรับส่งฟรีแก่นักท่องเที่ยวและลูกเรือในทุกกรณี ให้ทั้ง 2 ฝ่ายกำหนดขั้นตอนรายละเอียดการทำงานร่วมกันภายใต้ขอบเขตของบันทึกข้อตกลง ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนาม หากจะยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
อย่างไรก็ตาม ผู้แทนบริษัททัวร์ ได้ชี้แจงว่าไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจ เนื่องจากเป็นสำนักงานสาขา จะต้องให้ฝ่ายกฎหมายที่สำนักงานใหญ่ในส่วนกลางดูในข้อตกลง ทำให้หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ชี้แจงว่า บันทึกข้อตกลงไม่มีผลในทางกฎหมาย เป็นเพียงแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาในฐานะของสัญญาลูกผู้ชาย ซึ่งจะเป็นทางออกให้บริษัททัวร์และชาวบ้านที่ประกอบอาชีพรถสาธารณะได้อยู่ร่วมกันได้ ทางผู้แทนบริษัททัวร์เข้าใจและยินยอมลงนามในที่สุดจำนวน 2 บริษัทคือ บริษัท ซีทัวร์ และบริษัท ลีเกล อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยหลังจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จะได้ส่งหนังสือบันทึกข้อตกลงไปยังผู้ประกอบการทัวร์ ที่ให้บริการที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งมีประมาณ 30 แห่งที่ไม่ได้มาร่วมในวันนี้ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวต่อไป.
***สทท.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป