วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ข่าวประจำวันที่ 18 มิย.54

นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมบรรยายสรุป ในงานแสดงสินค้า เจรจาธุรกิจ และศึกษาดูงาน Road Show ของ จ.หนองบัวลำภู


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าร่วมบรรยายสรุปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการพัฒนาการท่องเที่ยวของ อบจ.ภูเก็ต ภายในงานแสดงสินค้า เจรจาธุรกิจ และศึกษาดูงาน Road Show ณ จังหวัดภูเก็ต-พังงา ของจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งนำโดย นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วย ภาคส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ OTOP/ SMES รวมเดินทางจำนวนกว่า 60 คน โดยมี นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชัยพฤกษ์ พันธ์พฤกษ์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายชัยรัตน์ สุขบาล รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง เข้าร่วม

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าตามภูมิภาค ครั้งที่ 2 (ภาคใต้) ณ จังหวัดภูเก็ต-พังงา ภายใต้โครงการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย Road Show และประชาสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 15-18 มิถุนายน 2554 โดยได้มีการแสดงสินค้าจากจังหวัดหนองบัวลำภูและภูเก็ตจำนวน 10 คูหา ได้แก่ ข้าวฮาง ข้าวกล้องงอก ข้าวหอมมะลิ ผ้าและผลิตภัณฑ์ ของใช้ผลิตภัณฑ์ใยบวบ ผลิตภัณฑ์อาหาร/อาหารทะเล และเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเชื่อมโยงตลาด จึงจัดให้มีกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการจังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดภูเก็ต และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและเอกชนของสองจังหวัด

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การจัดกิจกรรม Road Show เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ของจังหวัดหนองบัวลำภู ในครั้งนี้ คาดว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เนื่องจากสินค้าที่นำมานั้นสามารถทำตลาดได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จังหวัดหนองบัวลำภู จะสามารถเป็นจังหวัดนำร่องทางด้านการท่องเที่ยวได้เช่นเดียวกันกับจังหวัดภูเก็ต.

***ปชส.อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
---------------------------------------------------

สวท. ภูเก็ต เชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมจัดหน้าบ้านให้สะอาด สวยงาม น่ามอง น่าอยู่อาศัย ตามโครงการหน้าบ้าน น่ามอง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วันนี้ (17 มิ.ย. 54) ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นายปราโมช

รัฐวินิจ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหน้าบ้าน น่ามอง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยมี นายเผชิญ ขำโพธิ์ อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางจิรดา ดีชัยยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นางวันเพ็ญ อัพตัน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นายโสภณ เคี่ยมการ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการรักษาราชการแทนประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า เนื่องด้วยในปี พ.ศ. 2554 เป็นปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554 จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามโครงการ หน้าบ้าน น่ามอง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 สิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ด้วยการเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันจัดหน้าบ้านให้สะอาด สวยงาม น่ามอง น่าอยู่อาศัยและส่งภาพถ่ายหน้าบ้าน น่ามอง เข้าร่วมประกวดได้ที่ อีเมล์ radiothailandphuket@hotmail.com หรือส่งภาพถ่ายได้ที่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต (สวท.ภูเก็ต) ซ. ประวัติ เลขที่ 22/33 ม. 6 ต. รัษฎา อ. เมือง จ. ภูเก็ต 83000 ซึ่งนอกจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจะได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นแล้ว กิจกรรมโครงการหน้าบ้าน น่ามองเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่รณรงค์ให้ชาวภูเก็ตเตรียมตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมต้อนรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติในปี 2554 ของจังหวัดภูเก็ตด้วย

***อารยา ตุลา/ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------

สวท. ภูเก็ตจัดโครงการประกวดร้องเพลงเพื่อพ่อ หนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

วันนี้ ( 17 มิ.ย. 54) ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นายประวิน พัฒนะพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการประกวดร้องเพลงเพื่อพ่อ โดยมีนางจิรดา ดีชัยยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายประวิน กล่าวว่า โครงการประกวดร้องเพลงเพื่อพ่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 โดยเป็นการประกวดร้องเพลงของกลุ่มเยาวชนชายหญิงจากสถาบันการศึกษา 8 แห่ง ที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 30 ราย เข้าร่วมโครงการโดยส่งคลิปเสียงเพลงเข้าประกวดในเพลง รูปที่มีทุกบ้าน เพลงต้นไม้ของพ่อ และเพลงของขวัญจากก้อนดิน โดยคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการตัดสิน ได้คัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งจะเข้าประกวดในวันนี้ (17 มิ.ย. 54) จำนวน 8 คน ประกอบด้วย นายวีระ ทองสีมา จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต นายโพธิกร พิพัฒน์ โรงเรียนเมืองถลาง นางสาววิศรรัศมิ์ กฐินทิพย์ วิทยาลัยเทคนิคถลาง นางสาวอรวรรณ ภู่ทอง โรงเรียนสตรีภูเก็ต นายธนนท์ จำเริญ และนางสาวณัฐนิชา มารศรี โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง (ขุนวิเศษนุกูลกิจ) นายธีระยุทธ บุตรตะกะ วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ตและนางสาวฑิฆัมพร หนิมุสา จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต

ทั้งนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินการประกวดร้องเพลงรอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วย นายปราโมช รัฐวินิจ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ นายเผชิญ ขำโพธิ์ อดีตอธิบดีมกรมประชาสัมพันธ์ นายประวิน พัฒนะพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 นางรวงทอง ยศธำรง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ และนางสาวศุภาวรรณ บุญจันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งผลการประกวด ปรากฏว่า ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงเพื่อพ่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประจำปี 2554 ได้แก่นายธนนท์ จำเริญ จากโรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายวีระ ทองสีมา จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวอรวรรณ ภู่ทอง จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต

***อารยา ตุลา/ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------------

งาน ผลไม้ไทย ผลไม้ดีที่ภาคตะวันออกสู่ภูเก็ต เริ่มแล้วที่สะพานหินภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 มิ.ย. นี้

วันนี้ (17 มิ.ย. 54) ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ปลายแหลมสะพานหิน อ. เมืองภูเก็ต จ. ภูเก็ต นายอนันต์ ลีลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ผลไม้ไทย ผลไม้ดีที่ภาคตะวันออกสู่ภูเก็ต โดยมีนายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายเฉลิมศักดิ์ ลิ้มวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5 จังหวัดสงขลา นายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต เกษตรในเขตภาคใต้ ข้าราชการและเกษตรกรจากจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

นายอนันต์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในประเทศในโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2554 เพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตในช่วงกระจุกตัว มีมากเกินความต้องการของผู้บริโภคจนเกินกำลังของกลไกของตลาดปกติที่จะรองรับได้ ทำให้เกิดปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการผลผลิตกระจายสู่ภาคต่าง ๆ ภายในประเทศ โดยการจัดงาน ผลไม้ไทย ผลไม้ดีมีที่ภาคตะวันออก ในแหล่งจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต โดยกำหนดจัดงานพร้อมกันทั้ง 3 จังหวัด ในระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2554 โดยในภาคเหนือ เป็นการร่วมกันจัดของจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดตราด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่นร่วมกับจังหวัดระนอง และภาคใต้ จังหวัดภูเก็ตร่วมกับจังหวัดจันทบุรี ซึ่งการจัดงานผลไม้ไทย ผลไม้ดีที่ภาคตะวันออก นับเป็นมาตรการที่สำคัญในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ เป็นการบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดที่มีศักยภาพในการซื้อขายสูง และผู้บริโภคที่เน้นเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร เช่น จังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจัดงานส่งเสริมการบริโภคครั้งนี้ จะทำให้สามารถกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตในช่วงที่กระจุก เกษตรกรขายผลผลิตได้ไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติ รู้จักและนิยมโบริโภคผลไม้ไทย ซึ่งจะสามารถสร้างตลาดผลไม้ไทยในต่างประเทศได้ในโอกาสต่อไป

ด้านนายวินัย กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงานฯ ว่า เป็นการนำผลไม้จากเกษตรกรภาคตะวันออกคุณภาพดีสู่ผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต มีผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย สละ และกล้วยไข่ โดยมีปริมาณการจำหน่ายวันละ 10 ตัน โดยมีเกษตรกรจากจังหวัดจันทบุรีมาจำหน่ายด้วยตนเอง นอกจากมีการจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีแล้ว ยังมีการจำหน่ายสินค้าวิสาหกิจชุมชนจังหวัดภูเก็ต สินค้าเกษตรปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดภูเก็ต อาหารพื้นเมืองภูเก็ต และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ได้แก่ การประกวดและแข่งขันปอกทุเรียน แข่งขันกินผลไม้ การจัดกระเช้าผลไม้ การชิมผลไม้ และรายการนาทีทองผลไม้ราคาถ ทั้งนี้งานผลไม้ไทย ผลไม้ดีมีที่ภาคตะวันออกสู่ภูเก็ตกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ (17 มิ.ย. 54) จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2554 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ปลายแหลมสะพานหิน อ. เมืองภูเก็ต

***โสภณ เคี่ยมการ/ข่าว/ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ พิมพ์
--------------------------------------

อบต.ป่าคลอก เพิ่มพื้นที่สีเขียวสวนสาธารณะหนองหาร เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง และให้เป็นสถานที่พักผ่อนและการท่องเที่ยวของชุมชน ในหมู่ 1 บ้านผักฉักฉีด.

วันนี้ (17 มิ.ย. 54) ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองหาร หมู่ที่ 1 บ้านผักฉีด ตำบลป่าคลอก นายอธิพงษ์ คงนาม นายก อบต.ป่าคลอก นำพนักงาน อบต.ฯ องค์กรเอกชน นักเรียนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ในโครงการท้องถิ่นไทย รวมใจภักดิ์ รักษ์พื้นที่สีเขียว ประจำปี 2554 โดยปลูกต้นไม้ 5 ชนิด ประกอบด้วย ยางนา กฤษณา ราชพฤษ์ ประดู่ และมะฮอกกานี จำนวน 84 ต้น รอบๆพื้นที่สระหนองหาร ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554

นายอธิพงษ์ คงนาม นายก อบต.ป่าคลอก เปิดเผยว่า พื้นที่สวนสาธารณะหนองหาร ทางกรมทรัพยากรน้ำได้จัดสรรงบประมาณประจำปี 2552 มาขุดลอกสระน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์ จำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันแล้วเสร็จและได้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านในชุมชนผักฉีด หมู่ที่ 1 ตำบลป่าคลอก ในการออกกำลังกายในช่วงเย็น นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนตามโรงแรมที่พักในพื้นที่ ได้มาใช้ประโยชน์เพื่อการออกกำลังกายด้วย

ทั้งนี้ อบต.ป่าคลอก ได้ปลูกต้นกฤษณา และไม้ประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว รอบๆ บริเวณสวนสาธารณะฯ ให้สวยงาม เป็นการลดภาวะโลกร้อน ส่วนในอนาคต จะส่งเสริมให้พื้นที่สวนสาธารณะฯ เป็นสถานที่เพื่อการพักผ่อนควบคู่กับไปกับการท่องเที่ยวชุมชน โดยจะนำรถจักรยานน้ำมาให้บริการ แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ออกกำลังกาย และชมพันธุ์ปลาที่ได้รับการอนุรักษ์ภายในสระน้ำแห่งนี้ด้วย

***สทท.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
---------------------------------------

ผู้แทนองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เข้าปรึกษาผู้ว่าฯ เรื่องสถานที่ก่อสร้างสถาน


ปฏิบัติธรรมนานาชาติ

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 เวลา 13.00 น. ที่ห้องทำงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เข้าปรึกษา นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อปรึกษากรณีเรื่องสถานที่ก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมนานาชาติ

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ซึ่งเมื่อย้อนหลังไปประมาณหลายเดือนมาแล้ว ก็มาวางศิลาฤกษ์ แต่ด้วยเหตุว่าตอนที่ประชุมครั้งแรกที่เลือกวัดท่าฉัตรไชยเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ก็ปรากฏว่าเมื่อมาพิจารณาแล้ว สถานที่ไม่น่าจะได้รับความสะดวก เนื่องจากว่าเมื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมแล้ว ต้องมีการกั้นรั้ว และที่สำคัญเป็นสถานที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก็เลยมีความตั้งใจไว้ว่า อยากให้ศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ มาอยู่ในเมืองภูเก็ต เพราะภูเก็ตถ้าเทียบกับเชียงใหม่ ได้เลือกไว้สองที่ แต่ภูเก็ตเป็นสากลมากกว่า และจะได้ประโยชน์มากกว่า จึงเปลี่ยนสถานที่ ส่วนที่วางศิลาฤกษ์ไปแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะได้มีการวางศิลาฤกษ์เพื่อให้รู้ว่าเกิดขึ้นแน่ที่ภูเก็ต ซึ่งในครั้งนี้เข้ามาปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะให้หาที่ของธนารักษ์ให้ เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารที่ปฏิบัติธรรมนานาชาติ ซึ่งที่เป็นสถานที่ที่ต้องใช้งบฯ 5 ล้านบาท แต่พอเป็นอาคาร 2-3 ชั้น ต้องมีการตกแต่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 40-50 ล้านบาท ก็อยากจะทำให้คนภูเก็ตภาคภูมิใจ พร้อมมาติดต่อประสานว่าถ้าจะเปลี่ยนจากที่เดิม และหาที่ใหม่ทางจังหวัดจะมีการขัดข้องหรือไม่อย่างไรบ้าง

ทั้งนี้นายตรี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางจังหวัดจะรับไว้พิจารณา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องขอพื้นที่จากส่วนราชการอื่นที่กำลังใช้พื้นที่ของธนารักษ์แล้วปันส่วนได้มากน้อยแค่ไหน หลังจากนั้นก็จะมีการพิจาณากันอีกต่อไป

***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------------

พิธีเปิดสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นทางการ

วันนี้ (17 มิ.ย. 54) ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองบังคับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าร่วม

สำหรับจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ปีละประมาณ 4-6 ล้านคน สร้างรายได้ให้จังหวัดภูเก็ต และประเทศไทยปีละประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสน 1 หมื่นล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนในการก่อสร้างอาคารที่ทำการถาวรของสถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตแห่งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานและได้รับความไว้วางใจในการให้การบริการ ดูแลอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ดียิ่งขึ้น อันเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งจะต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก

ด้านนายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานที่สำคัญภายใต้การกำกับดูแล ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างดีเยี่ยม จนเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์และนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

*** city news/สนับสนุนข่าว

-----------------------------------------
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ตจัดโครงการ “เผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมต่อผู้ประกันตน”

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2554 เวลา 09.00 น. ที่ห้องพระพิทักษ์ แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเมโทรโพล นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการ “เผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมต่อผู้ประกันตน” โดยมีนายสงวน วงศ์สัมพันธ์สุข ประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมมีการกำหนดทิศทางการประชาสัมพันธ์ได้ถูกต้องแล้ว ที่ให้ความสำคัญแก่สื่อบุคคล เนื่องจากวิถีแห่งความเป็นไทย สื่อบุคคลจะมีอิทธิพลที่สุดต่อความรู้สึกนึกคิด อันประกอบไปด้วย ความรู้ ความเข้าใจ และความพึงพอใจ ซึ่งความสำเร็จที่จะตามมานั้นคือ กลุ่มสมาชิกสามารถทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการประกันสังคม ยินยอมพร้อมใจกันส่งเงินสมทบด้วยความเต็มใจ และสามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตลอดจนป้องกันการขาดสิทธิ หรือการไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับ เพราะความไม่เข้าใจในระบบประกันสังคม และเมื่อได้ทราบว่าโครงการนี้ เป็นการจัดร่วมกันของไตรภาคี คือ ทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ได้มาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนหาแนวทางมาพัฒนาระบบงานประกันสังคมให้มีความเหมาะสมร่วมกัน

นายสงวน กล่าวว่า ความพยายามในการประชาสัมพันธ์ ให้ระบบการประกันสังคม เป็นที่รู้จัก และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นนายจ้าง และลูกจ้างนั้น ตามกฎหมายประกันสังคม ได้กำหนดหน้าที่ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน โดยไม่มีข้อยกเว้นว่าการจ้างงานนั้นจะเป็นช่วงทดลองงาน เมื่อนายจ้างดำเนินการแล้วลูกจ้างจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน และกองทุนประกันสังคม ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ทั้งเนื่องจากการทำงาน และไม่เนื่องจาการทำงาน รวมทั้งคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน

***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป