ผู้จัดการภาคธุรกิจขนาดย่อมภาคใต้ สัมมนา SME Together We Can หัวข้อ “กลยุทธ์การตลาด สร้างโอกาสทางธุรกิจ SMEs”
เมื่อเวลา 13.30 น. วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องภูเก็ตแกรนด์ บอลลูม โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ นายสุวิทย์ ตันศยานนท์ ผู้จัดการภาค ธุรกิจขนาดย่อมภาคใต้ เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา SME Together We Can หัวข้อ “กลยุทธ์การตลาด สร้างโอกาสทางธุรกิจ SMEs” โดยมี รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา ประธาน หจก.กู๊ด คอมมิวนิเคชั่น/อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร(วิทยากร) นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ผู้จัดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจขนาดย่อม ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน ผู้ประกอบการธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
รศ.ดร.เสรี กล่าวว่า กลยุทธ์ทางโอกาสสร้างโอกาสทางธุรกิจ นั้นเป็นสิ่งที่กระตุ้นในการที่เป็นผู้ประกอบการ คือ อยากใหญ่ อยากรวย อยากทำตามใจตนเอง อยากให้ฝันเป็นจริง อยากมีชื่อเสียง อยากทำงานให้สนุก ทั้งอยากพิสูจน์ว่าสามารถมีความสำเร็จบนลำแข้งของตัวเองได้ ซึ่งคุณสมบัติของผู้ประกอบการนั้นต้องประกอบด้วย เป็นคนที่มีความกระตือรือร้น มีระเบียบ มีความคิดริเริ่ม กล้าตัดสินใจ แก้ปัญหาเป็น ชนะอุปสรรคได้ ยืดหยุ่น ทั้งนี้ผู้ประกอบที่สนใจทำธุรกิจ ต้องคิดถึงสิ่งที่สำคัญหลาย ๆ ด้านด้วยกัน อาทิ ครอบครัว เงิน ประสบการณ์ ขณะเดียวกันต้องมีความรับผิดชอบ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาสัญญากับลูกค้า ทำทุกอย่างที่ถูกต้อง มีกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับลูกจ้าง สินค้าได้มาตรฐานตามกฎหมายกำหนด และดูแลสถานประกอบการให้ดี รวมถึงสร้างเครือข่ายกับคนที่ช่วยธุรกิจให้เติบโตได้ สร้างความสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น ทั้งบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามรายละเอียดที่จะประกอบธุรกิจก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ อาทิ ผู้ประกอบการต้องการที่จะขายอะไร ผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้ ความต้องการของสินค้า ความแตกต่าง ทำเลที่ตั้ง เป็นต้น แผนงานการตลาดต้องมีลักษณะของกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ตลาดอยู่ช่วงไหน เริ่มต้น หรือกำลังเติบโต อิ่มตัว หรือ เสื่อมโทรม ทั้งต้องสังเกตอยู่เสมอว่าธุรกิจนั้นมีส่วนครองตลาดเท่าใด และแบ่งกลุ่มเป้าหมาย ด้วยตัวแปรตัวไหน รวมถึงแผนงานทางการเงิน แผนงานการบริการ ต้นทุนการบริหาร ต้นทุนสินค้า การตั้งราคา ฉะนั้นกลยุทธ์ทางโอกาสสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นตัวกำหนดทิศทางธุรกิจของผู้ประกอบการต่อไป
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ภาพ
---------------------------------------
ผู้ว่าฯ ภูเก็ตย้ำหัวหน้าส่วนราชการรณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด พร้อมกำชับแก้ปัญหายาเสพติด
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2554 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต ครั้ง 6 / 2554 โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ และนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับการประชุมในวันนี้ มีพิธีมอบรางวัลโครงการสะสมทุนความดีของหนูและโครงการค้นหาสุดยอดเด็กดีมีเงินออม และพิธีมอบเกียรติบัตรโครงการประชาสัมพันธ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ประจำปี 2554 โครงการสร้างความสมานฉันท์ความสามัคคีของคนในชาติ ประจำปีงบประมาณ 2554 และพิธีมอบรางวัลประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง และการแข่งขันตำน้ำพริกกุ้งเสียบ
นอกจากนี้ยังมีการแนะนำการดำรงตำแหน่งใหม่ ของนายไพรัช คุลิมา นักวิชาการภาษีชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการ สำนักงานแผนภาษี มาดำรงตำแหน่งสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และนางธิดา บุญรัตน์ นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการสำนักงานคลังเขต 8 มาดำรงตำแหน่ง คลังจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งมีการมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ติดตามผลการดำเนินการตามตัวชี้วัดที่ได้มอบหมายรายหมวด 1-6 แนะนำตัวประธาน และรองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดภูเก็ต โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการก่อสร้างทางหลวงสายใหม่ กะทู้ –ป่าตอง และการลงทะเบียนทางหลวงท้องถิ่น ตลอดจนรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
นายตรี กล่าวในตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้ง ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้เสียงให้มากที่สุด ในส่วนของเรื่องปัญหายาเสพติดซึ่งกำลังระบาดค่อนข้างมากในขณะนี้ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้มงวด และระดมกำลังเพื่อกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไป เนื่องจากผู้ค้าผู้เสพ ได้ใช้ช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้กวดขันเท่าที่ควร ทำให้เกิดช่องว่างได้ และอีกเรื่องที่ต้องฝากไว้คือการเฝ้าระวังเหตุภัยน้ำท่วมเนื่องจากในขณะนี้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก
ด้านนายกิติพงศ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปถึงผลการลงคะแนนว่า ผู้ที่มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้ง ในวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา นอกเขตจังหวัดมีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 40,608 คน มีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 20,874 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 51.31 เปอร์เซ็นต์ และเขตเลือกตั้งที่ มีการเลือกตั้งที่หอประชุมเทศบาลนครภูเก็ต มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1,008 คน แต่มีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 834 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 82.74 เปอร์เซ็นต์ และเขตเลือกตั้งที่ 2 มีการเลือกตั้งที่อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนถลางพระนางสร้าง มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 669 คน แต่มีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 642 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 95.96 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ สามารถแจ้งเหตุหลังเลือกตั้ง 7 วัน เพื่อไม่ให้ถูกตัดชื่อ เสียสิทธิการเลือกตั้ง
*** อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------
ทต.ราไวย์ประชุมประชาคมเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา 3 ปี พ.ศ.2555-2557
เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมดิเอวาซอนภูเก็ตแอนด์ซิกเซ้นส์สปา ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศบาลตำบลราไวย์ เป็นประธานการประชุมประชาคมเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา 3 ปี พ.ศ.2555-2557 ของเทศบาลตำบลราไวย์ โดยมี นายนิกร ฟูศักดิ์สมบูรณ์ รองนายกเทศบาลตำบลราไวย์ นายธีรพงศ์ เถาว์แดง รองนายกเทศบาลตำบลราไวย์ นายราเชน พันทรกิจ ปลัดเทศบาลตำบลราไวย์ นายเสทือน มุขดี ประธานสภาเทศบาลตำบลราไวย์ สมาชิกเทศบาลตำบลราไวย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อิหม่ามประจำมัสยิด หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนชาวราไวย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายราเชน กล่าวว่า การวางแผนถือเป็นกลไกลสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้รัฐบาล บรรลุจุดมุ่งหมาย ในการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความโปร่งใส โดยใช้ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม มี่การปฏิบัติตามแผนงาน โครงการที่กำหนดให้เกิดสัมฤทธิ์ผลในช่วงเวลาที่กำหนด มีการควบคุมติดตามวัดและประเมินผล โดยการบาริหารจัดการตามแผนงานโครงการนั้น ซึ่งต้องเป็นการบริหารจัดการที่ดี ทั้งพร้อมที่จะให้การตรวจสอบทั้งโดยหน่วยงานของรัฐบาลและประชาชน
ทั้งนี้แผนพัฒนา 3 พ.ศ. 2554-2556 ถึงช่วงเวลาที่ต้องการปรับปรุงทบทวนโครงการกิจกรรม ที่จะดำเนินการในช่วงเวลา 3 ปี (พ.ศ.2555-2557) ต่อไปเทศบาลตำบลราไวย์ จึงกำหนดให้มีการจัดเวทีประชาคมระดับตำบลเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาขึ้น เป็นการประชุมประชาคมเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 โดยให้ประชาชนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนา พัฒนาเทศบาล ขณะเดียวกันเพื่อสนองต่อการแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชน และพัฒนาตามระบอบประชาธิปไตยให้ดีขึ้น
ด้านนายอรุณ กล่าวว่า การประชุมประชาคมเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา 3 ปี พ.ศ. 2555-2557 ของเทศบาลตำบลราไวย์ในครั้งนี้ถือเป็นการจัดเวทีประชาคมฯ ที่มีสำคัญยิ่ง และเพื่อเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในพื้นที่ โดยการบูรณาการทางความคิดในการจัดทำแผนพัฒนาที่ก่อให้เกิดความสอดคล้อง และเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 แผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต กรอบกลยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะของส่วนราชการ องค์กรเอกชน องค์กรภาคเอกชนประชาชนและและชุมชนท้องถิ่นที่จะนำไปสู่การกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดผลสัมฤทธิ์
อย่างไรก็ตามการประชุมดังกล่าวนี้ จะเป็นแนวทางทำให้เทศบาลตำบลราไวย์สามารถจัดทำแผน แผนพัฒนา 3 ปี ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รวมถึงสร้างความเจริญก้าวหน้าให้เกิดขึ้นพื้นที่ภายในเขตเทศบาลตำบลราไวย์ต่อไป
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
นศ.คณะวิทยาศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต รณรงค์เชิญชวนคนภูเก็ตไปเลือกตั้ง
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมรณรงค์เชิญชวนคนภูเก็ตไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในวันที่ 3 ก.ค.54
นายณัฎฐพงศ์ ถือดำ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษา ประมาณ 100 คัน เพื่อออกรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ให้ได้มากที่สุด โดยออกรณรงค์ไปตามถนนสายต่างๆ ในพื้นที่เมืองภูเก็ต
นายณัฎฐพงศ์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดกิจกรรม 3D ซึ่งประกอบด้วยการรณรงค์ในเรื่องประชาธิปไตย และในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าเป็นกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้แก่นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นนักศึกษาที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรก ในเรื่องการเลือกตั้ง โดยวิทยากรจาก กกต.ภูเก็ต และนอกจากนี้ยังมีในเรื่องของคุณธรรมกับประชาธิปไตย โดยได้เชิญ ดร.อภิชาติ ดำดี นักพูด มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ตรงส่วนนี้ เพราะว่าปัจจุบันนี้ ประชาธิปไตย กับคุณธรรม ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
ส่วนกิจกรรมในช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมการรณรงค์ให้นักศึกษาที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ทั้งจังหวัด ได้ร่วมกันออกไปใช้สิทธิ์ให้มากขึ้น โดยขบวนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจะออกรณรงค์ไปตามถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองภูเก็ต เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เช่นเดียวกันกับมหาวิทยาราชภัฏภูเก็ต และเพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ออกมาใช้สิทธิ์ในวันที่ 3 ก.ค.ที่จะถึงนี้ด้วยกัน
"จากการซาวด์เสียงของนักศึกษา สำหรับนักศึกษาที่อยู่ต่างจังหวัด ทุกคนพร้อมใจกันกลับไปเลือกตั้ง และสำหรับคนที่ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่จังหวัดภูเก็ต หรือเป็นคนภูเก็ต ก็คาดว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์" นายณัฎฐพงศ์ กล่าว
***สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว
-----------------------------------------
ผู้ว่าฯ เข้มการซื้อสิทธิขายเสียง หลังส่งชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดสืบสวน สอบสวนลงพื้นที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งอย่างเข้มงวด
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2554 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ ชั้น 2 นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6/2554 โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายตรี กล่าวในตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้เหลือเวลาอีก 4 วัน ซึ่งถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงนี้ชุดป้องกันปราบปราม ชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดสืบสวนสอบสวนของจังหวัดภูเก็ต ลงไปปฏิบัติในพื้นที่ขณะนี้ ในส่วนของการซื้อบัตร จดชื่อบัตรพร้อมที่จะจ่ายเงินนี้ มีการกระทำมากในช่วงนี้ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2554 ที่มีการเลือกตั้งนอกเขตล่วงหน้า และเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ทางชุดต่าง ๆได้ลงไปในพื้นที่และยึดเงินได้ส่วนหนึ่ง ขณะนี้ก็นำเสนอ เพื่อสรุปประมวลทั้งหมดอยู่ และมีอีกจุดหนึ่งเข้าไปยึดได้แต่โพย แต่เงินที่จะมาใช้จ่ายนี้เข้าใจว่าทางผู้ที่ดำเนินงานทราบความเคลื่อนไหว และสามารถนำเงินออกไปได้ ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องหวยผู้แทนยังไม่เริ่มการเคลื่อนไหว ก็มีแต่ลักษณะว่าแทงมวยรองบ่อน และให้ผลตอบแทน 6-7 เท่าทื่มีอยู่ ในระยะเวลาที่เหลือแค่ 4 วันนี้ นอกจากจะมีชุดของภูธรภาค 8 ชุดของจังหวัดภูเก็ต และจะมีชุดจากส่วนกลางลงมาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่คิดว่าจะมาซื้อเสียงโดยจัดโพยไว้แล้ว ซึ่งจะนำเงินไปมอบให้กับผู้ที่จะไปลงคะแนนเลือกตั้ง ขอให้พึงสังวรว่า ขณะนี้ทางจังหวัด และชุดต่างๆได้มีความเข้มงวดในเรื่องนี้มาก ถ้าจับได้ก็จะดำเนินตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และในส่วนนี้ทั้งอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เน้นหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------------------------------
ตัวแทนพนักงานสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต ยื่นหนังสือแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการบริการสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2554 เวลา 09.00 น. ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต ได้ยื่นหนังสือ แก่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต โดยให้ทางจังหวัดตรวจสอบการทำงานของสมาคมวิทยุสมัครเล่นในเรื่องของเงินค่าอบรมที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ได้ชี้แจงรายรับรายจ่ายดังกล่าวแก่สมาชิกทั้งที่มียอดเงินค่าอบรมกว่า 3 ล้านบาท แต่มียอดเงินเหลือไม่ถึง 4 แสนบาท และเรื่องที่เปิดการอบรมสมาชิกจำนวน 3 รุ่นและปล่อยให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ยักยอกเงินค่าสมัครอบรม และสอบ ซึ่งมีการยักยอกเงินเมื่อเดือนสิงหาคม 2552 ถึงเดือนตุลาคม 2552 จับกุมตัวเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2553 ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้เหลือ 6 เดือน นายกสมาคมมิได้แจ้งให้สมาชิกทราบไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร และวาจาปกปิดข้อมูลต่างๆ รวมทั้งไปยื่นคำร้องขอคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษา เพื่อนำไปฟ้องแพ่ง แต่กลับไม่ได้ดำเนินการฟ้องคดีแพ่ง ทั้งยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานสมาคม ซึ่งมีการแต่งตั้งโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งจากสมาชิก รวมทั้งการใช้เงินของสมาคมที่ข้ามขั้นตอน และมีการเบิกจ่ายใช้เงินเกินความเป็นจริง และไม่เคยเสียภาษี ภ.ง.ด.55 ซึ่งสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากการเปิดอบรม และสอบ ตลอดจน การดูแลและควบคุมการใช้ความถี่ ปล่อยให้สมาชิกขึ้นมาใช้คำพูดหยาบคาย
ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------------------
อดีตนายกเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี ร้องผ่านสื่อขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายบุกค้นบ้านตรวจยึดเงินกว่า 5 แสน อ้างทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยันเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการซื้อเสียง ได้มาจากการทำธุรกิจส่วนตัวของครอบครัว
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา นาย ประสงค์ ไตรรัตน์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999 ม.1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แถลงข่าวหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ตเลขที่ 161/2554 เข้าตรวจค้นบ้านพักช่วงเวลา 22.00 น.ของวันที่ 26 มิ.ย.54 โดยอ้างว่าตนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
นายประสงค์ กล่าวว่า ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ปิดล้มบ้านของตน โดยอ้างว่าตนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งตนบริสุทธิ์ใจก็อนุญาตให้ตรวจค้น และจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดเงินสดจำนวน 542,000 บาท พร้อมโฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ (ผู้ให้กู้ยืม) เครื่องเพชร-ทองรูปพรรณ ป้ายแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เบอร์ 10 เบอร์ 16 และป้ายแนะนำตัวสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี จำนวนหนึ่งไป
นายประสงค์ กล่าวอีกว่า การเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ตนคิดว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เป็นการกระทำเหมือนบ้านเมืองนี้ไม่มีขื่อมีแป ใช้ไม้ขนาดใหญ่กระทุ้งฝ้าเพดานบ้านของตนจนได้รับความเสียหายเพื่อหาโพยรายชื่อชาวบ้าน นอกจากนั้นยังยึดเงินสดจำนวนกว่า 5 แสนบาท ไป ซึ่งเป็นเงินที่ตน และภรรยาของตนสะสมไว้จากทำธุรกิจส่วนตัว ขณะนี้ทำให้ตนและครอบครัวเกิดปัญหาเนื่องจากเงินขาดมือไม่มีเงินหมุนเวียนไปทำธุรกิจ ตนได้สอบถามหัวหน้าชุดจับกุม เพื่อขอเงินจำนวนดังกล่าวกลับคืนมา แต่ไม่มีใครที่จะตอบคำถามตนได้ ตนอยากจะให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวนำไปไต่สวนถึงที่มาที่ไปของเงิน ต่อศาลจังหวัดภูเก็ต ตนก็จะได้นำเอกสารไปอ้างต่อศาลว่าเงินที่ได้มาเป็นเงินของตนเองที่ได้มาจากการทำธุรกิจเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเงินของการเลือกตั้งแต่อย่างใด
"การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบางคนทำหน้าที่รับใช้นักการเมือง เหมือนมีอำนาจมืดเข้ามาแฝงอยู่เบื้องหลัง ผมอยู่ที่นี่มากว่า 40 ปี ไม่เคยเจอพฤติกรรมและการกระทำของเจ้าหน้าที่เยี่ยงนี้ ซึ่งเขาคิดว่าคนที่ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือคิดตรงข้ามกันจะถูกกลั่นแกล้งสารพัดวิธี บ้างก็ตรวจค้น บ้างก็เรียกมาสอบสวนที่โรงพัก ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมในฐานะประชาชนมีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนใครก็ได้ เป็นเรื่องส่วนตัวของผม ซึ่งผมไม่อยากจะให้ชาวบ้านรายอื่นตกเป็นเหยื่อกลุ่มข้าราชการกลุ่มนี้อีกต่อไป และหลังจากนี้ผมจะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าทีชุดตรวจค้นตามกฎหมายต่อไป" นายประสงค์ กล่าว
***สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------
เรวัต อารีรอบ ผู้สมัครส.ส.ภูเก็ตเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกลุ่มเพื่อนเรวัต หรือ กลุ่มสะตอ 24 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่มีจดหมายเปิดผนึกส่งทางไปรษณีย์ไปยังประชาชนชาวภูเก็ต โดยจดหมายดังกล่าวอ้างชื่อว่า “กลุ่มเพื่อนเรวัต อารีรอบ” เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเนื้อหาพุ่งเป้าโจมตีไปที่ “นางอัญชลี วานิช เทพบุตร”
เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (29 มิ.ย. 54) ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ ผู้สมัครส.ส.ภูเก็ตเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนเรวัต หรือ กลุ่มสะตอ 24 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่มีจดหมายเปิดผนึกส่งทางไปรษณีย์ไปยังประชาชนชาวภูเก็ต โดยจดหมายดังกล่าวอ้างชื่อว่า “กลุ่มเพื่อนเรวัต อารีรอบ” เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเนื้อหาพุ่งเป้าโจมตีไปที่ “นางอัญชลี วานิช เทพบุตร” ผู้สมัครส.ส.ภูเก็ตเขต 1 โดยใจความสำคัญของจดหมายดังกล่าว กล่าวหาว่า ในการเลือกตั้งก่อนหน้านี้กลุ่มเพื่อนเรวัตได้ร่วมแรง ร่วมใจ และร่วมทุนทรัพย์ในการช่วยเหลือผลักดันให้เรวัตเป็นส.ส.ภูเก็ต จนทำให้เรวัตได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ด้วยคะแนนเกือบแสนคะแนนสูงที่สุดในบรรดาส.ส.ของภูเก็ตที่ผ่านมา แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้นางอัญชลีกลับผลักให้นายเรวัตไปลงสมัครในเขต 2 ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ฐานเสียงของนายเรวัต ทำให้นายเรวัตต้องเสี่ยงกับโอกาสสอบตกกับสอบได้ใกล้เคียงกัน ทั้งๆที่ความเสี่ยงนี้น่าจะเป็นของนางอัญชลี ดังนั้นขอให้พี่น้องชาวภูเก็ตเลือกพรรค ไม่เลือกคน และหยุดนางอัญชลีให้ได้
นายบุญศุภภะ ตัณฑัณย์ ปรธานกลุ่มสะตอ 24 กล่าวว่า มีหนังสือจดหมายเปิดผนึกส่งไปยังพี่น้องชาวภูเก็ตโดยอ้างว่ามาจากกลุ่มเพื่อนเรวัต ซึ่งตนขอยืนยันว่ากลุ่มเพื่อนเรวัตมีเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นคือกลุ่มสะตอ 24 โดยจดหมายดังกล่าวทำขึ้นมาเพื่อโจมตีนางอัญชลี ผู้สมัครส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ว่ากลั่นแกล้งนายเรวัตให้ไปลงสมัครในเขต 2 ซึ่งกลุ่มสะตอ 24 ขอประนามการกระทำดังกล่าวว่า
ผู้กระทำดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลที่มีจิตใจชั่วร้าย ต้องการที่จะทำลายชื่อเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มสะตอ 24 และผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 คน เพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกลียดชังในตัวของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์แล้วหันไปลงคะแนนให้ผุ้สมัครของพรรคอื่นแทน ขอยืนยันว่านางอัญชลีไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกให้ร้าย และนายเรวัตก็อาสากับทางพรรคประชาธิปัตย์ที่จะไปลงสมัครในเขต 2 ด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าสามารถทำงานกันเป็นทีมได้ และการแอบอ้างกลุ่มเพื่อนเรวัตว่าทำจดหมายถึงประชาชนชาวภูเก็ตนั้นทำให้กลุ่มสะตอ 24 เสียหาย กลุ่มสะตอ 24 ไม่มีพฤติกรรมที่สกปรกแบบนี้
สุดท้ายนี้ขอให้พี่น้องชาวภูเก็ตอย่าเชื่อจดหมายดังกล่าว ขอเชิญชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากๆ ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ที่ด้วยเสียงที่บริสุทธิ์ยุติธรรม
ด้านนายเรวัต อารีรอบ ผู้สมัครส.ส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การไปลงสมัครในเขต 2 นั้น ไม่มีใครบังคับ ตนสมัครใจที่จะไปลงเลือกตั้งในเขต 2 เอง เดิมที่นั้นในพื้นที่เขต 1 ตนเสนอชื่อนายบุญศุภภะ ตัณฑัณย์ ผ่านไปยังสาขาพรรค แต่เมื่อไปถึงขั้นตอนการพิจารณาของกรรมการบริหารพรรคกลับเห็นว่าหากตนไปลงในเขต 2 และให้นายบุญศุภภะไปลงเขต 1 นั้นอันตรายเกินไปทั้งสองเขต เพราะเขต 2 มีการแข่งขันสูง และเขต 1 ก็เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ทางพรรคเลยตัดสินใจส่งนางอัญชลีลงสมัครในเขต 1 และตนลงในพื้นที่เขต 2
“จดหมายเปิดผนึกที่ส่งไปยังพี่น้องชาวภูเก็ตนั้น เป็นการทำลายชื่อเสียงของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มเพื่อนเรวัต คือ กลุ่มสะตอ 24 ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง เพื่อหวังผลทางการเมือง และจดหมายดังกล่าวได้ถูกส่งไปยังชาวภูเก็ตในพื้นที่เขต 1 ถือเป็นเกมส์การเมือง ที่ต้องการให้ประชาชนในเขต 1 เข้าใจผิดและเกลียดชังในตัวคุณอัญชลี เพื่อหวังผลให้ไปลงคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคอื่น เพราะในเนื้อหาตอนท้ายของจดหมายดังกล่าวระบุว่า กลุ่มเพื่อนเรวัต ประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า “ พวกกู เลือกพรรคฯ ไม่เลือกคน”
นายเรวัต กล่าวและว่า จดหมายที่ออกมานั้นตนเชื่อว่าเป็นการกระทำของคนที่หวังผลทางการเมือง และเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้รับจดหมายก็พอจะทราบว่าเป็นฝีมือของใคร ที่จะได้รับประโยชน์จากจดหมายดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้จะต้องหาต้นตอที่มาของจดหมายให้ได้
นายเรวัต ยังกล่าวถึงการหาเสียงในโค้งสุดท้ายว่า ตนมีความมั่นใจมากว่าจะได้ความไว้วางใจจากชาวภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ทุกตำบล ทูกหมู่บ้านไปแล้วกว่า 90% ขาดอีกไม่กี่หมู่บ้านเท่านั้น ประชาชนยังชื่นชอบในพรรคประชาธิปัตย์ นโยบายของพรรค และตนอยู่อย่างเหนียวแน่น ซึ่งเมื่อตนได้รับเลือกตั้งสิ่งแรกที่จะดำเนินการให้คนภูเก็ต คือ การแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัดมากในขณะนี้อย่างเป็นระบบ เพิ่มความสุขให้คนภูเก็ตมากขึ้นในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สมดุลย์กับจำนวนประชากรในภูเก็ต รวมไปถึงการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งจากการลงพื้นที่หาเสียงทำให้ทราบว่าที่ป่าคลอกมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูงมาก และสิ่งสุดท้ายที่อยากจะทำให้คนภูเก็ต คือการผลักดันเด็กที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวในภูเก็ตปีละกว่า 600 คนกลับประเทศ
ส่วนการซื้อเสียงและขายหวยผู้แทนนั้น นายเรวัต กล่าวว่า มีผลต่อคะแนนเสียงมาก ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่เขตนั้น เงินได้ลงไปยังพื้นที่บริเวณตำบลไม้ขาว ศรีสุนทร กะทู้ และพื้นที่อื่นๆ ในลักษณะจ่ายหัวละ 500 บาท 1,000 บาท และ 2,000 บาท จึงอยากจะวิงวอนพี่น้องชาวภูเก็ตให้ออกไปใช้เสียงกันให้มากๆ เลือกคนที่เป็นคนดีและมีประวัติดี และเลือกพรรคที่ดีและมีนโยบายเพื่อประชาชน
“ผมกับคุณอัญชลีเปรียบเหมือนกัปตันขับเครื่องบิน ที่จอดรอผู้โดยสารอยู่ที่รันเวย์แล้ว เมื่อศูนย์ควบคุมการบินสั่งการให้พาเครื่องบินขึ้นในรันเวย์ใดก็พร้อมที่จะนำเครื่องบินและผู้โดยสารชาวภูเก็ตทยานสู่ท้องฟ้าได้ทันที เพราะผมมีประสบการณ์ และรู้ว่าจะนำพาจังหวัดภูเก็ตและชาวภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร”
***จันจิรา สิตบุศย์/สนับสนุนข่าว
-------------------------------------
อบจ.ภูเก็ต ร่วมประชุมการจัด “อบจ.สัญจร เพื่อสุขภาพ”
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2554 เวลา 13.30 น. นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุม การจัด “อบจ.สัญจร” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมี คณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา ข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต คณะแพทย์ รพ.อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย ผู้บริหาร สมาชิกสภา เทศบาลตำบลวิชิต ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลวิชิต เข้าร่วมการประชุม
นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลวิชิต กำหนดจัดงาน อบจ. สัญจร” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 ในวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2554 ณ สวนศรีภูวนาถ ตำบลวิชิต โดยใช้ชื่องานว่า “อบจ.สัญจร เพื่อสุขภาพ” ซึ่งกิจกรรมภายในงาน จะเน้นงานบริการและกิจกรรมด้านสุขภาพเป็นหลัก ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมบนเวที อาทิ คอนเสิร์ตของศิลปิน การแสดงของนักเรียนในเขตตำบลวิชิต และโรงเรียนในละแวกใกล้เคียง รวมถึงการแสดงของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในเขตตำบลวิชิต กิจกรรมเวทีเสวนา เพื่อรับฟังความคิดเห็น และรับทราบปัญหาความต้องการของประชาชน ตลอดจนกิจกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน ซึ่งสอดรับกับกิจกรรมการแสดงต่างๆ ภายในงาน.
***ปชส. อบจ. ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
--------------------------------------
ทางหลวงชนบทโคราชแจ้ง หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแจ้งเบาะแส แม่
ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ เวลา10.00 น. วันนี้ ( 29 มิ.ย. 54) นายเกรียงไกร เมืองโคตรได้เดินทางเข้าร่วมประชุมกับจังหวัดภูเก็ตในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอความร่วมมือในการตามหาแม่ ในการแจ้งเบาะแสมารดาที่สูญหายไป
โดยมารดาที่สูญหาย คือ นางบุญหนา เมืองโคตร อายุ 65 ปี ซึ่งได้ออกจากบ้านของนางจันทร์เพ็ญ พาอยู่สุข เลขที่ 10 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 เวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งตนคาดว่ามารดาน่าจะเดินทางกลับจังหวัดมุกดาหาร แต่จากการสืบสวนแล้วไม่มีมารดาของตนที่จังหวัดมุกดาหาร โดยลักษณะการแต่งกายของผู้มารดาผู้สูญหาย สวมชุดนอนเป็นเสื้อคลุม สีฟ้า มีลายดอกไม้สีขาว เดินขาเป๋ ซึ่งทางนายเกรียงไกรได้สันนิษฐานว่าอาจถูกหลอกลวงไปในทางที่เสียหาย หรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์
ทั้งนี้หากใครพบเห็น หรืออุปการะไว้ สามารถแจ้งได้ที่ เบอร์โทร 081-5929212 หรือ 083-9057013 และจะมีรางวัลให้สำหรับผู้แจ้งเบาะแส หรือพบเห็น
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป