กกท. สำนักงานบริการลูกค้าภาคใต้ สัมมนาลูกค้ารายย่อย CAT ON net เสริมความรู้และความเข้าใจด้านเทคโนโลยี PON ที่ภูเก็ต
เวลา 09.30 น.วันที่ 28 มิ.ย.54 ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT โดยสำนักงานบริการลูกค้า กสท. เขตใต้ ร่วมกับ สำนักงานบริการลูกค้า กสท.ภูเก็ต ได้จัดสัมมนาลูกค้ารายย่อยกลุ่ม DATACOM ภายใต้บริการ CAT ON net ระหว่างเวลา 09.00 น.15.10 น.ทั้งนี้เพื่อมุ่งส่งเสริมความรู้และความเข้าใจด้านเทคโนโลยี PON ( Passive Optical Network ) ให้แก่ภาครัฐและเอกชน โดยมีนายธีรพงศ์ กุศลชู ผู้จัดการสำนักงานบริการลูกค้า กสท เขตใต้ เป็นประธานเปิดการสัมมนา และมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาเป็นจำนวนมาก
นาย เกษม บำรุง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอินเตอร์เน็ท บมจ.กสท.โทรคมนาคม ได้กล่าวถึงเทคโนโลยี PON ศักยภาพของระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง FTTX เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง สนองตอบการใช้งาน Application หลากหลายรูปแบบ สู่เส้นทางความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอชน บริการ CAT ON net จึงถือเป็นบริการชั้นแนวหน้าในสายการบริการบอร์ดแบรนด์อินเตอร์เน็ต
บริการ CAT ON net เป็นบริการอินเตอร์เน็ทความเร็วสูงที่ให้บริการผ่านข่ายสายใยแก้วนำแสงที่มีประสิทธิภาพสูง ในการรับ-ส่ง ข้อมูลและมีการสูญเสียของสัญญาณน้อยมากจึงทำให้สามารถรับ-ส่งได้ระยะทางไกล และได้ความเร็วที่สูงกว่าเทคโนโลยี Xdsl มาก ด้วยความสามารถที่โดดเด่น จึงทำให้บริการจึงทำให้บริการของ CAT ON net สามารถให้บริการแบรนด์วิชที่สูงขึ้นและบริการเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Triple-Play เช่นชมภาพยนตร์ออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ เล่นเกมส์ออนไลน์ Video ON Demand (VDO) ดูทีวีออนไลน์ และการท่องโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและข้อใช้บริการได้ที่ สำนักงานบริการลูกค้า กสท. ภูเก็ต 112/2 ถนนพังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทร.076-216861 e-Mail Phuket@cattelecom.com และสำนักงานบริการลูกค้า CAT ทุกสาขาที่มีพื้นที่ให้บริการ หรือ CAT Contact Center 1322 / 0 2104 1100 www.cattelecom.com
***สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว
--------------------------------------------
งานบำเพ็ญกุศลศพและงานพระราชทานเพลิงศพพระคีรีรัฐธรรมคณี (เหลือบ กิตฺติคุโณ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต
นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ด้วย จังหวัดภูเก็ตกำหนดบำเพ็ญกุศลศพพระคีรีรัฐธรรมคณี (เหลือบ กิตฺติคุโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดมงคลนิมิต และอดีตเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2554 ณ วัดมงคลนิมิต และกำหนดงานพระราชทานเพลิงศพ ในวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2554 เวลา 14.30 น. ณ เมรุพิเศษวัดมงคลนิมิต
จึงขอเชิญชวนประชาชน พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมบำเพ็ญกุศลศพและร่วมงานพระราชทานเพลิงศพพระคีรีรัฐธรรมคณี (เหลือบ กิตฺติคุโณ) ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
***เสงี่ยม เอียดตน /ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------------
ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต เตือนหญิงไทยอาจถูกชาวต่างชาติร่วมกับคนไทยหลอกตุ๋นเงินผ่านเน็ต โดยอ้างว่าเพื่อเป็นค่าภาษีหรือค่าประกันตัว
นางมนทิรา เชิดชู นายด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตเปิดเผยว่า ปัจจุบันด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีการติดต่อสื่อสารจากต่างประเทศผ่าน อินเตอร์เน็ต ในลักษณะคบกันฉันท์เพื่อน เมื่อติดต่อกันระยะหนึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจึงทำทีว่าจะจัดส่งของกำนัลที่มีมูลค่าสูงมาให้ จากนั้นผู้เสียหายก็ได้รับการติดต่อทางอีเมล์หรือทางโทรศัพท์ จากกลุ่มมิจฉาชีพว่าให้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเป็นค่าภาษีอากรสำหรับการออกของที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต
นอกจากนี้ ยังมีกรณีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาหาแต่อ้างว่าถูกจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตกักตัวเนื่องจากนำเงินดอลล่าห์เข้ามาเกินกว่ากำหนด จึงขอให้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเป็นค่าประกันตัว แต่เมื่อหญิงไทยได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าอากาศยานภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดพบว่าไม่มีตัวตนของบุคคลหรือเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้แนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
นางมนทิราฯ ได้กล่าวย้ำว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ เนื่องจากการเสียภาษีหรือเสียค่าปรับจะต้องมาปฏิบัติพิธีการหรือดำเนินคดีทางศุลกากรที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตเท่านั้น
ทั้งนี้ หากผู้ใดพบเห็นผู้ที่มีพฤตกรรมดังกล่าวหรือสงสัยว่าจะเป็นการหลอกลวง โปรดอย่าหลงเชื่อและให้ตรวจสอบข้อมูลจากด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต โทร. 076-327435
*** เสงี่ยม เอียดตน /ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าส่งกระแสพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาทที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชน ร่วมกิจกรรมการจัดทำหนังสือ “พระมหากษัตริย์กับงานสิทธิมนุษยชน”
นายวีรวิทย์ วีรวรวิทย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมการจัดทำหนังสือ “พระมหากษัตริย์กับงานสิทธิมนุษยชน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 โดยการส่งกระแสพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนที่พระราชทานในโอกาสต่าง ๆ เพื่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะพิจารณาคัดกรอง ตรวจสอบความถูกต้องและจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่เฉลิมพระเกียรติต่อไป
โดยส่งกระแสพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาท ไปที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชั้น 6 ศูนย์ราชการลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา อาคารบี ถนนแจ้งวัมนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 30 ตุลาคม 2554
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-1413919 , 02-1430603 กลุ่มงานสารนิเทศ หรือที่ www.nhrc.or.th สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับของที่ระลึกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
*** เสงี่ยม เอียดตน /ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------------------------
เทศบาลตำบลวิชิตเชิญชวนประกวดภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยว ประจำปี 2554
นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เปิดเผยว่า ด้วยเทศบาลตำบลวิชิต กำหนดจัดโครงการประกวดภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวของเทศบาลตำบลวิชิต ประจำปี 2554 เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในตำบลวิชิตให้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้หัวข้อการประกวด “สะพายกล้อง ท่องวิชิต”
แบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป หมายถึง ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในตำบลวิชิต โดยเน้นที่สภาพทางกายภาพของแหล่งท่องเที่ยวมากกว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้น และประเภทวิถีชีวิต หมายถึง ภาพถ่ายที่เน้นการดำเนินชีวิตของประชาชนในตำบลวิชิต
สำหรับคุณสมบัติผู้ส่งภาพเข้าประกวด ต้องเป็นนักเรียน นักศึกษา ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยสามารถส่งภาพถ่ายได้ไม่เกินคนละ 5 ภาพ ต่อหนึ่งประเภท ต้องเป็นภาพถ่ายดิจิทัล ความละเอียดไม่ต่ำกว่า 6 ล้านพิกเซล ต้องเป็นไฟล์ต้นฉบับใช้นามสกุล JPEG บันทึกลงบนแผ่นซีดีรอมเท่านั้น ห้ามทำการปรับตกแต่ง ต่อเติมใด ๆ ทั้งสิ้น โดยส่งซีดีรอมพร้อมใบสมัครกรอกรายละเอียดครบถ้วน ส่งด้วยตนเองที่สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต หรือส่งทางไปรษณีย์ วงเล็บมุมซองว่า “ส่งภาพเข้าประกวด” จ่าหน้าซองถึง สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อ. เมือง จ. ภูเก็ต 83000 ใบสมัครสามารถรับได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลวิชิต ในวันและเวลาราชการ หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.phuket-vichit.go.th) สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน – 10 สิงหาคม 2554 ในวันและเวลาราชการ ทั้งนี้ หากส่งทางไปรณีย์ให้ส่งก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2554 และจะถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
สำหรับรางวัลประเภทแหล่งท่องเที่ยว และประเภทวิถีชีวิต รางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 รองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รับเงินรางวัล 7,000 บาท 3,000 บาท 2,000 บาท และ 1,000 บาท ตามลำดับ พร้อมโล่รางวัลและใบประกาศ
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต โทร. 076-525100
***เสงี่ยม เอียดตน /ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
อบต.เชิงทะเล มอบทุนสงเคราะห์นักเรียนด้อยโอกาส ประจำปี 2554
เมื่อเวลา 10.30 น. วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล เป็นประธานพิธีมอบทุนสงเคราะห์นักเรียนด้อยโอกาส ประจำปี 2554 โดยมี นายวชิระ สกุลชิต ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล นายเดชา สาเหล่ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล นายสุชาติ อยู่เย็น รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลชิงทะเล ตลอดจนนักเรียน ผู้รับทุนทั้ง 11 โรงเรียน คณะครูอาจารย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข่าร่วม
นายวชิระ กล่าวว่า โครงการมอบทุนการสงเคราะห์นักเรียนผู้ด้อยโอกาส ขององค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ภายใต้ชื่อ “โครงการ เติมเต็มให้ต้นกล้า” โดยมีกองสวัสดิการสังคมเป็นหน่วยงานดำเนินการซึ่งเป็นโครงการตามแนวทางการพัฒนาส่งเสริมสวัสดิการและสงเคราะห์ประชาชน ตามยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาประจำปีของ อบต.เชิงทะเล ผนวกกับกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ได้พิจารณาการจัดตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายเป็นทุนสงเคราะห์สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้ด้อยโอกาส เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง รวมถึงการสร้างฝันกำลังใจให้กับกลุ่มนักเรียน ให้เกิดความตระหนักว่าสังคม ชุมชน ไม่ทอดทิ้ง ผู้ที่ต้องการโอกาส เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต การดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2554 ซึ่งโรงเรียนที่จะเสนอชื่อนักเรียนผู้สมควรรับทุนตามโครงการดังกล่าว ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีภูมิลำเนาเดิม อยู่ในเขต อบต.เชิงทะเล มีฐานะที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ ทั้งกำลังเรียนอยู่ตั้งแต่ระดับก่อนปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน
ทั้งนี้ อบต.ทะเล ได้ให้ความเห็นชอบผู้สมควรได้รับทุนทั้งสิ้น 208 ราย จาก 11 โรงเรียน ซึ่งมีงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมาแต่ทาง อบต. เชิงทะเล ได้รับความกรุณาจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสบทบจนเพียงพอ
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
ตร.ภูเก็ตแถลงผลการจับกุมคดี วิ่งราวทรัพย์ พ.ร.บ.ยาเสพติด และอาวุธปืน พร้อมของกลางหลายรายการ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 มิ.ย.ที่ชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 5 คน คดี วิ่งราวทรัพย์ พ.ร.บ.ยาเสพติด และ พ.ร.บ.อาวุธปืน
ผู้ต้องหาประกอบด้วยนายไตรรงค์ หรือเอ วงศ์จินะ อายุ 29 ปี อยู่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 1 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.เวลาประมาณ 13.00 น.พร้อมด้วยของกลาง 32 รายการ มีทั้งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 ทะเบียน กขธ 577 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน หมวกกันน็อก เสื้อแจ๊กเก็ต เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ สมุดธนาคาร ใบขายฝากทอง บัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดอะวันการ์ด บัตรวีซ่า บัตรสมาร์ทบ็อก บัตร UOB CASH PLUS บัตรเฟิร์สชอยท์ บัตรโรบินสัน บัตรเดอะบุ๊ค บัตรคิบลิงก์ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าถือผู้หญิง นาฬิกาข้อมือ แหวนทองเหลือง กระเป๋าสะพายใส่กล้องถ่ายรูป ฯลฯ
จากการสอบถาม นายไตรรงค์ฯ รับว่าได้เคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ตมาแล้วหลายครั้ง โดยจะลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว จับกุมนายธุวานนท์ คำปลูก อายุ 28 ปี อยู่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ของกลาง ยาบ้า จำนวน 33 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 1.05 กรัม อาวุธปืนพกสั้นชนิดไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 2 นัด กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 4 นัด จับกุมได้ที่ถนนขุมเหมืองเจ้าฟ้า ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.54 เวลาประมาณ 22.00 น.
นายธวัชชัย บุญร่วม อายุ 24 ปี อยู่ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 0.024 กรัม จับกุมได้ที่ปากซอยธิดา ถ.วิชิตสงคราม ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.54 เวลาประมาณ 03.00 น.
ผู้ต้องหา นายวรวิชญ์ หรือโจ๊ก ชลศิริ อายุ 30 ปี อยู่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 4.93 กรัม จับกุมที่หน้าบ้านเลขที่ 19/3 ซอยต้นมะขาม ถนนวิชิตสงคราม ม.7ต.กะทู้ อ.กะทู้ จับกุมนายอภินันท์ หรืออ้าน แซ่เตียว อายุ 26 ปี อยู่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ พร้อมของกลางยาไอซ์ 3.00 กรัม (นำส่ง สภ.ทุ่งทอง)จับกุมที่หน้าบ้านเลขมรา 19/3 ซอยต้นมะขาม ถ.วิชิตสงคราม ม.7 ต.กะทู้ อ.กะทู้
นางสาวเรณู หรือเร พาโฮ อายุ 20 ปี อยู่ ต.ห้วยเหนือ อ.ขุนพันธ์ จังหวัดศรีษะเกษ ของกลาง ยาบ้า 35เม็ด จับกุมที่ ธนาวิลล่า ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต (นำส่ง สภ.ทุ่งทอง)จับกุมนางสาวพิชญา หรือบุ๋ม สุทธเกียรติสุข อายุ 23 ปี อยู่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิติกร หรือเน มณีศรี อยู่ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมของกลางยาไอซ์ 2.60 กรัม ยาบ้า 70 เม็ด จับกุมที่ลานจอดรถหน้าอาคาร เอส บี ลิฟวิ่งเพลส สี่แยกพัฒนาตัดใหม่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จับกุมนายนิวัฒน์ หรือโต้ง วงศ์คำจันทร์ อายุ 30 ปี อยู่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายพงศ์สุระ หรือใหญ่ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อยู่ ต.ควรศรี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ของกลางยาไอซ์ จำนวน 100.30 กรัม
ทั้งนี้ผู้ต้องหาดังกล่าวถูกจับกุมได้จากการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในช่วงการรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2554 และเพื่อกวางล้างอาชญากรรในพื้นที่ จ.ภูเก็ต
***สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว
-----------------------------------------
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต จัดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ยเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องโถงอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 8 และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต นายเอกชัย ชินณพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 เป็นประธานเปิดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ยเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โดยมี นายอรรถการ ฟูเจริญ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 8 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต อัยการจังหวัดภูเก็ต ผู้พิพากษาสบทบ ผู้ประนีประนอม ตลอดจนคณาจารย์ นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายอรรถการ กล่าวว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 8 และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกันจัดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ยเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เนื่องในโอกาสที่ปี พ.ศ. 2554 เป็นปีมหามงคลยิ่งสำหรับปวงพสกนิกรชาวไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ทั้งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีอรรถคดีในการยุติข้อพิพาทด้วยตนเอง อันให้เกิดการพึงพอใจและยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการบริหารจัดการคดีให้เกิดความ รวดเร็ว ประหยัด เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้ประนีประนอมของศาลอุทธรณ์ภาค 8 การประกวดภาพวาด ประกวดคำขวัญ ของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ รวมจำนวน 13 โรงเรียน รวมถึงมีการแสดงการไกล่เกลี่ยจำลองทั้งมีการจัดนิทรรศการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในระบบงานไกล่เกลี่ยอีกด้วย
ด้านนายเอกชัย กล่าวว่า การยุติคดีหรือปัญหาข้อขัดแย้งด้วยวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ เพราะช่วยให้คู่กรณีมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันโดยคู่ความต้องหันหน้ามาเจรจากันด้วยความสมัครใจ มีผู้พิพากษาหรือผู้ประนีประนอม ช่วยหาช่องทางให้คู่กรณีสามารถตกลงยอมรับกันได้ บนพื้นฐานความถูกต้องเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย การไกล่เกลี่ยในคดีชั้นอุทธรณ์อาจมีปัญหาซับซ้อนมากกว่าการไกล่เกลี่ยในศาลชั้นต้นบ้าง เพราะศาลชั้นต้นเคยพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีมาแล้วชั้นหนึ่ง ทั้งบ้างคดีอาจมีการไกล่เกลี่ยในศาลชั้นต้นมาแล้วด้วย ซึ่งด้วยความมุ่งมั่นของผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบกับ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้พิพากษา ผู้ประนีประนอม
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
ภูเก็ต เตรียมเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้ง 28 “ภูเก็ตเกมส์”
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังเก่า นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการฝ่ายเยาวชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเตรียมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้ง 28 โดยมีนายวิกรม จากที่ จ่าจังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายวิกรม กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการการมีส่วนร่วม ซึ่งได้มีการกำหนดกรอบกิจกรรมค่อนข้างชัดเจน ว่า ในฝ่ายการมีส่วนร่วมนั้นมีกิจกรรมหลักๆ 4 เรื่องด้วยกัน ก็คือ ในเรื่องของการฉลองไฟพระฤกษ์ ในส่วนนี้จะรับผิดชอบตั้งแต่การรับไฟพระฤกษ์จากสนามบิน และก็จะมีการตั้งขบวนแห่ และจะไปตั้งจุดฉลองในแต่ละอำเภอทั้ง 3 อำเภอ ซึ่งจะต้องมีทั้งประชาชน และเยาวชน นักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วม และก็มีการแสดงต่างๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ได้มีความตื่นตัวในการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาเยาวชนในครั้งที่ 28 นี้ ส่วนในกิจกรรมที่ 2 จะมีการจัดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในพิธีเปิด ปิด และกิจกรรมที่ 3 ก็คือ จัดให้พี่น้องประชาชนนักเรียน เข้าร่วม ในการแข่งขันทุกสนาม ซึ่งในส่วนนี้ในทุกส่วนจะต้องมีภาระหนักมาก เนื่องจากได้ทำการแข่งขันถึง 35 ประเภทกีฬา ซึ่งถ้าเกิดว่าในส่วนนี้ถ้าปล่อยให้มีแต่เฉพาะรักกีฬา และเจ้าหน้าที่ในสนาม ก็คงจะเป็นภาพที่ไม่ดีกับพี่น้องชาวภูเก็ต และในส่วนที่ 4 มีการจัดเยาวชนต้อนรับคณะผู้บริหารด้านการกีฬาที่เดินทางมาในจังหวัดภูเก็ต โดยมีพื้นที่ดำเนินการ 2 ส่วนหลักๆก็คือ สนามบินนานาชาติภูเก็ต และที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย
นายวิกรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนนี้จากที่ได้มีการประชุมกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกภาคส่วนได้มีความตื่นตัว และพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตก็มีการติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด ซึ่งคาดว่าในภาพรวมของการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่ง ครั้งที่ 28 ที่จังหวัดภูเก็ต จะไม่น้อยหน้ากว่าจังหวัดอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดภูเก็ตก็เคยจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติมาบ้างแล้ว คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหา
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
ภูเก็ตจัดประชุม กรณีแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายนิวิทย์ กล่าวว่า อันที่จริงแล้วปัญหาเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตแห่งเดียว แต่ยังมีอีกหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาเช่นนี้ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและสำหรับวันนี้ได้มีคณะกรรมการในพื้นที่ คือ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มากำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว หลังจากนั้นคณะทำงานชุดของจังหวัดนำปัญหาดังกล่าวมาตั้งเป็นประเด็น ซึ่งเมื่อมีการตั้งเป็นประเสร็จแล้ว ก็จะดูว่าทั้ง 4 ประเด็นที่ตั้งครอบคลุมหรือไม่อย่างไร โดยวันนี้ได้มีการจัดการประชุมครั้งแรกของคณะทำงานจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลังจากนั้นเมื่อทั้ง 4 ประเด็นครอบคลุมแล้ว ก็มีการตั้งคณะทำงานชุดย่อยอีก ซึ่งมีหัวหน้างานของแต่ละหน่วยงานที่มีปัญหา และให้คณะทำงานชุดย่อยประชุมกัน นอกจากนี้ในส่วนของปัญหารอบเดือนจะมีการประชุมทุกเดือน เพาะฉะนั้นคณะทำงานทั้ง 4 ชุดต้องสรุปปัญหาใน 15 วัน และนำปัญหาต่าง ๆ รายงานให้กับคณะทำงานชุดใหญ่ทราบ หลังจากนั้นคณะทำงานชุดใหญ่จะแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------------
รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคณะ พบปะชาวภูเก็ต พร้อมชูนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว กับโครงการแลนด์บริดจ์ ทำถนนต่อเชื่อมฝั่งอ่าวไทยไปยังทะเลฝั่งอันดามัน
ช่วงบ่ายของวันที่ 28 มิ.ย.54 ดร. สุชาติ ธาราดำรงเวช รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พบปะชาวภูเก็ต และคณะได้เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ณ ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เขต 1 ถนนหลวงพ่อ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคฯ นาย วิสิษฐ์ ใจอาจ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 และนาย สมาน เก็บทรัพย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 2 ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยมีประชาชนผู้ให้การสนับสนุน ร่วมให้การต้อนรับประมาณ 100 คน
โดยนายสุชาติ ได้ขายนโยบายของพรรค เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ทั้งนโยบายคนไทยตั้งตัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี ด้วยกองทุนตั้งตัวได้ คืนภาษี เพิ่มค่าลดหย่อนบ้านหลังแรก คืนภาษีรถคันแรก เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ให้เกษตรกรมีบัตรเครดิต เพื่อใช้ซื้อปัจจัยการผลิต รับจำนำข้าวเปลือก เกวียนละ 15,000 บาท ข้าวหอมมะลิ เกวียนละ 20,000 บาท นโยบายอนาคตเด็กไทยสู่หลักประกันใหม่ของชีวิต ด้วยการเพิ่มกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เรียนก่อน ผ่อนทีหลัง เด็กนักเรียนมีคอมพิวเตอร์ใช้ เล่นเน็ตในที่สาธารณะฟรี นโยบายพัฒนาโครงข่ายคมนาคมใหม่ ด้วยรถไฟฟ้า 10 สาย จาย 20 บาททั่ว กทม.รถไฟฟ้ารางคู่ เชื่อมปริมณฑลทั่วทุกทิศ รถไฟฟ้าความเร็วสูง จาก กทม.ถึงเชียงใหม่ โคราช หัวหิน แอร์พอร์ตลิงค์ ถึงฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา
นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซากทำเมืองหลวงให้สง่างาม ด้วยการถมทะเลตื้น ออกไป 10 กิโลเมตร สร้างเขื่อนกั้นน้ำท่วม กทม. ได้เมืองใหม่ลดแออัด สร้างงาน 100,000 อัตรา มีสวนสาธารณะ และทะเลสะอาดเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้ กทม.นโยบายกองทุนเพื่อไทยเพื่อสตรี เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท พัมนาบทบาทสตรีเท่าทันโลกยุคใหม่ และนโยบายเบี้ยเพื่อไทย วัยสูงอายุ โดยอายุ 60-69 ปี รับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท/เดือน อายุ 70-79 ปี 700 บาทต่อเดือน อายุ 80-89 ปี 800 บาทต่อเดือน อายุ 90 ปีขึ้นไป 1,000 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการพบปะพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตของนายสุชาติแล้ว ยังมีในส่วนของนาง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ด้วย ซึ่งได้โฟนอินขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ด้วยการส่งเสริมให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และนอกจากนี้นโยบายของพรรคเพื่อไทย ในอนาคต มีแผนในการลงทำโครงการ แลนด์บริดจ์ ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะทำถนนต่อเชื่อมฝั่งอ่าวไทยไปยังทะเลฝั่งอันดามัน ที่จะมีทั้งเส้นทางทางถนนและ เส้นทางเดินเรือ ซึ่งการคมนาคมทางนี้เป็นโครงการที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ต้องห่วง ทุกอย่างที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการนั้นจะคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้มีผลต่อทรัพยากรธรรมชาติอันสวยงามของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตามตนก็ต้องขอเสียงพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ให้ตน และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อเข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ขอให้คนภูเก็ตทั้งจังหวัดเลือกพรรคเพื่อไทยด้วย
***สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป