เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 สถานีในจังหวัดภูเก็ต ระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการเลือกตั้ง
เมื่อคืนวันที่ 23 พ.ค.54 ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรกะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร เพื่อระดมป้องกันปราบปรามอาชญากรรมก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
การระดมกำลังเจ้าหน้าที่กวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ 3 สถานีตำรวจ ประกอบด้วย สภ.กะทู้ สภ.ทุ่งทอง และ สภ.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรวมเข้าประมาณ 150 คน
พล.ต.ต.พิกัดกล่าวว่า การปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้สถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงกันระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกวาดล้างมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากครั้งนี้แล้วจะมีการระดมกำลังกวาดล้างในส่วนของ สภ.ท่าฉัตรไชย สภ.ถลาง และ สภ.เชิงทะเล อีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าความขัดแย้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภูเก็ตไม่ปรากฏให้เห็นก็ตาม แต่จำเป็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบ
“ความขัดแย้งของตัวบุคคลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในภูเก็ตไม่มี แม้การแข่งขันทางการเมืองจะสูงก็ตาม มีความความขัดแย้งทางความคิดและการเมืองเท่านั้น ซึ่งคาดว่าความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่รุนแรง” พล.ต.ต.พิกัดกล่าว
สำหรับการระดมกำลังกวาดล้าง มีเป้าหมายในการตรวจค้นอาวุธปืน ซึ่งจะมีการตั้งด่านตรวจค้นอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้มีอาวุธปืนเล็ดลอดเข้ามาในพื้นที่ กลุ่มมือปืนที่มีอยู่ในบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 50 คน ซึ่งแต่ละคนมีค่าหัวในการนำจับ 100,000 บาท มือปืนของตำรวจภูธรภาค 8 รวมไปถึงมือปืนที่ก่ออาชญากรรมในพื้นที่ภูเก็ต บ่อนการพนันจะต้องไม่ให้มีการเล่นการพนัน ยาเสพติด และการเข้มงวดสถานบริการ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในส่วนของมือปืนตามการข่าวไม่มีรายงานว่าเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้มีการก่อเหตุซ้ำในพื้นที่ และจากการตั้งด่านตรวจสามารถจับกุมอาวุธปืน
จันจิรา สิตบุศย์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------
โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยชนะเลิศ การแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตย จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554
เมื่อเวลา 09.30 น. วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องศูนย์ข้อมูลสารสนเทศสึนามิ อาคารฉลองราชกุมารี โรงเรียนสตรีภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต มี นายวีระพงษ์ ไวทยวงศ์สกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นายโสภณ เคี่ยมการ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นางสาวพูลสุข เพ็งสังข์ รองอัยการจังหวัดภูเก็ต นายเกียรติศักดิ์ ปิลวาสน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต นางวันเพ็ญ อัพตัน อำนวยการ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ด้วยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดโครงการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ตประจำปี 2554 ขึ้น เพื่อให้เยาวชน เกิดความรู้ ความเข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยและตระหนักถึงสิทธิหน้าที่ของพลเมืองดี รวมถึงการแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตยอย่างถูกต้องเหมาะสม ก่อให้เกิดกระบวนการประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เป็นไปตามความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
อย่างไรก็ตามการแข่งขันตอบปัญหาครั้งนี้ มีทีมเยาวชนจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 7 โรงเรียน เข้าร่วม ประกอบด้วย โรงเรียนสตรีภูเก็ต โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต โรงเรียนกะทู้วิทยา โรงเรียนเมืองถลาง โรงเรียนวีรสตรีอนุสรณ์ และโรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคมจุติ-ก้องอนุสรณ์ โดยทีมชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมแข่งขันตอบปัญหาระดับภาคใต้ตอนบนที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป
สำหรับผลการแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตยกับวัยทีน ปรากฏว่า โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยชนะเลิศ อันดับหนึ่ง รองชนะเลิศ อันดับหนึ่งได้แก่ โรงเรียนสตรีภูเก็ต รองชนะเลิศ อันดับสองได้แก่ โรงเรียนเมืองถลาง รองชนะเลิศ อันดับสามได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ และรางวัลชมเชยได้แก่ โรงเรียนกะทู้วิทยา โรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคมฯ โรงเรียนวีรสตรีอนุสรณ์
นายนิวิทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นการปกครองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการปกครองประเทศผ่านระบอบรัฐสภา และพัฒนามามากกว่า 70 ปีแล้ว แต่พบว่าปัจจุบัน ยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตนเอง ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา มีการใช้สิทธิทางการเมืองที่ไม่ถูกต้องรวมทั้งไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ การที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตได้จัดโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยขึ้นภายใต้กิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตยกับวัยทีน ซึ่งถือได้ว่าตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศเราอยู่ในช่วงการเลือกตั้งระดับประเทศ
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความรู้ ความเข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สำคัญเยาวชนจะได้ตระหนักถึงสิทธิหน้าที่ของตนเองและมีการแสดงออกตามวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ” นายนิวิทย์ กล่าว
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
เทศบาลตำบลรัษฎา จัด การแข่งขัน ฟุตบอล 7 คน “Big 4 Live Soccer Cup ครั้งที่ 1 ” ประจำปี พ.ศ. 2554 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 แสน บาท
นายอำพล โอ่อาจ รองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา/ประธานการจัดการแข่งขัน ฟุตบอล 7 คน “Big 4 Live Soccer Cup ครั้งที่1 ” เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขัน ฟุตบอล 7 คน “Big 4 Live Soccer Cup ครั้งที่ 1 ”ประจำปี พ.ศ. 2554 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้เข้ากองทุนสาธารณสุขตำบลวิชิต ทั้งส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่หมกมุ่นกับอบายมุข และห่างไกลจากยาเสพติด ตลอดจนให้นักกีฬา ได้แสดงความสามารถ รวมถึงหาประสบการณ์ในอันที่จะก้าวสู่นักกีฬายอดเยี่ยมในระดับสูงต่อไป
สำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ฯ มีด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ รุ่นประชาชนทั่วไป รับสมัครจำนวน 32 ทีม ค่าสมัคร ทีมละ 6 พัน บาท (ยกเว้นค่าประกันทีม) และรุ่น อาวุโส รับสมัครจำนวน 16 ทีม ค่าสมัคร 4 พัน บาท (ยกเว้นค่าประกันทีม) ซึ่งทั้ง 2 ทีม ส่งรายชื่อนักกีฬาเป็นทีม ๆ ละอย่างน้อย 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน พร้อมผู้จัดการทีมและชื่อทีม และนักกีฬาที่สมัครต้องมีชื่อในบัญชีรายชื่อนักกีฬาทีมใดทีมหนึ่งเท่านั้น โดยส่งใบสมัครพร้อมรูปถ่ายปัจจุบัน ไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 นิ้ว คนละ 1 รูป ซึ่งผู้จัดการทีม และเจ้าหน้าที่รับสมัคร ลงนามรับรอง โดยมีรางวัลการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ฯ ประกอบด้วยประเภทรุ่นประชาชนทั่วไป ชนะเลิศ ได้รับรางวัล เงินสด 1 แสน บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้รับเงินสด 5 หมื่น บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับสอง(ครองร่วม) ได้รับเงินสด 2 หมื่น บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ผู้ทำประตูสูงสุด (ดาวซัลโว) ได้รับเงินสด 2 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ นักแตะยอดเยี่ยม ได้รับเงินสด 2 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้รับเงินสด 2 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และทีมมารยาทยอดเยี่ยม ได้รับเงินสด 2 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ด้านทีมรุ่นอาวุโส ชนะเลิศ ได้รับรางวัล เงินสด 3 หมื่น บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้รับเงินสด 1 หมื่น 5 พันบาท บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับสอง(ครองร่วม) ได้รับเงินสด 1 หมื่น บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ผู้ทำประตูสูงสุด (ดาวซัลโว) ได้รับเงินสด 1 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ นักแตะยอดเยี่ยม ได้รับเงินสด 1 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้รับเงินสด 1 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และทีมมารยาทยอดเยี่ยม ได้รับเงินสด 1 พันบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ
ทั้งนี้กำหนดเวลาการแข่งขันและการเตรียมการ โดยใช้สถานที่ ห้องประชุมเทศบาลตำบลรัษฎา ชั้น 3 ซึ่งในวันที่ 15 มิถุนายน 2554 เวลา 14.00 น. จับสลากแบ่งสาย ประชุมชี้แจงผู้จัดการทีม ขณะที่วันที่ 17 มิถุนายน 2554 รับโปรแกรมการแข่งขัน และวันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน 2554 เวลา 14.00 น. เปิดสนามการแข่งขันฟุตบอล 7 คน “Big 4 Live Soccer Cup ครั้งที่ 1 ” ที่สนาม หน้าสถานีอนามัย “แหลมชั่น” ตำบลวิชิต ระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน 2554- 9 กรกฎาคม 2554
อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่ ร้านบิ๊กไฟว์ (แถววัดเทพ) โทร 080-25553999 , ร้านเฟิร์นสปอร์ต ถนนแม่หลวน โทร 089-6492198 , สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต โทร 081-5372990 , ร้านมิกสปอร์ต โทร 081-9790477 หรือ สอบถามรายละเอียดโดยตรงได้ที่ 081-8958145
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
ภูเก็ตเลือกทางหลวงหมายเลข 4024 ดำเนินการ “โครงการถนนสีขาว” เพื่อสร้างกระบวนการให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน
เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 54 ที่ห้องประชุม สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมการพิจารณาดำเนินการตามโครงการ “ถนนสีขาว” ครั้งที่ 1/2554 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการเกี่ยวข้อง ทั้งจากสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ทางหลวงชนบท แขวงการทางภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ฯลฯ ร่วมประชุม
นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบกำหนดให้ ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยมีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่ำกว่า 10 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนคนในปี 2563 ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมติฯ ดังกล่าว กระทรวงคมนาคม จึงกำหนดให้ดำเนินงานตามโครงการ 2554 ปีแห่งความปลอดภัย ต่อเนื่องจาก 2553 ปีแห่งความปลอดภัย โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกจังหวัดทั่วประเทศ จัดทำ โครงการถนนสีขาวถนนแห่งความปลอดภัย ซึ่งโครงการดังกล่าว กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันดำเนินการ และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนด 1 จังหวัด 1 สายทาง
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการให้ประชาชนในชุมชนเข้ามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้านของตน และเพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนน
สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ต แขวงการทางภูเก็ต ได้คัดเลือกทางหลวงหมายเลข 4024 ตอนห้าแยกฉลอง-ราไวย์ ระหว่างกิโลเมตรที่ 04000-กม.5+461 ระยะทาง 5.461 กม.เป็นถนนสีขาว วันนี้(24 พ.ค.)จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการตามโครงการฯ ดังกล่าว ซึ่งมีวิธีดำเนินการ โดยทางสำนักงานขนส่งจังหวัด จะร่วมกับแขวงการทาง สำนักงานบำรุงทาง สำนักงานทางหลวงชนบท สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ และคณะกรรมการชุมชน/หมู่บ้านในพื้นที่ถนนสีขาว ร่วมกันสร้างขบวนการมีส่วนร่วมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนถนนดังกล่าว ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 29 ธ.ค.53-25 ธ.ค.54
สารภี ศรีธรรมรัตน์ / สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต
---------------------
สนง.เลขาธิการสภาการศึกษา จัดประชุมที่ภูเก็ต ให้ความรู้แนวทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พ.ค.2554 ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางสุทธศรี
วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธาน เปิดการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2554-2561) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดขึ้น โดยมีคณะครู อาจารย์ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม จำนวน 500 คน
นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ได้ให้ความเห็นชอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561) และข้อเสนอยุทธศาสตร์และนโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ในประเด็นต่าง ๆ คือ การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ การพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดี การพัฒนาระบบคุรุศึกษาของประเทศ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และการพัฒนาการอาชีวศึกษา รวมทั้งนโยบายหลักและนโยบายเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2554-2561)
ดังนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปจนถึงปี 2561 กระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหน่วยงานในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชน จะต้องร่วมกันดำเนินการเพื่อผลักดันและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้บรรลุตามเป้าหมาย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้รับทราบข้อมูลและแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาที่แตกต่างกัน
ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้จัดการประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายกับการศึกษารวมทั้งประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
สารภี ศรีธรรมรัตน์ /สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------
รองฯ นิวิทย์ ย้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแก้ไขปัญหารถผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ กะตะ-กะรน
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานตรวจสอบรถผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ กะตะ-กะรน ครั้งที่ 1/2554 โดยมีนายธีรยุทธ์ ประเสริฐผล ขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายวันทา ภุมรารสสุคนธ์ นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มวิชาการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายนิวิทย์ กล่าวว่า ด้วยจังหวัดภูเก็ตได้รับหนังสือร้องเรียนจากคุณวิลาวัลย์ เจียมมานะสมบัติ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทารา กะตะรีสอร์ท กรณีได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มแท็กซี่ท้องถิ่น กีดขวางการให้บริการรถของบริษัทฯ ไม่ให้รถออก หากนักท่องเที่ยวของโรงแรมฯจะไปข้างนอกต้องใช้รถของกลุ่มแท็กซี่ของเขาเท่านั้น ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มีบัญชาให้แต่งตั้งคณะทำงานฯเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาดังกล่าว
โดยคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบรถผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ กะตะ-กะรน ให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริง ในกรณีรถผิดกฎหมาย ในพื้นที่กะตะ-กะรน และกำหนดมาตรการควบคุมผู้ประกอบการรถแท็กซี่ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามเทศบัญญัติหรือระเบียบคำสั่งของเทศบาลตำบลกะรนหรือคณะทำงานกำหนด ตลอดจนดำเนินการอื่นใดเท่าที่จำเป็น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน
นายนิวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า จากกรณีร้องเรียนดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดจนการสนับสนุนส่งเสริมมาตรฐานการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนตลอดไป จึงให้คณะทำงานร่วมพิจารณามาตรการควบคุมต่อไป
อารยา ตุลา ข่าว /ภาพ/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
---------------------
ภูเก็ต จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี จังหวัดภูเก็ต
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน นายเจียร ทองนุ่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต เป็นประธานเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี จังหวัดภูเก็ต โดยมีคณะผู้ดำเนินการจัดประชุม ผู้บริหารโรงเรียน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายเจียร กล่าวว่า การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี จังหวัดภูเก็ต 2554 ครั้งนี้ จากรายงานความเป็นมาจะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายมีความตั้งใจและความพยายามที่จะร่วมมือกันเพื่อให้เด็กมีสุขภาพในช่องปากทีดี โดยดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียน ส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี ค้นพบว่ามีโรงเรียนที่มีศักยภาพสูง สามารถดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งบุคลากรสาธารณสุข ครู และนักเรียนสามารถสร้างทีมและร่วมกันทำงานส่งเสริมทันตสุขภาพในเด็กวัยเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นแกนนำขยายผลการดำเนินงานทันตสุขภาพในโรงเรียนอื่นๆ ตลอดจนมีแนวคิดและจัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี โดยมุ่งหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ภายในเครือข่าย และนอกเครือข่ายให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เครือข่ายช่วยกันคิด และร่วมดำเนินการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งสามารถลดอัตราการเกิดโรคฟันผุได้ในอนาคต สำหรับในปีนี้มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 23 โรงเรียน โดยขยายเครือข่ายอำเภอเมืองอีก 13 โรงเรียน อำเภอถลาง 9 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 63 โรงเรียน และหวังว่าจะครอบคลุมในโอกาสต่อไป
อารยา ตุลา ข่าว /พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------
อบจ.ภูเก็ต จัดอบรมส่งเสริมอาชีพ “การวาดภาพด้วยสีอะคาริก เพ้นท์ผ้าปาเต๊ะ”
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 เวลา 09.00 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการอบรมส่งเสริมอาชีพ ประจำปี 2554 หลักสูตรการวาดภาพด้วยสีอะคาริก (เพ้นท์ผ้าปาเต๊ะ) ณ ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายวัชรินทร์ ปฐมวัฒนพงศ์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วม
สำหรับโครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพ ประจำปี 2554 หลักสูตรการวาดภาพด้วยสีอะคาริก (เพ้นท์ผ้าปาเต๊ะ) กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2554 โดยอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ณ ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมจากตำบลกมลา อำเภอกะทู้ และตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต รวมจำนวน 30 คน โดยมี นางภัทรกร เนาว์ไพร เป็นวิทยากรให้ความรู้ในการฝึกอบรม
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญกับโครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพ หลักสูตร “การวาดภาพด้วยสีอะคาริก (เพ้นท์ผ้าปาเต๊ะ)” เนื่องจากคนท้องถิ่นภูเก็ตนิยมนุ่งผ้าปาเต๊ะ เมื่อนำผ้าปาเต๊ะมาลงสีเพิ่มความโดดเด่นเน้นลวดลายก็จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมทั้งคนในท้องถิ่น รวมถึงใช้เป็นของขวัญของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ของชาวภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การฝึกอบรมในครั้งนี้ ได้วิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ เต็มใจที่จะถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายแก่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป.
ปชส. เทศบาลนครภูเก็ต/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------
สมัคร สส. ภูเก็ตวันแรกคึกคัก
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 24 พ.ค.54 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต(หลังใหม่) นายตรี
อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และส่วนราชการเกี่ยวข้อง ร่วมกำกับดูแลการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต (ส.ส.)แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
โดยมีนายจิรายุส ทรงยศ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภูเก็ต จากพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 16 เดินทางมายื่นเอกสารลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นคนแรก และตามมาด้วยผู้สมัคร จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 นายวิสิษฐ์ ใจอาจ โดยลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 และผู้สมัครคนที่ 3 จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 เช่นเดียวกัน คือนายสมาน เก็บทรัพย์ ลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2
ทั้งนี้บรรยากาศการรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดภูเก็ต แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนผู้ให้การสนับสนุนผู้สมัครจากทั้ง 2 พรรคการเมืองดังกล่าว เดินทางมาเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครเป็นจำนวนมาก และไม่มีปัญหาการปะทะกันระหว่างผู้ให้การสนับสนุนผู้สมัครทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามสำหรับจังหวัดภูเก็ต มีเขตเลือกตั้ง จำนวน 2 เขต เขต 1 ประกอบด้วย อ.เมืองภูเก็ต (ยกเว้นเทศบาลตำบลรัษฎา และตำบลเกาะแก้ว) มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 2 คน จาก 2 พรรคการเมือง ประกอบด้วย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 นายวิสิษฐ์ ใจอาจ และว่าที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ส่วนเขต 2 ประกอบด้วย อ.กะทู้ และ อ.ถลาง และ อ.เมือง (เฉพาะเทศบาลตำบลรัษฎา และ ต.เกาะแก้ว) มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 3 คน จาก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 นายสมาน เก็บทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 นายเรวัต อารีรอบ และผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 16 นายจิรายุส ทรงยศ
โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 เขต 1 นางอัญชลี วานิช เทพบุตร และเขต 2 นายเรวัต อารีรอบ จะเดินทางมาลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เวลา 08.30 น.
สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
จังหวัดภูเก็ตประชุมกงสุลติดตามความคืบหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนจาก นทท.และผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 พ.ค. 54 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กับหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2554 เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ทั้งนี้ได้มีการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับคณะผู้แทนจากเมืองเอียนไถ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต เพื่อเชิญคณะของจังหวัดภูเก็ต ร่วมงาน “The12th Internationl Fruit/Vegetable/Food Exposition ในระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2554 ที่เมืองเอียนไถ ปัญหาการปล่อยน้ำเสียในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พร้อมทั้งการรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาค่าโดยสารรถแท็กซี่/รถตุ๊กตุ๊ก ผลการจับกุมคดีอาญา การเสียชีวิตและอุบัติเหตุต่อชาวต่างชาติ ในปี 2554
โดยเรื่องที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันเป็นพิเศษ คือในรื่องของปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงทะเล ซึ่งทางรายการสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนีได้มาถ่ายทำรายการ และพบว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงทะเลบริเวณหาดกะตะ-กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเกี่ยวกับการแก้ปัญหาดังกล่าว นายตรี กล่าวว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนก็สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ซึ่งได้ดำเนินการไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
ด้านนายวีระศักดิ์ อเนกวงศ์สวัสดิ์ ปลัดเทศบาลตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมี 2 จุด คือ บริเวณสถานีย่อยสูบน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลตำบลกะรน ด้านข้างโรงแรมกะตะบีชรีสอร์ท โดยเหตุที่มีน้ำเสียไหลลงทะเลในวันที่เกิดเหตุเนื่องจากไฟฟ้าดับส่งผลให้เครื่องสูบน้ำไม่ทำงาน ซึ่งแนวทางการแก้ไขก็จะมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก กับอีกจุดหนึ่งคือบริเวณลำรางใกล้กับสวนสาธารณะหนองหานซึ่งมีคลองระบายน้ำของระบบน้ำเสีย ปัญหาที่เกิดขึ้นในจุดดังกล่าวเป็นผลมาจากน้ำในหนองน้ำหนองหานอาจจะมีปริมาณมากเกินไปและมีปัญหาการสะสมของตะไคร่น้ำตามสภาพ โดยจากการเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบคุณภาพจากทั้งบริษัทเอกชนที่ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ก็ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามสำหรับระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลตำบลกะรนนั้นได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำเสียวันละประมาณ 6,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันจากการเติบโตของพื้นที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำเสียมีเพิ่มมากขึ้น และบางส่วนก็ไม่ได้เข้าสู่ระบบบำบัดของเทศบาลฯ และบางส่วนทางสถานประกอบการก็มีระบบบำบัดน้ำเสียของตัวเอง ทั้งนี้ทางเทศบาลอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียให้ได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในส่วนของเทศบาลฯ และผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะกระทบกับภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวด้วย นายวีระศักดิ์ กล่าว
สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป