วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต วันที่ 26 พ.ค.54

เทศบาลนครภูเก็ตร่วมมือกับภาครัฐ-เอกชน ลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลสื่อสารต่าง ๆ ระยะที่ 2


เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 24 พ.ค.ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลนครภูเก็ต นาย วีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) โครงการจัดระเบียบสายไฟฟ้า และสายเคเบิลสื่อสารต่างๆ ระยะที่ 2 ณ บริเวณถนนถลาง ถนนเยาวราช ถนนดีบุก ถนนมนตรีและถนนพังงา ระหว่างเทศบาลนครภูเก็ต โดยนางสาว สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กับนาย สมชาย เครือแพทย์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต นาย ชาญวิทย์ บรรจงการ ผู้จัดการส่วนโทรศัพท์ และนาย วรวิทย์ วรพิบูลพงศ์ ผู้จัดการสำนักงานบริการลูกค้า กสท.ภูเก็ต โดยมีแขกผู้มีเกียรติ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของแต่ละฝ่าย เข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้การจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ต่อโครงการฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโครงการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลสื่อสารต่างๆ บริเวณถนนสายหลักภายในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ให้มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเมือง และเกิดความปลอดภัยตามแผนพัฒนาปฏิบัติงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ของเทศบาลนครภูเก็ต

นางสาว สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งหากมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตเมืองให้ดีขึ้น มีการจัดระเบียบภูมิทัศน์ของเมืองให้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในเขตเมืองให้มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการค้าในเขตเมือง ดังนั้น การจัดภูมิทัศน์ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อนุรักษ์ย่านการค้าเมืองเก่า ซึ่งประกอบด้วย ถนนถลาง ถนนกระบี่ ถนนดีบุก ถนนพังงา ถนนรัษฎา ซึ่งมีอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมชิโนโปตุกีสที่เก่าแก่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ และการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ และพื้นที่บริเวณใกล้เคียงให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม จะเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้อีกทางหนึ่งด้วย

นางสาวสมใจ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเทศบาลนครภูเก็ตได้ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ให้บริการระบบสื่อสารต่าง ๆ ได้ดำเนินโครงการนำสายเคเบิลไฟฟ้า สายโทรศัพท์ และสายเคเบิลสื่อสารอื่นๆ ลงดินไปเรียบร้อยแล้วในระยะที่ 1 คือ บริเวณถนนถลาง และซอยรมณีย์ และกำลังจะเริ่มดำเนินการในระยะที่ 2 ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ณ บริเวณ ถนนกระบี่ ถนนดีบุก ถนนภูเก็ต ถนนเทพกระษัตรีบางส่วนและถนนเยาวราช ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2554 หลังจากนั้นก็จะดำเนินการในระยะที่ 3 บริเวณ ถนนเยาวราช ถนนพังงา ถนนรัษฎา และถนนดีบุกในส่วนที่เหลือต่อไป

“หากจะดำเนินการนำสายไฟฟ้าและเคเบิลสื่อสารต่าง ๆ ลงใต้ดินให้ครอบคลุมพื้นที่เขตเทศบาลทั้งหมดจะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เทศบาลนครภูเก็ต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและผู้ให้บริการระบบสื่อสารทุกเครือข่าย ได้มีความเห็นร่วมกันว่า ในเขตพื้นที่โดยรอบเขตอนุรักษ์ย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต และพื้นที่โดยรอบเขตเทศบาลนครภูเก็ต โดยเฉพาะถนนสายหลัก ควรจะได้มีการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายเคเบิล สื่อสารต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยไปก่อน เมื่อมีงบประมาณหรือได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลาง จึงจะดำเนินการนำสายไฟฟ้า สายเคเบิลสื่อสารต่างๆ ลงใต้ดิน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลสื่อสารต่างๆ ณ บริเวณถนนแม่หลวน เป็นโครงการนำร่อง และได้ดำเนินการบริเวณถนนภูเก็ตไปแล้ว” นางสาวสมใจ กล่าวในที่สุด

สารภี ศรีธรรมรัตน์ /สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

-------------------------------
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เลือกผลักดันนครภูเก็ต เป็นต้นแบบ "เมืองแห่งอาหาร" ในเครือข่ายเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของ UNESCO

เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 24 พ.ค. 54 ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลนครภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โครงการส่งเสริมผลักดันให้ภูเก็ตเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO ระหว่างเทศบาลนครภูเก็ต โดยนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายชัยพฤกษ์ พันธ์พฤกษ์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยนางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และนางสาวศิริพรรณ ทองเจิม ผู้อำนวยการศูนย์หอศิลป์ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยมีฝ่ายบริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ เทศบาลนครภูเก็ต แขกผู้มีเกียรติ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีความโดดเด่นทั้งทางด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต มีธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม และที่สำคัญภูเก็ตยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอาหารที่แสดงถึงวัฒนธรรม ที่สั่งสมมาแต่อดีต บนความกลมกลืนของเชื้อชาติที่แตกต่างกัน นำมาซึ่งอาหารที่หลากหลาย และผสมกลมกลืนกันจนกลายเป็นอาหารท้องถิ่นรสชาติอร่อย และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต โดยใช้วัตถุดิบของพื้นถิ่นเป็นเครื่องปรุงหลัก อาทิ อาหารจีนสไตล์ฮกเกี้ยน อาหารอิสลาม อาหารพื้นบ้านแบบปักษ์ใต้ อาหารไทยภาคกลาง ภาคอีสาน และอาหารฝรั่งอันลือชื่อ ประกอบกับภูมิประเทศที่เป็นเกาะ จึงทำให้ภูเก็ตยังมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารทะเลที่สด สะอาด นอกจากนี้แล้ว ด้วยความมีอัธยาศัยและความเป็นมิตรไมตรีของคนภูเก็ต ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เมืองภูเก็ตสามารถก้าวถึงความเป็น City of Gastronomy ของ UNESCO

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จึงให้ความสำคัญและคัดเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นต้นแบบนำร่องในการผลักดันให้เป็นเครือข่ายเมืองแห่งอาหาร ของ UNESCO เพื่อให้ภูเก็ตได้นำวัฒนธรรม ซึ่งเป็นต้นทุนทางสังคมต่อยอดให้ได้รับการยอมรับและกล่าวขานมากขึ้น ส่งผลสู่การเป็นนครแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ขณะที่ทางด้านนางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวว่า การที่เลือกภูเก็ตเป็นเมืองแห่งอาหาร เนื่องจากภูเก็ตมีความหลากหลายของวัฒนธรรมด้านอาหาร และหลังจากนี้ก็จะมีการผลักดันร่วมกันกับทางเทศบาลนครภูเก็ตต่อไป เพื่อให้ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งอาหารในเครือข่ายเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของ UNESCO ต่อไป

สารภี ศรีธรรมรัตน์ /สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

------------------------
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ห้ามศึก "สมจิตร จงจอหอ" ชก ผู้บังคับการฯ ภูเก็ต ในศึกวันโล่เงิน รวมน้ำใจสู่ภัยน้ำท่วม‏

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 24 พ.ค. 2554 พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยการกุศล "ศึกวันโล่เงิน รวมน้ำใจสู่ภัยน้ำท่วม" ณ สนามมวยชั่วคราวโรงยิมเนเซียม สะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลน์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายปมุข อัจฉริยะฉาย กงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์ ประจำจังหวัดภูเก็ต/นายกสมาคมชาวนครศรีธรรมจังหวัดภูเก็ต นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง

นายสัจจพล ทองสม นายกสมาคมชาวเมืองลุงจังหวัดภูเก็ต นางจุฑารัตน์ เรืองวิมล ประธานชมรมชาวสงขลา จังหวัดภูเก็ต จ.ส.ต.โกมล ดุมลักษณ์ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติอีกหลายท่านจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมในพิธีเปิดและร่วมชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

พ.ต.อ.พรศักดิ์ นวนหนู รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ในฐานะรองประธานจัดการแข่งขันฯ กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในรายการดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากได้เกิดอุทุกภัยน้ำท่วมตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา เป็นเหตุทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และจังหวัดชุมพรบางส่วน ได้รับความเสียหาย จำนวน 772 ครอบครัว มูลค่าความเสียหายประมาณ 39 ล้านบาทเศษ

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ กต.ตร.ในจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกันจัดกิจกรรมชกมวยการกุศล "ศึกวันโล่เงิน รวมน้ำใจสู่ภัยน้ำท่วม" เพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว และช่วยเหลือชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวภูธรภาค 8 เป็นผู้อำนวยการแข่งขัน

ในกิจกรรมครั้งนี้ได้จัดมวยคู่เกียรติยศ ระหว่าง สมจิตร จงจอหอ นักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนล่าสุด (โอลิมปิกครั้งที่ 29 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน) ขวัญใจชาวไทย โชว์ลีลาการชกกับ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ประธานจัดการแข่งขัน และได้รับเกียรติจากนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นกรรมการบนเวที นอกจากนี้ยังมีมวยไทยคู่เอก มวยไทยจากทีวีช่อง 7 สี ระหว่าง รุ่งศิริ ว.สุนทรนนท์ กับ เพชรทักษิณ ส.สมหมาย รวมทั้งมวยไทยคู่อื่นๆ อีก รวม 11 คู่ โดย การจัดแข่งขันชกมวยการกุศลในครั้งนี้ มียอดบริจาค กว่า 2 ล้านบาท พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามในส่วนของการชกมวยคู่เกียรติยศ ระหว่าง สมจิตร จงจอหอ นักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนล่าสุด กับพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นั้น ได้สร้างสีสันให้แก่คนดูได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวะที่สมจิตร จงจอหอเปิดโอกาสให้ ท่านพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ไล่บี้แบบไม่มียั้ง และในจังหวะที่ สมจิตร จงจอหอ ไล่ชก กรรมการบนเวที ซึ่งก็คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ด้วยลีลาทีเล่นทีจริง ทั้งนี้เนื่องจากท่านผู้ว่าฯ เข้าไปห้ามศึก ได้เรียกเสียงเชียร์ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานจากคนดูได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ในการชกมวยคู่เกียรติยศ ดังกล่าว ตามกำหนดการเดิม พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต จะขึ้นชกกับเขาทราย แกแล็กซี่ แต่เนื่องจากเขาทราย ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จึงไม่สามารถเดินทางมาร่วมในศึกการกุศลครั้งนี้ได้

สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว / เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

------------------------------
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จัด โครงการ“เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการสร้างและดูแลบำรุงรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ ”

เพื่อให้ความรู้ ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการสร้าง วิธีการบำรุงรักษา ตลอดจนคำนึงถึงคุณค่าทางศิลปะ ความสง่างาม ความคงทนอย่างถาวร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต นางสาวนิรมล เรืองสม ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการสร้างและดูแลบำรุงรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ ” โดยมี นายมานพ อมรวุฒิโรจน์ นายช่างศิลปกรรม 6 สถาบันศิลปกรรม กรมศิลปากร ตลอดจนผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน ๗๐ คน ซึ่งเป็น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลบำรุงรักษาอนุสาวรีย์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานจังหวัดในภาคใต้ตอนบน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนา ท้องถิ่นจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของกรมศิลปากรในส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายมานพ กล่าวว่า เนื่องด้วยปัจจุบัน มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนบุคคลสำคัญของชาติเป็นจำนวนมาก เพื่อเชิดชูพระมหากษัตริย์และบุคคลสำคัญ แต่ในปัจจุบันการสร้างและการดูแลบำรุงรักษาอนุสาวรีย์ ยังไม่ถูกต้องตามระเบียบและวิธีการ อันจะเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความเสียหายแก่อนุสาวรีย์ได้ โดยสำนักช่างสิบหมู่ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการก่อสร้าง จึงตระหนักถึงความสำคัญของอนุสาวรีย์ที่เป็นมรดกอันล้ำค่า และเห็นว่าองค์ความรู้ดังกล่าวควรได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง จึงได้จัดทำโครงการ “เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการสร้างและดูแลบำรุงรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ” เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้เข้ารับการอบรม เกี่ยวกับการจัดสร้างและวิธีการบำรุงรักษาอนุสาวรีย์ ควรคำนึงถึงความมีคุณค่าทางศิลปะ ความสง่างาม ความคงทนถาวร

“นอกจากนี้การบรรยายเกี่ยวกับระเบียบการขออนุญาต และวิธีการดูแลบำรุงรักษาแล้ว ยังจะได้ทำการสาธิต วิธีการดูแลบำรุงรักษาอนุสาวรีย์ในเบื้องต้น เพื่อความชัดเจนและความสมบูรณ์ของการอบรมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ดำเนินการต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในการออกแบบ ปั้น และหล่อโดยเฉพาะ อีกทั้งเมื่อจัดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการจัดแต่ง ภูมิทัศน์โดยรอบอนุสาวรีย์ให้สวยงาม และมีการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้อนุสาวรีย์นั้น ๆ ทรงความสง่างาม มีคุณค่าทางศิลปะ ตลอดจนรักษาคุณค่าของเนื้อโลหะ ตลอดนานเท่านาน” นายมานพ กล่าว

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ ณรงศักดิ์ แสงสีดำ ภาพ/ทาน

-----------------------------
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ต่อยอดการผลิตสินค้าภูมิปัญญาไทย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ จัด สัมมนาและประชุมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระดับประเทศ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมภูเก็ตแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมมนาและประชุมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระดับประเทศ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 “ในหัวข้อ จากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทางออกใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ หัวข้อการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์ กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และหัวข้อ ต่อยอดภูมิปัญญาไทย เติมไอเดีย สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ”โดยมี นายสมเกรียติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต้อนรับ นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงานดังกล่าว นายสมพงษ์ อ่อนประเสริฐ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ตลอดจน ผู้ประกอบการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าจัดโครงการสัมมนาและประชุมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระดับประเทศภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามนโยบายของรัฐบาลทั้งนี้ ทางโครงการ ฯ จะจัดให้มีการสัมมนาดังกล่าวจำนวน 9 ครั้ง รวมประมาณ 6,300 คน ทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมนำความรู้ที่ได้รับมาเผยแพร่ให้กับท้องถิ่นและชุมชน เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการโครงการประมาณ 8 เดือน

ทั้งนี้การโครงการสัมมนา ฯ ในครั้งนี้จังหวัดภูเก็ตถือเป็นครั้งที่ 9 ได้จัดให้มีขึ้นโดยมี 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมสัมมนาและการสัมมนาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามนโยบายของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ ด้วยการต่อยอดจากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเชื่อมโยงกับสินค้า หรือบริการตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการเพิ่มพูนมูลค่าและเกิดการสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีส่วนร่วม และร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุน ส่งเสริมและการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย อย่างมีประสิทธิภาพเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงศักดิ์ แสงสีดำ ทาน

------------------------------
สุรโชติ ตามเจริญ เจ้าของผลงาน “ผ้าสมปักปูม” ยอดผ้าไหมมัดหมี่ โครงการสร้างภาพลักษณ์จัดไหมไทยสู่สากล

นางปัจฉิม ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดโครงการสร้างภาพลักษณ์จัดไหมไทยสู่สากล ซึ่งเป็นโครงการย่อยภายใต้โครงการสร้างภาพลักษณ์ ใหม่สินค้าไทยสู่สากล เพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมไหมไทยสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ถึงสภาวะเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดสินค้าไหมไทยทั้งในประเทศและตลาดโลก ตลอดจนเจตนารมณ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการไทยประสานองค์ความรู้พื้นบ้าน ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ประกอบกับฝีมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงปรับปรุงลักษณะและการใช้ประโยชน์ของผ้าไหมไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าของไหมไทยให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างเอกลักษณ์ และความต้องการจากหลายส่วนทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

โดยมีกิจกรรมการประกวดที่สำคัญ ได้แก่ การคัดสรรสุดยอดผ้าไหมหมี่ มีวัตถุประสงค์โครงการกระตุ้นวงการอุตสาหกรรม ไหมไทยให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ และรูปแบบตลอดจนยกระดับสินค้าผ้าไหมไทยให้ได้รับความนิยมในระดับสากล ทั้งยังช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และรวบรวมองค์ความรู้ด้านผ้าไหมไทยเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา ผู้ชนะเลิศ ยอดผ้าไหมมัดหมี่ ได้แก่ นายสุรโชติ ตามเจริญ เจ้าของผลงาน “ผ้าสมปักปูม” รับโล่พระราชทานพร้อมเงินรางวัล 3 หมื่นบาท และประกาศนียบัตร ส่วนการประกวดออกแบบลายผ้าไหมไทยร่วมสมัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสร้างและพัฒนาศักยภาพของผู้สมัครในการสร้างสรรค์การออกแบบลายผ้า

ทั้งนี้ โครงการสร้างภาพลักษณ์จัดไหมไทยสู่สากล เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์ที่รัฐบาลได้ประกาศพันธสัญญา 12 ข้อ ขับเคลื่อนนโยบายและกำหนดเป้าหมายให้การขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ไทยให้เป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ในภูมิภาคอาเซียน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของ อุตสาหกรรมร้อยละ 12 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) เป็นร้อยละ 20 ภายในปี 2555

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

-------------------------------
การก่อสร้างสะพานท้าวศรีสุนทร หรือ สะพานสารสิน 2 เชื่อมการเดินทางระหว่างจังหวัดพังงา-ภูเก็ต คืบหน้ากว่า 93% คาดเปิดให้บริการได้ภายใน 20 ก.ค.นี้

นายอรุณ เสน่ห์ ผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการก่อสร้างสะพานท้าวศรีสุนทร หรือ สะพานสารสิน 2 ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมการเดินทางระหว่างจังหวัดภูเก็ต และพังงา เพื่อทดแทนสะพานสารสินเดิมที่มีการก่อสร้างมาแล้วกว่า 52 ปี ว่า กรมทางหลวงได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในปีงบประมาณ 2552 จำนวนกว่า 370 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างสะพานท้าวศรีสุนทร หรือสะพานสารสิน 2 ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อทดแทนสะพานสารสินเดิมที่ก่อสร้างมานานถึง 52 ปี แล้ว ทำให้สภาพสะพานเดิมอยู่ในสภาพที่เก่า และชำรุด ประกอบกับสะพานเดิม มีความสูงไม่มากนักเรือขนาดใหญ่ไม่สามารถที่จะลอดผ่านได้ จึงได้มีการของบประมาณมาจัดสร้างสะพานสารสิน 2 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการเดินเรือ

สะพานท้าวศรีสุนทร หรือสะพานสารสิน 2 ที่ก่อสร้างใหม่ สร้างอยู่ในระดับแนวเดียวกับสะพานเทพกระษัตรี มีความยาว 650 เมตร กว้าง 12 เมตร เป็นสะพาน 2 ช่องทางจราจร ใช้สำหรับขาออกจากเกาะภูเก็ต

จากการติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างพบว่า ขณะนี้การก่อสร้างสะพานดังกล่าวมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 93% เหลือเพียงขั้นตอนเก็บงานรายละเอียดพื้นผิวถนน ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ รวมทั้งปรับปรุงสะพานสารสินเดิมให้เป็นจุดชมวิว โดยยกสะพานระดับ ให้มีความสูงเท่ากับสะพานท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร และสร้างจุดชมวิวแหล่งท่องเที่ยวเพื่อใช้เป็นสะพานคนเดิน

ผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดภูเก็ตกล่าวต่อไปว่า มั่นใจว่าภายในต้นเดือน ก.ค.นี้การก่อสร้างสะพานจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณวันที่ 20 ก.ค.นี้ เชื่อว่าหลังจากเปิดให้สะพานท้าวศรีสุนทร หรือสะพานสารสิน 2 จะทำให้การเดินทางเข้าออกจังหวัดภูเก็ต-พังงามีความสะดวกวสะบายขึ้นเนื่องจากขณะนี้การเดินทางข้ามระหว่าง 2 จังหวัดใช้เพียงสะพานเทพกระษัตรีทำให้การเดินทางไม่สะดวกเท่าที่ควร เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งผลดีต่อการคมนาคมระหว่างจังหวัด สะดวก ปลอดภัย ยังเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงในภูมิภาคด้วย

สำหรับสะพานท้าวศรีสุนทร สร้างอยู่กึ่งกลางระหว่างสะพานสารสินเดิมกับสะพานท้าวเทพกระษัตรี เป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร ผิวจราจรกว้างประมาณ 12 เมตร ขอบทางกว้างข้างละ 0.70 เมตร สะพานมีความยาวประมาณ 655 เมตร พร้อมกันนี้จะทำการก่อสร้างปรับปรุงถนนบริเวณคอสะพานฝั่งท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ตยาวประมาณ 650 เมตร และฝั่งท่านุ่น จังหวัดพังงา ยาวประมาณ 510 เมตร

---------------------------------------
ผู้การ ฯ ภูเก็ต สั่งทุกพื้นที่เร่ง กวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ อย่างจริงจัง และ เตรียมทำลายของกลางที่คดีสิ้นสุดแล้วกว่า 140,000 ชิ้น

เมื่อเวลา 11.00 น.วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และนางนันท์ฐิตา คงเมือง นายด่านศุลกากรจังหวัดภูเก็ต และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้ว ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมทำลายของกลางสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา

นางปัจฉิมา กล่าวถึง การปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางการค้า และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะสินค้าเบรนด์เนมที่มีชื่อของต่างประเทศ ได้ขึ้นบัญชีประเทศไทยเป็นประเทศที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญาสูงมาก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ เช่น หาดป่าตอง กะตะ กะรน เป็นต้น มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะมีการปราบปรามโดยตลอดก็ตาม และการปราบปรามจับกุมก็สามารถดำเนินการได้จำนวนมาก ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และด่านศุลกากรจังหวัดภูเก็ต จะจัดงานทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วครั้งใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต ประมาณปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคม 2554 ที่บริเวณโรงงานเตาเผาขยะภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 140,000 ชิ้น จาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 และ DSI ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้า เครื่องหนัง นาฬิกา แว่นตา แผ่นซีดี เป็นต้น

“อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าปลอมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาปลอม ยาสีฟันปลอม สายไฟปลอม ยาปลอม และซีอิ๋วปลอม เป็นต้น เพราะสินค้าเหล่านี้นอกจากจะทำลายระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการทำลายสุขภาพและชีวิตของประชาชนอีกด้วย” นางปัจฉิมา กล่าว

ด้านพล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นพื้นที่สีแดง ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขึ้นบัญชีไว้ว่าเป็นพื้น ที่มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมาก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั้งหาดป่าตอง กะรน เป็นต้น ซึ่งการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั้นผู้ค้าได้ดำเนินการแบบซับซ้อนมากขึ้น เช่น ที่หน้าร้านเปิดขายสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย แต่ภายในร้านจะมีการนำสินค้าปลอมมาเก็บไว้ เพื่อขายให้นักท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่เร่งดำเนินการ กวาดล้างอย่างจริงจัง เพื่อให้ภูเก็ตปลอดจากสินค้าผิดกฎหมาย

เมื่อเดือนที่แล้วทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้สนธิกำลังกวาดล้าง จับกุมในพื้นที่ป่าตอง ย่านการค้าหาดป่าตอง ได้ของกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของพื้นที่ป่าตองเป็นพื้นที่ ที่มีการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในภูเก็ต และเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่นั้น คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการดำเนินการจับกุมกวาดล้างให้หมดไปเช่นกัน” พล.ต.ต.พิกัด กล่าว

ขณะที่ นางนันท์ฐิตา คงเมือง นายด่านศุลกากรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรมศุลกากรมีนโยบายที่ชัดเจนในการให้ด่านศุลกากรทุกด้านเข้มงวดจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีด่านศุลกากร 2 ด่าน คือ ด่านศุลกากรภูเก็ตและด่านศุลกากรสนามบินภูเก็ตได้มีการปราบปรามจับกุมทั้งทางบกและทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิพม์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ทาน

--------------------------------
กระทรวงมหาดไทยย้ำส่วนราชการวางตัวเป็นกลาง ในการเลือกตั้ง 3 กรกฏาคมนี้

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 เวลา 10.00 น.ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม การประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 5/2554 ผ่าน Video Conference โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุม นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบด้วย ข้อราชการของผู้บริหาร ซึ่งได้แก่ ข้อราชการของปลัดกระทรวงมหาดไทย และข้อราชการของส่วนราชการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ให้ส่วนต่างๆรับผิดชอบดังนี้ กรมการปกครอง รับผิดชอบในเรื่องการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย และในส่วนของกรมที่ดิน รับผิดชอบในเรื่องการสนับสนุนการดำเนินการออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนของกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบในเรื่องการตรวจสอบยืนยันสถานการณ์ภัยแล้ง และการให้ความช่วยเหลือ และในส่วนสุดท้าย การส่งเสริมปกครองท้องถิ่น รับผิดชอบเรื่องการป้องกันมิให้มีกรณีทุจริตเรียกรับเงินในการสอบแข่งขัน และบรรจุแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ด้านนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทยฝากให้แต่ละอำเภอเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่รองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฏาคมนี้ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์การเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด และช่วยกำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ที่สำคัญให้เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง

อารยา ตุลา /ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป