วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต วันที่ 24 พ.ค.54

อนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดคณะที่ 4 เข้าพบ ผู้ว่า ฯ หารือข้อราชการเกี่ยวกับโครงการตามนโยบายการท่องเที่ยวและระบบเตือนภัย


เมื่อเวลา 09.00 น. วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายประวิตร นิลสุวรรณกุล ประธานอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดคณะที่ 4 พร้อมด้วย นายพันธุ์ชัย วัฒนชัย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าพบนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อหารือข้อราชการเกี่ยวกับโครงการตามนโยบายการท่องเที่ยวและระบบเตือนภัย

นายประวิตร กล่าวว่า คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดคณะที่ 4 มีหน้าที่ดูแลกลุ่มภาคใต้ 14 จังหวัด ซึ่งวันนี้คณะที่ 4 ได้มาดู 2 เรื่อง หลัก ๆ ด้วยกันคือโครงการพัฒนากลไกการจัดการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดอันดามัน และโครงการศูนย์กู้ภัยทางทะเลกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

โดยการท่องเที่ยวได้รับทราบจากทางจังหวัด ปัจจุบันนี้ ทางจังหวัดได้วางแผนการดำเนินการ ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้านการท่องเที่ยว ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำดื่ม เป็นต้น ขณะนี้กำลังได้แก้ไขปัญหาไปที่ละขั้นตอน มีการรายงานความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เป็นระยะ

สำหรับการกู้ภัยนั้น มีแผนการกู้ภัยและการก่อสร้างหอหรือศูนย์กู้ภัย หลังจากนั้นได้มาร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติการทั้ง 2 เรื่องด้วยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในส่วนของรายละเอียดการดำเนินการของ ของจังหวัดภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดอันดามัน สาเหตุที่มาดู 2 เรื่องนี้เนื่องจากทางจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดเมืองท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดภูเก็ต ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง

“ซึ่งโครงการมีการดำเนินการที่ล่าช้า หรือปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ในการดำเนินงาน โดยทางอนุกรรมการ ฯ คณะที่ 4 จะได้ช่วยแก้ไขปัญหา และทำหนังสือต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นประเด็นต่างที่ได้ รับรู้ในครั้งนี้ก็จะได้สรุปแล้วเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ” นายประวิตร กล่าวสิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

---------------------------------------
ญาติ ผอ.ทางหลวงชนบท จ.นครราชสีมา ร้องสื่อมวลชน แม่หายจากบ้านกว่า 10 วัน

นายวิระพงศ์ พาลุกา ได้เข้าแจ้งคนหาย กับศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งบุคคลดังกล่าวคือ นางบุญหนา เมืองโครต อายุ 65 ปี พูดอิสาน เดินขาเป๋ หายออกจากบ้านตั้งแต่บ่าย 3 โมง ในวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ออกจากบ้านซอย 2 บริเวณทางที่จะลงกะรน ซึ่งก่อนหน้านี้นางบุญหนาได้พักฟื้น จากอาการเส้นเลือดในสมองแตก พักฟื้นอยู่ประมาณเกือบปี ตอนที่หายไปอาจเป็นเพราะว่าคิดถึงบ้าน และก็เดินออกไปในซอย ข่วงที่หายไปตอนบ่ายสามโมง และฝ่ายลูกหลานก็ได้ออกตามหาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เจอ ได้ออกตามหาตามเนินเขาในละแวกนั้น ถ้าหากผู้ใดพบเห็น หรือได้อุปการะไว้ โปรดแจ้งมาที่คุณเกรียงไกร โทร 081-592 9212, 081-7390469 และ 083-1410247

อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

-----------------------------
จังหวัดภูเก็ตประชุมกงสุลติดตามความคืบหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนจาก นทท.และผู้เกี่ยวข้อง‏

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 พ.ค. 54 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กับหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2554 เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ได้มีการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับคณะผู้แทนจากเมืองเอียนไถ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต เพื่อเชิญคณะของจังหวัดภูเก็ต ร่วมงาน “The12th Internationl Fruit/Vegetable/Food Exposition ในระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2554 ที่เมืองเอียนไถ ปัญหาการปล่อยน้ำเสียในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พร้อมทั้งการรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาค่าโดยสารรถแท็กซี่/รถตุ๊กตุ๊ก ผลการจับกุมคดีอาญา การเสียชีวิตและอุบัติเหตุต่อชาวต่างชาติ ในปี 2554

โดยเรื่องที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันเป็นพิเศษ คือในรื่องของปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงทะเล ซึ่งทางรายการสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนีได้มาถ่ายทำรายการ และพบว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงทะเลบริเวณหาดกะตะ-กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเกี่ยวกับการแก้ปัญหาดังกล่าว นายตรี กล่าวว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนก็สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ซึ่งได้ดำเนินการไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายวีระศักดิ์ อเนกวงศ์สวัสดิ์ ปลัดเทศบาลตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมี 2 จุด คือ บริเวณสถานีย่อยสูบน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลตำบลกะรน ด้านข้างโรงแรมกะตะบีชรีสอร์ท โดยเหตุที่มีน้ำเสียไหลลงทะเลในวันที่เกิดเหตุเนื่องจากไฟฟ้าดับส่งผลให้เครื่องสูบน้ำไม่ทำงาน ซึ่งแนวทางการแก้ไขก็จะมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก กับอีกจุดหนึ่งคือบริเวณลำรางใกล้กับสวนสาธารณะหนองหานซึ่งมีคลองระบายน้ำของระบบน้ำเสีย ปัญหาที่เกิดขึ้นในจุดดังกล่าวเป็นผลมาจากน้ำในหนองน้ำหนองหานอาจจะมีปริมาณมากเกินไปและมีปัญหาการสะสมของตะไคร่น้ำตามสภาพ โดยจากการเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบคุณภาพจากทั้งบริษัทเอกชนที่ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ก็ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามสำหรับระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลตำบลกะรนนั้นได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำเสียวันละประมาณ 6,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันจากการเติบโตของพื้นที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำเสียมีเพิ่มมากขึ้น และบางส่วนก็ไม่ได้เข้าสู่ระบบบำบัดของเทศบาลฯ และบางส่วนทางสถานประกอบการก็มีระบบบำบัดน้ำเสียของตัวเอง ทั้งนี้ทางเทศบาลอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียให้ได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในส่วนของเทศบาลฯ และผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะกระทบกับภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวด้วย นายวีระศักดิ์กล่าว

สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว

----------------------------
“ทีมไทยใหม่” คว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอลประเพณี ราไวย์คัพ ต้านยาเสพติด รุ่นเยาวชน-ประชาชน‏

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 21 พ.ค.ที่สนามกีฬาแหลมพรหมเทพ(เขาแดง) หมู่ที่ 6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รักษาการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีปิดการแข่งขัน "กีฬาประเพณีราไวย์คัพ ต้านยาเสพติด ครั้งที่ 20 ประจำปี 2554" มี พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานเทศบาลตำบลราไวย์ และแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงนักกีฬา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมในพิธี จำนวนมาก

นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า การแข่งขัน “กีฬาประเพณีราไวย์คัพ ต้านยาเสพติด ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา และในปีนี้ได้จัดให้มีการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภทกีฬา ด้วยกันคือ การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ แบ่งเป็นรุ่นเยาวชน ชนะเลิศได้แก่ ทีม ราไวย์ B ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรุ่นประชาชน ชนะเลิศได้แก่ ทีม พรหมเทพ A ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลรุ่นประชาชน ชนะเลิศได้แก่ ทีม ดาวเรือง ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และการแข่งขันกีฬาฟุตบอล แบ่งเป็น 3 รุ่น คือรุ่นเยาวชน ชนะเลิศได้แก่ ทีม ไทยใหม่ ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล รุ่นประชาชน ชนะเลิศได้แก่ทีม ไทยใหม่ ส่วนรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม บ้านในหาน และประเภทอาวุโส ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม บ้านไสยวน ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

อย่างไรก็ตามในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ทางเทศบาลตำบลราไวย์ ยังได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านด้วย ประเภทกีฬา มี ชักกะเย่อ ชาย ชนะเลิศ ได้แก่ กลุ่มเรือหางยาว กีฬาชักกะเย่อ หญิง ชนะเลิศ ได้แก่ ห้างโลตัส ราไวย์

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬา เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการกีฬาในตำบลราไวย์ และพัฒนานักกีฬาในตำบลราไวย์ให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาระดับต่างๆ ที่สูงขึ้น เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างองค์กร ผู้นำชุมชน เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกหมู่บ้านในตำบลราไวย์ และเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในตำบลราไวย์ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และห่างไกลจากสิ่งเสพติดทั้งปวง นายอรุณ กล่าวในที่สุด

-----------------------------
พบ เต่าหญ้าขนาดใหญ่ถูกอวนรัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เกยตื้นที่หน้าชายหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 23 พ.ค. 54 สัตวแพทย์หญิง พัชราภรณ์ แก้วโม่ง สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ช่วยกันนำเต่าหญ้าขนาดใหญ่ ที่เกยตื้นบริเวณชายหาด หาดเลพัง ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ลงจากรถกู้ภัยของมูลนิธิกุศลธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อทำการรักษาพยาบาลเนื่องจากเต่าถูกอวนรัดขาทั้ง 4 ขา จนเป็นแผลเน่าเปื่อย ติดเชื้อเรื้อรังมานาน โดยเฉพาะขาหน้าด้านขวา มีบาดแผลใหญ่ลึก เบื้องต้นสัตว์แพทย์หญิง ได้ให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อ รักษาแผล และยาบำรุงอย่างละ 1 เข็ม จากนั้นได้นำอนุบาลในบ่อพัก

สัตวแพทย์หญิง พัชราภรณ์ กล่าวว่า สำหรับเต่าทะเลที่พบนี้เป็นเต่าหญ้าเพศเมียวัยเจริญพันธุ์ ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 30 ปี กว้าง 67 เซนติเมตร ยาว 66 เมตร น้ำหนัก 35 กิโลกรัม ถือเป็นเต่าที่หายาก มีบาดแผลที่เน่าเปื่อยเรื้อรังมานานคาดว่าจะถูกอวนของชาวประมงรัดมานานนับเดือน จนทำให้ขาทั้ง 4 ข้างเป็นแผลเน่าเปื่อย ส่วนลำตัวยังแข็งแรงอยู่แต่เบื้องต้นต้องรอดูอาการก่อน เพราะจากบาดแผลที่เน่าเปื่อยจนเป็นขุย ติดเชื้อเรื้อรัง หากเชื้อโรคไม่เข้ากระแสเลือดคาดว่าพักฟื้นสักระยะหนึ่งประมาณ 2-3 เดือนก็จะสามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้

สำหรับสถานการณ์เต่าทะเลเกยตื้นในชายฝั่งทะเลอันดามันนั้นในช่วงของปีนี้พบว่า เกยตื้นเป้นจำนวนมากและต้องทำการอนุบาลในบ่อพักหลายสิบตัว ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บจากเครื่องมือประมงโดยเฉพาะถูกอวนรัดจนได้รับบาดเจ็บและมาเกยตื้นดังกล่าว จึงอยากฝากพี่น้องชาวประมงช่วยกันอนุรักษ์เต่าทะเลด้วยหากพบเต่าติดอวน ไม่ควรตัดอวนทิ้ง ควรนำเต่าออกจากอวนก่อนปล่อยคืนสู่ทะเลเพราะในขณะนี้เต่าทะเลทุกชนิดใกล้เข้าสู่การสูญพันธ์นั้นสูงมาก หากไม่ร่วมกันอนุรักษ์ ต่อไปในท้องทะเลไทยจะไม่มีเต่าให้ลูกหลานได้พบเห็นต่อไป

-------------------------------
รองประธานศาลฎีการ่วมสร้างพระอุปคุตบนเขานาคเกิด

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.54 ที่ผ่านมานี้ พระใหญ่เขานาคเกิด นายองอาจ โรจนสุพจน์ รองประธานศาลฎีกา

เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า และหล่อพระบัวเข็ม(พระอุปคุต) โดยมีคณะจากศาลฎีกา พุทธศาสนิกชนเข้าร่วม ณ พุทธอุทยานยอดเขานาคเกิด

นายสุพร วานิชกุล ประธานมูลนิธิศรัทธา45 กล่าวว่า ทางคณะรองประธานศาลฎีกา และคณะได้มีจิตกุศลที่ได้ร่วมสร้างพระอุปคุปต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 และเพื่อให้นักท่องเที่ยว ประชาชน ได้สักการะพระอุปคุต ซึ่งท่านเป็นพระเถระสำคัญองค์หนึ่ง ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (ผู้นำกองทัพธรรมแผ่กระจายไปทั่วโลก) เป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยพุทธานุภาพ และฤทธิ์เดชเกรียงไกร สามารถปราบพญามารและกำจัดสิ่งชั่วร้าย ที่จะมาทำลายพิธีกรรมใหญ่ ๆ มาแต่ครั้งโบราณ และเป้นพระผู้เป็นพระอรหันตสาวก ที่ทรงมหิทธานุภาพ ชอบความวิเวกวังเวง และอยู่ตามลำพังผู้เดียว ไม่ชอบเกี่ยวข้องกับผู้อื่น เป็นพระอรหันต์หลังสมัยพุทธกาล เพราะไม่พบประวัติของท่านในพระไตรปิฎก แต่ปรากฏอยู่ใน จารึกพระเจ้าอโศก ซึ่งเขียนขึ้น เมื่อร้อยกว่าปีหลังพุทธปรินิพพาน

นายสุพร กล่าวอีกว่า การก่อสร้างพระใหญ่เขานาคเกิด ขณะนี้เสร็จไปแล้วกว่า 90% โดยแต่ละวันจะมีประชาชน นักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะเกือบหนึ่งพันคน

-----------------------------------
รพ.กรุงเทพภูเก็ต สานต่อการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลมาตรฐานระดับโลก และส่งเสริมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนทั้ง กาย จิต และใจ จัดมหกรรมสุขภาพ “16 ปี สุขภาพดีอย่างยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ที่บริเวณชั้น 1 รพ.กรุงเทพภูเก็ต นพ.ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสุขภาพ “16 ปี สุขภาพดีอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปี รพ.กรุงเทพภูเก็ต โดยมี นพ.ประยุทธ สมประกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ตลอดจน ประธาน

นพ.ศักดิ์ กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมถึงการใช้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลฯ ว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งได้รับรองมาตรฐานจากองค์กรต่างๆมากมาย ทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HA จากประเทศไทย มาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วย JCI ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทสถานพยาบาลที่ส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากการท่องเทียวแห่งประเทศไทย ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจเพราะนอกจากจะทำให้จังหวัดต่างๆในแถบอันดามัน มีสถานพยาบาลที่สามารถไว้วางใจในการดูแลรักษาสุขภาพและอนามัยของครอบครัวแล้ว ยังถือเป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลให้กับสถานพยาบาลอื่นๆอีกด้วย

ด้าน นพ.ประยุทธ กล่าวว่า ปีนี้โรงพยาบาลมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งกาย จิต และใจ ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆในงาน อาทิ ธรรมบรรยาย หัวข้อ “สติในการดำเนินชีวิต” โดยพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เพื่อเสริมสร้างความสุขทางจิต กิจกรรม “ผักริมรั้ว ครัวรอบบ้าน” สาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพจากพืช ผัก สวนครัว โดยคุณดวงพร ทรงวิศวะ (ผู้ดำเนินรายการ กิน อยู่ คือ ทางสถานีโทรทัศน์ไทย พี บี เอส) และคุณวัลยกร สมรรภกร (ผู้เขียนปกหนังสือความสุขของกะทิ) และกิจกรรมเพื่อความบันเทิง “บายอก บายใจ มินิคอนเสิร์ต” โดยคุณเอกชัย ศรีวิชัย เป็นต้น นอกจากนี้ตลอดสองสัปดาห์ของงาน 16 ปี สุขภาพดียั่งยืน จะมีการให้ความรู้ทางการแพทย์ จากทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาล และยังจัดชุดตรวจสุขภาพพิเศษราคาประหยัดหลายรายการ ซึ่งมีบริการเฉพาะในช่วงครบรอบ 16 ปี รพ.กรุงเทพภูเก็ตนี้เท่านั้น สามารถโทรสอบถามได้ที่ โทร 1719 ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2554

นพ.ประยุทธ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆในการจัดงานนี้ขึ้นว่า “น่ายินดีที่มีหลายองค์กรรวมถึงประชาชนที่มีส่วนจัดงานนี้ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทรูมูฟ ซึ่งจะทำการเปิดตัว รพ.กรุงเทพภูเก็ต ให้เป็นพื้นที่ให้บริการเครือข่าย 3G แห่งแรกในเมืองภูเก็ต นอกจากนี้ไปยังมีบูธ แสดงสินค้าและบริการจาก เอ ไอ เอส สมาคมสปา จ.ภูเก็ต สินค้าจากชุมชนต่างๆเป็นต้น ซึ่งงานมหกรรมในครั้งนี้ จึงถือเป็นความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ให้แก่ชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

อารยา ตุลา ข่าว/พิมพ์

----------------------------
เทศบาลตำบลรัษฎาประชุมสภา

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลรัษฎา นายชาติชาย เชื้อชิด ประธานสภาเทศบาล เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลรัษฎา สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2554 โดยมีนายสุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา ตลอดจนสมาชิกสภาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบไปด้วย รายงานการประชุมสภาเทศบาลตำบลรัษฎา สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา, ญัตติขออนุมัติโอนเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 จำนวนเงิน 20,000 บาท, ญัตติขออนุมัติโอนเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 จำนวนเงิน 38,000 บาท, ญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2554 จำนวนเงิน 51,030 บาท, ญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 จำนวนเงิน 300, 000, ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 , ญัตติขออนุมัติแก้ไขการเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2554 และสุดท้าย ญัตติขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมโครงการสร้างที่ปรึกษา ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลรัษฎา หมู่ที่ 2 ,หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 เป็นเงินจำนวน 5,000,000 บาท

นายสรุทิน กล่าวว่า กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมเพื่อจัดจ้างที่ปรึกษา ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด การก่อสร้างระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย เทศบาลตำบลรัษฎา หมู่ที่ 2 ,5 ,และ 6 ซึ่งเป็นเงินนจำนวน 5,000,000 บาทตามแผนพัฒนาสามปี พ.ศ. 2554-2556 เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จึงมีความจำเป็นต้องมีการจัดการด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง เทศบาลเมืองกะทู้ และเทศบาลตำบลกะรน สำหรับในพื้นที่เทศบาลตำบลรัษฎาในปี พ.ศ.2550 จังหวัดภูเก็ตได้ว่าจ้างบริษัทอีโคซีสเต็ม เอ็นเจียเนริ่งคอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวมเทศบาลตำบลรัษฎา หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 7 ซึ่งยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของเทศบาลตำบลรัษฎา

นายสุรทิน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปัจจุบันเทศบาลตำบลรัษฎา มีการขยายตัวของอาคารบ้านเรือนและสถานประกอบการเป็นจำนวนมากในพื้นที่ หมู่ที่ 2,5 และ6 และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียมากขึ้น เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาฯ และออกแบบฯระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ลักษณะนี้จึงก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาวะแวดล้อม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนของเทศบาลตำบลรัษฎา เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ไม่อนุญาตให้เทศบาลนำน้ำเน่าเสียที่ยังไม่ผ่านการบำบัดไหลผ่านพื้นที่ของมหาวิทยาลัยฯ ก่อนไหลออกสู่คลองบางใหญ่ และในปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ปิดทางน้ำ ห้ามมิให้น้ำไหลผ่านในพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เมื่อเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นได้รับความเสียหาย ดังนั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงมีความจำเป็นต้องขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบระบายน้ำฯในพื้นที่ที่ยังไม่มีการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างฯ พร้อมทั้งให้ทบทวนการศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบรายละเอียดระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียฉบับเดิมในพื้นที่หมู่ที่ 1,3,4 และ7

อารยา ตุลา ข่าว /ภาพ /พิมพ์

--------------------------------
คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดคณะที่ 4 ติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบายการท่องเที่ยวและระบบเตือนภัย กลุ่มจังหวัดอันดามัน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) ผศ.ดร.ประวิตร นิลสุวรรณากุล ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดคณะที่ 4 รับผิดชอบพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ 14 จังหวัด พร้อมคณะติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบายการท่องเที่ยวและระบบเตือนภัย กลุ่มจังหวัดอันดามัน โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายพิชิต บุญรอด นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (OSM) นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง

ทั้งนี้ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้นได้ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนากลไกการจัดการท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดอันดามันสู่มาตรฐานสากล งบประมาณ 31.3 ล้านบาท ประกอบด้วย กิจกรรมการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการการท่องเที่ยว จำนวน 5 ล้านบาท กิจกรรมส่งเสริมการตลาดอันดามัน ได้แก่ การจัดโครงการ The Andaman Travel Trade 2011, ท่องเที่ยวอันดามันสุขใจ (โรดโชว์ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง) และ Andaman Explorer จำนวน 21,360,000 บาท และกิจกรรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่กิจกรรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จำนวน 4,940,000 บาท

ส่วนของโครงการระบบเตือนภัย เป็นการติดตามความคืบหน้าโครงการศูนย์กู้ภัยทางทะเลกลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามัน งบประมาณ 33,770,000 บาท ประกอบด้วย โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ศูนย์กู้ภัยฯ ได้แก่ เรือตรวจการณ์ขนาดความยาวไม่ต่ำกว่า 25 ฟุต พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 ลำ รถยนต์ตรวจการณ์ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 คัน เรือยางกู้ภัย จำนวน 3 ลำ และหอสังเกตการณ์ชายฝั่ง พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 ชุด งบประมาณ 14 ล้านบาทเศษ กับการก่อสร้างอาคารศูนย์บัญชาการชุดกู้ภัยทางทะเลและสาธารณภัย งบประมาณ 16 ล้านบาทเศษ และโครงการก่อสร้างอาคารหอช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิจังหวัดพังงา

ผศ.ดร.ประวิตร นิลสุวรรณากุล ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดคณะที่ 4 กล่าวภายหลังการรับฟังการชี้แจง ว่า เป็นการตรวจติดตามการดำเนินงานตามปกติซึ่งมีกำหนด 6 เดือนครั้ง เหตุที่เลือกดูเรื่องการท่องเที่ยวและระบบเตือนภัยของจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวปีละจำนวนมาก ดังนั้นความปลอดภัยจึงมีความสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการเตรียมความพร้อมจัดทำโครงการต่างๆ มาตั้งแต่หลังเกิดสึนามิ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน เนื่องจากการดำเนินโครงการที่ผ่านมามีความล่าช้าและไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะติดขัดในเรื่องของขั้นตอนและพื้นที่ในการดำเนินการ นอกจาก จ.ภูเก็ต แล้ว จะมีการดำเนินการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ของกลุ่มจังหวัดอันดามันด้วย จากนั้นก็จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบและพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตามนอกจากการติดตามโครงการต่างๆ แล้ว ยังได้รับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของกลุ่มจังหวัดซึ่งยังไม่เป็นระบบระเบียบแม้จะมีงบประมาณแต่ยังติดขัดเกี่ยวกับอำนาจในการสั่งการ ก็จะได้ชี้แจงให้กับหน่วยงานระดับสูงรับทราบและหาแนวทางในการแก้ไขต่อไป ผศ.ดร.ประวิตรกล่าว

----------------------
ภูเก็ต หารือ คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดภูเก็ต (ก.ส.จ.) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔

เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. วันจันทร์ที่ ๒๓พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดภูเก็ต (ก.ส.จ.) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับวาระสำคัญในที่ประชุมในครั้งนี้การจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ตามนโยบายการกระจายกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น) จังหวัดภูเก็ต ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อ สนับสนุนเชิงประเด็น ๔๕๐,๐๐๐ บาท เชิงพื้นที่ ๖๓๐,๐๐๐ บาท และค่าบริหารจัดการร้อยละ ๑๐ เป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดทำเวทีประชาคมระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ การติดตามประเมินผล และการจ้างเหมาเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกันผลการจัดเวทีประชาคมระดับจังหวัดสู่แนวทางการแก้ไข เพื่อให้องค์กรสวัสดิการสังคมจัดทำโครงการเชิงประเด็น ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งผลการจัดเวทีประชาคมฯ พบ ปัญหาเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน ปัญหาทางสังคม เช่น ปัญหาครอบครัว ,ปัญหาแรงงาน/ประชากรแฝง/แรงงานต่างด้าว , ปัญหาบุกรุกที่สาธารณะ/และที่อยู่อาศัยของชาวเล ,ปัญหาสิ่งแวดล้อม , ปัญหายาเสพติด ขณะที่วาระแห่งชาติและแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสู่สวัสดิการถ้วนหน้า ปี ๒๕๖๐ นโยบายการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ เพื่อการสร้างสังคมไทยเป็นสังคมสวัสดิการ กำหนดเป้าหมายประชาชนได้รับสวัสดิการถ้วนหน้าภายในปี ๒๕๖๐ ทั้งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการจัดสวัสดิการโดยรัฐ และการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในงานสวัสดิการสังคม รวมถึงการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมไทย ๔ ระบบ ได้แก่ ระบบบริการสังคม ระบบประกันสังคม ระบบการช่วยเหลือทางสังคม และระบบการส่งเสริมสนับสนุน(การสร้างความเข้มแข็งให้กับหุ้นส่วนทางสังคม)

อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ๕ ปี สร้างสวัสดิการสังคมไทย ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙) และแผนปฏิบัติการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมไทยเพื่อชีวิตมั่นคง พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙” มติประชุมฯเห็นชอบให้มีการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมให้มีการจัดสวัสดิการสังคมแบบบูรณาการเป็นสังคมสวัสดิการ และต้องพัฒนาระบบสวัสดิการ ๔ ระบบ ได้แก่ ระบบการช่วยเหลือทางสังคม การประกันสังคม การบริการสังคม และการส่งเสริมสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคมเพื่อการจัดสวัสดิการสังคมในภาพรวมของประเทศไทย ที่ผ่านมา คือ มีการจัดบริการทางสังคมในรูปแบบเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ค่าจัดการศพผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล การศึกษาฟรี ๑๕ ปีมีระบบประกันสังคมที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

โครงการเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นฯ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสครบรอบ ๘๔ พรรษา บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก ได้คัดเลือก นางอุษา สุขประเสริฐ ส่วนด้านองค์กรที่ทำประโยชน์แก่ผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ได้คัดเลือก องค์กรมูลนิธิสงเคราะห์คนชราภูเก็ต

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป