พี่น้องมุสลิมภูเก็ต ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ ภูเก็ต ถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอทบทวน เรื่องการงดให้การสนับสนุนเงินถือศีลอด ช่วงเดือนรอมฎอน
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 พ.ค. 54 ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต จ.ส.ต.โกมล ดุมลักษณ์ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือผ่านทางนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อขอให้ทบทวนเกี่ยวกับเรื่อง การงดให้การสนับสนุนเงินถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องมุสลิม จ.ภูเก็ต
จ.ส.ต.โกมล กล่าวว่า ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำหนังสือถึงจังหวัด เกี่ยวกับเรื่องการงดให้เงินสนับสนุนการถือศีลอด โดยทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ตอบมาทางจังหวัดว่า เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่ความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นธรรมนูญสูงสุดของอิสลาม เป็นวัฒนธรรมที่พี่น้องมุสลิมถือปฏิบัติร่วมกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน และด้วยความสำคัญดังกล่าวพวกเราจึงต้องมาเรียกร้องสิทธิ์ของเรา
“เงินที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุน แต่ละครั้ง ก็เป็นเงินเล็กๆ น้อย จึงไม่อยากให้มาตัดเงินงบประมาณตรงส่วนนี้ เพราะการถือศีลอดเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนละว้นการทำความชั่ว ได้ทำความดีในเดือนรอมฎอนว่า เราจะเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้อยู่ในกรอบอันดีงามของพี่น้องทั่วโลก เพราะฉะนั้นพวกเราขอให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยทบทวนเรื่องดังกล่าว ว่าไม่ใช่ความเชื่อส่วนบุคคล แต่มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรม สมควรที่จะส่งเสริมให้คนได้ทำความดีละเว้นความชั่ว แล้วก็อีกปัญหาหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เหตุการณ์เข้าใจผิด เรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็ขอความเมตตาท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยทบทวนคำสั่งอีกครั้ง ซึ่งการทบทวนเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว” จ.ส.ต.โกมล กล่าว
สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------------
ภูเก็ตกำชับทุกหน่วยงานเร่งจัดทำบัญชีผู้เสพ
เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและจริงจังในการที่จะทำ ให้ภูเก็ตปลอดจากปัญหายาเสพติด อย่างยั่งยืน
วันที่ 26 พ.ค. 54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ (ห้องเล็ก) นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ศตส. จังหวัดภูเก็ต โดยมี พล.ต.ต พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งนี้ เนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ กำชับในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำบัญชีผู้ค้าผู้เสพ และผู้ค้า รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการแล้ว นอกจากนี้ในส่วนของ ศตส. ได้ดำเนินการร่วมกับ สภ.ในพื้นที่ และสำนักงานสาธารณสุข อำเภอ ร่วมกันจัดทำบัญชีดังกล่าวโดยผ่านเวทีประชาคม โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ ขณะเดียวกันยังกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเห็นว่าทางเจข้าหน้าที่ยังมีการจับกุมผู้เสพ และผู้ค้าซึ่งได้ของกลางเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตถือเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานก็ได้เร่งปรามปราบมาโดยตลอด แต่ทั้งนี้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย โดยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่เมื่อพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ณรงศักดิ์ แสงสีดำ/ ข่าว/ทาน สิรินทร สินอนันต์/ พิมพ์
-----------------------------------------------
สสจ.ภูเก็ต ประชุมขับเคลื่อนอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน จังหวัดภูเก็ต 2554
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพล
อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุม เรื่อง การสนับสนุนการขับเคลื่อนอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน จังหวัดภูเก็ต 2554 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต (สสจ.ภูเก็ต) จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาและขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคระดับอำเภอ โดยมีนายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอำเภอถลาง นายอำเภอกะทู้ นายแพทย์สาธารณสุข ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข และผู้รับผิดชอบงานอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืนทุกระดับเข้าร่วม
โอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการมอบเกียรติบัตรให้แก่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลสิริโรจน์ และโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคของจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างดี
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองค่อนข้างมาก ภาคประชาชน เอกชน รวมถึงสื่อมวลชนมากขึ้น ระบบงบประมาณด้านสาธารณสุข ปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบเหมาจ่ายเป็นรายหัว จัดสรรโดยตรงสู่หน่วยบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ มีการจัดตั้งกองทุนสุขภาพตำบล การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีภารกิจและบทบาทในการป้องกันและควบคุมโรค จึงขึ้นอยู่กับศักยภาพและระบบกลไกที่เกิดขึ้นทั้งในระดับอำเภอและตำบล
“อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน เป็นนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในระดับพื้นที่ โดยเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งในระดับอำเภอ รวมถึงความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขให้มีระบบและกลไกการบริหารจัดการ การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพของพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทันสถานการณ์ ทั้งอำเภอถือเป็นจุดเชื่อมโยงการดำเนินงาน การบริหารทรัพยากรจากส่วนภูมิภาคสู่ส่วนท้องถิ่นและชุมชน แต่ที่ผ่านมาในแต่ละพื้นที่ยังขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบและยังมีความเข้มแข็งที่แตกต่างกัน”
นายสมเกียรติ กล่าวด้วยว่า คุณลักษณะอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืนมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ มีคณะกรรมการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพระดับอำเภอ มีระบบระบาดวิทยาที่ดี มีการวางแผนป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ มีการระดมทุนและทรัพยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผลสำเร็จการป้องกันควบคุมโรคที่สำคัญ โดยจังหวัดภูเก็ตกำหนดเป้าหมายพัฒนาให้ทุกอำเภอผ่านเกณฑ์คุณลักษณะอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน อันส่งผลให้สามารถลดหรือขจัดปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคและภัยที่สำคัญ ประชาชนมีความปลอดภัยจากโรคและภัยสุขภาพมากยิ่งขึ้น
สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสัดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
ชุมชนอิราวดี วอน ผู้ว่าฯ แก้ปัญหาน้ำประปาไม่ไหลในชุมชน อิราวดี 2 หยี่เต้ง
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 นายประเสริฐ ล่ามสมบัติ แกนนำชุมชนชาวอิราวดี 2 หยี่เต้ง ขอความอนุเคราะห์ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แก้ปัญหาน้ำประปาไม่ไหลในชุมชน อิราวดี 2 หยี่เต้ง หมู่ที่ 6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่รวมกัน 247 หลังคาเรือน เป็นชุมชนเข้มแข็งแห่งหนึ่งของเทศบาลตำบลวิชิต ดังจะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ และการจัดงานวันเด็กแห่งชาติตั้งแต่ปี 2539 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
โดยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเป็นชุมชน บ้านจัดสรร ในปี 2536 จนถึงปัจจุบัน ชุมชนแห่งนี้ประสบปัญหาเรื่องระบบสาธารณูปโภคมาโดยตลอด เช่น ไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณที่สาธารณะ การจัดการเรื่องขยะมูลฝอย น้ำประปาไม่ไหล เป็นต้น ชาวชุมชนฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง แต่การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปาไม่ไหล หรือ ไหลเฉพาะช่วงดึกจนถึงช่วงเช้านั้น ยังไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนเป็นอันมาก โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียน และคนทำงานนอกบ้าน ที่ต้องอดทนรอน้ำประปาจนถึงเที่ยงคืนทุกวัน เพราะโดยปกติน้ำประปาจะไหลเฉพาะช่วงดึก ระหว่างเวลา 24.00 น-06.00 น. และบางครั้งน้ำประปาไม่ไหลเป็นระยะเวลา 1-2 วัน ก็มีเป็นประจำทุกเดือน ชาวชุมชนบางส่วนได้ทำการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการซื้อถังสำรองน้ำ และติดตั้งระบบปั้มสูบน้ำ เพื่อใช้ในครัวเรือน แต่การแก้ปัญหาโดยปกติแล้ว เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราวเท่านั้น หากใช้นาน ๆ จะพบปัญหาอื่น ๆ ตามมา ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ดังนั้นจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ยังพบว่ายังมีการอนุมัติให้มีการก่อสร้างบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ (โครงการพนาสนธิ์บ่อแร่) ซึ่งโครงการตั้งอยู่ใกล้เคียงกับชุมชนอิราวดี 2 และยังใช้น้ำประปาจากแหล่งน้ำเดียวกันกับชุมชนอีกด้วย ซึ่งการขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต และเป็นปัญหาของชาวชุมชน อิราวดี 2 มาแล้ว 18 ปี ที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง จึงขอความอนุเคราะห์ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แก้ปัญหาน้ำประปาไม่ไหลในชุมชน อิราวดี 2 หยี่เต้ง หมู่ที่ 6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
อารยา ตุลา ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
ชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลกประชุมชี้แจงการเตรียมรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต้อนรับ การประชุมชี้แจงการเตรียมรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ โดยชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลก ซึ่งมีนายประมวล รุจนเสรี ประธานที่ปรึกษาชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลก กล่าวเปิดการประชุม และมีอาจารย์ปริญญา ตันสกุล นักวิชาการสัมผัสพิเศษ ชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลก เป็นผู้บรรยาย นอกจากนี้ยังมี นายสันติ จันทร์วงษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้ประสานงาน และมีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.)ตลอดจน อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไปเข้ารับฟัง
นายประมวล รุจนเสรี เปิดเผยว่า จิตจักวาลดวงใหญ่ พระบิดาแห่งจิตวิญญาณของมนุษย์ทั้งหลาย ได้พยายามสื่อสารกับมนุษย์ผ่านอาจารย์ปริญญา ตันสกุล ด้วยการถ่ายทอดคลื่นความคิดในระบบจิตสู่จิต แบบแนวดิ่ง มานานกว่า 10 ปี ด้วยงานเขียนหนังสือชุดจิตจักรวาลบ้าง หนังสือความรู้ต่าง การบรรยายถ่ายทอดคลื่นความคิดบ้าง การฝึกอบรมยุวจิตจักรวาลทายาทบ้าง การตอบปัญหาธรรมะทางเฟสบุ๊คบ้าง จนในที่สุด ได้จัดตั้ง ชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลก ขึ้นมา มีอาจารย์ปริญญา ตันสกุล เป็นประธานชมรมด้วยตนเอง แต่มวลมนุษย์ชาติทั้งหลายก็ไม่ค่อยจะให้ความสนใจเข้ามาเรียนรู้อย่างกว้างขวาง จริงจังมากนัก
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีกลุ่มคนไทยกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณร้อยกว่าคนที่ติดตามศึกษาเรียนรู้สัจจะความจริงใหม่ที่อาจารย์ปริญญา ตันสกุล ได้ถ่ายทอดจากการสื่อกับองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ ที่อยู่ในแดนสุญญตานอกเอกภพอันไกลโพ้น ได้รับการสร้างแนวคิดยกระดับจิตสำนึกเข้าสู่ความสมดุลมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจริงจัง ได้แสดงเจตนารมณ์และมีปณิธานแห่งนิพพาน พากันขันอาสาเข้ามาช่วยงานขององค์จิตจักรวาลดวงใหญ่ พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ เพื่อช่วยมนุษย์ สรรพสิ่งต่าง และโลกใบนี้ ให้เป็นศูนย์กลางของเอกภพให้ยืนยาวต่อไปอีก 20,400 ปี ในนามของ “ชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลก”
อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
นศ. มรภ.โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน จัดโครงการสัมมนาปัญหาการพัฒนาชุมชน เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้ ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องยูงทอง โดรงแรมเมอร์ลิน ผศ.ดร.ประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาปัญหาการพัฒนาชุมชน โดยมีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายเจริญ เทวบุตร ประธานนักศึกษาผู้เข้าร่วมสัมมนาปัญหาการพัฒนาชุมชน ตลอดจนนักศึกษาโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลทั่วไปเข้าร่วม
ผศ.ดร.ประภา กล่าวว่า การที่นักศึกษาได้ศึกษาวิชาสัมมนาปัญหาการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นวิขาที่นักศึกษาทุกคน ต้องมีการจัดการสัมมนาในแต่ละเรื่อง จากอาจารย์ผู้สอน เพราะการสัมมนามีความสำคัญแก่นักศึกษาทุกคน ทำให้นักศึกษาทราบถึงวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มีการปฏิบัติการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม และทุกคนสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการสัมมนาจึงมีความสำคัญต่อการเรียนของนักศึกษาเป็นอย่างมาก และทุกคนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพ หรือการประกอบธุรกิจส่วนตัวให้ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต
ด้านนายเจริญ เทวบุตร ประธานโครงการฯ กล่าวว่า ซึ่งโครงการสัมมนาปัญหาการพัฒนาชุมชนมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการศึกษาจากการปฏิบัติจริง ในการดำเนินงานตามกิจกรรมงานพัฒนาชุมชน และเพื่อให้นักศึกษามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชุมชนได้ โดยมีกิกรรมดังต่อไปนี้ ได้แบ่งการสัมมนาเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่หนึ่ง เรื่องข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน กลุ่มที่สอง เรื่องแผนชุมชน กลุ่มที่สาม เรื่องหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ กลุ่มที่สี่ เรื่องการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน กลุ่มที่ห้า เรื่องกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกลุ่มสุดท้าย เรื่องการจัดการความรู้ในงานพัฒนาชุมชน ซึ่งใช้เวลา 2 วัน ในการสัมมนา คือ วันพฤหัสบดีที่ 26 และวันศุกร์ที่ 27 พ.ค. 2554 เวลา 09.00 น. ถึง เวลา 18.00 น.
อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป