นายณัฐกิตต์ และ นางสาวศิริพร ได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนในคณะครุศาสตร์ ระดับปริญญาตรี เพื่อกลับมาเป็นครูโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ขณะที่ปีนี้ได้รับทุนสนับสนุนโครงการ “สร้างครู สร้างเยาวชน สร้างสังคมภูเก็ต ” รวมเป็นเงินทั้งสิน 9 แสน 6 หมื่นบาท
เมื่อเวลา 09.00 น. วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ ห้องสื่อวัตกรรมเทคโนโลยี โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย นายสกุล ณ นคร ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาของศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย พร้อมด้วย นางสาวสดใส ตันสุธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย เป็นประธานเปิดการแถลงข่าวโครงการ “สร้างครู สร้างเยาวชน สร้างสังคมภูเก็ต ” โดยมูลนิธิเพื่อการศึกษาของศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย โดยมี นายสมชาย ศิลปานนท์ ประธานโครงการ “สร้างครู สร้างเยาวชน สร้างสังคมภูเก็ต ” นายนิกร ธีระจามร รองประธานโครงการ “สร้างครู สร้างเยาวชน สร้างสังคมภูเก็ต ” นายอิสระ กิ่งแก้ว กรรมการโครงการ “สร้างครู สร้างเยาวชน สร้างสังคมภูเก็ต ” ตลอดจนคณะครูอาจารย์ นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยภายในงานมีการลงนามในสัญญามอบทุนการศึกษา มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา และการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ ฯ ทั้งให้นักเรียนผู้รับทุนการศึกษาใหม่ กล่าวขอบคุณมูลนิธิฯ และมอบทุน รวมถึงนักศึกษาผู้รับทุนการศึกษา รุ่นที่ 1 รายงานผลการเรียนและกิจกรรมในรอบปีที่ผ่านมา
นายสกุล กล่าวว่า มูลนิธิเพื่อการศึกษาของศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย ได้ก่อตั้งโดยสมาคมนักเรียนเก่าภูเก็ตวิทยาลัย เมื่อ 20 ปี ที่แล้ว มีภารกิจ คือ จัดหาทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย มาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันมูลนิธิฯ และโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้พิจารณา และเกิดความตระหนักในวิกฤตการศึกษาของชาติ ที่เกิดจากการขาดแคลนครูซึ่งกระทบต่อคุณภาพการศึกษา ที่โรงเรียนได้ผลิต นักเรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง สู่สังคม โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ซึ่งได้ก่อตั้งมากว่า 100 ปี ปัจจุบันมีครูอาวุโสที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการสอน จะเกษียณอายุราชการอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนขาดครูที่มีคุณภาพ และเชี่ยวชาญทางการสอน ถึงแม้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการจะจัดอัตรากำลังมาทดแทน โดยการโยกย้ายครูจากที่อื่น หรือบรรจุตั้งแต่ ครูอัตราจ้าง ซึ่งไม่เพียงพอ รวมถึงโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย มีครูอัตราจ้างประมาณ 20-30 คน ครูอัตราจ้างเหล่านี้ ถึงแม้มีความตั้งใจในการปฏิบัติงาน แต่ก็ต้องลาออกเมื่อมีแหล่งงานที่มั่นคงกว่า เพื่ออนาคตของตนเอง ทำให้โรงเรียนเกิดปัญหาบุคลากร กลายเป็นสถานที่ฝึกประสบการณ์ทางการสอนของครูที่เป็นครูอัตราจ้าง
อย่างไรก็ตามจากปัญหาดังกล่าว มูลนิธิเพื่อการศึกษาของศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย จึงได้จัดทำโครงการ “สร้างครู สร้างเยาวชน สร้างสังคมภูเก็ต ” ขึ้นเพื่อเริ่มต้นสร้างครูที่มีความมุ่งมั่น เป็นครูเก่ง ครูดี มีคุณภาพ ให้กับโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยในอนาคตต่อไป ซึ่งโครงการนี้เป็นการสร้างครูด้วยความศรัทธาในอาชีพครู เข้าศึกษาในสถาบันผลิตครูของรัฐบาล เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว กลับมาเป็นครูที่โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โดยมูลนิธิฯ จะรับผิดชอบในการใช้จ่ายการศึกษาเล่าเรียน ประมาณปีละ 1 แสน 2 หมื่น บาท /คน/ปี จนสำเร็จการศึกษาเป็นเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน 6 แสน บาท/คน/ปี
“สำหรับปีการศึกษา 2554 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ของโครงการ ฯ ได้ประการรับสมัครนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อคัดเลือกให้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนในคณะครุศาสตร์ ระดับปริญญาตรี เพื่อกลับมาเป็นครูโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ในปีนี้ มูลนิธิ ฯ ประกาศรับนักเรียนเพื่อรับทุนจำนวน 2 ทุน มีนักเรียนมาสมัครจำนวน 12 คน กรรมการได้พิจารณาแรก 9 คน และได้คัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามวัตถุประสงค์จำนวน 2 คน ได้แก่ นายณัฐกิตต์ แจ่มใส เข้าศึกษาต่อในคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอก ภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา และ นางสาวศิริพร คงขาว เข้าศึกษาต่อในคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอก คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต บางเขน กรุงเทพมหานคร” นายสกุล กล่าว
นายสกุล กล่าวต่ออีกว่า ในปีการศึกษา 2554 มีผู้สนับสนุนเงินทุนการศึกษา จำนวน 4 คน ได้แก่ นางวิรัตน์ รวยริน เจ้าของธุรกิจ ไซม่อนคาบาเรต์โชว์, ไซม่อนช็อปปิ้งอาเขต,โรงแรมมนตราคีรา มอบทุนการศึกษาจำนวน 6 แสนบาท นายสมชาย ศิลปานนท์ เจ้าของกิจการ โรงแรมมารีน่า ภูเก็ตรีสอร์ท มอบทุนการศึกษาจำนวน 1 แสน 2 หมื่น บาท นายธนิต รัตนกำชัย ประกอบธุรกิจ กรรมการผู้จัดการนิตยสารบลูเลทิน, กรรมการผู้จัดการจังซีลอน ป่าตอง, กรรมการผู้จัดการโครงการตลาดบ้านส้าน ป่าตอง มอบทุนการศึกษาจำนวน 1 แสน 2 หมื่น บาท และ นายมีชัย สุวรรณดิษฐกุล เจ้าของกิจการ บริษัท ดีวาน่า ป่าตองรีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด ,โรงแรมเมอเคียว ป่าตอง ภูเก็ต ,โรงแรมเมอเคียว กระบี่ มอบทุนการศึกษาจำนวน 1 แสน 2 หมื่น บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9 แสน 6 หมื่นบาท
*** สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
เทศบาล ต.กะรน จัดโครงการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ชีวภาพ เพื่อจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2554 เวลา 09.00 น. ที่สวนสาธารณะหนองหาน นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ชีวภาพเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมีนายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรี ต.กะรน อาสาสมัครสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับจุลินทรีย์ชีวภาพที่ได้นำมาปรับใช้ ในหลายรูปแบบ เพื่อการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นกิจกรรมที่ดี เนื่องจากในขณะนี้จะเห็นได้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดภูเก็ตนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลภาวะที่เกิดจากการตกค้างของมูลฝอย ปัญหาน้ำเสีย สารเคมีตกค้าง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถแก้ไขด้วยการปรับใช้จุลินทรีย์ชีวภาพแทนสารเคมี ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ทุกคนจะร่วมสร้างประโยชน์ให้กับสังคม กิจกรรมอย่างนี้ควรจัดให้มีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็ง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เกิดแก่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
นายทวี กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน มีโอกาสเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นในทุกด้าน จากการพัฒนาและความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่เน้นความสะดวก สบายในโลกยุคปัจจุบัน ส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจ
การท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาในจังหวัดก่อให้เกิดปัญหามูลฝอยตกค้าง บริเวณแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่สามารถใช้อุปกรณ์บริโภคซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารเกิดการปนเปื้อน ส่งกลิ่นรบกวน ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่หลายหน่วยงานพยายามคิดหาวิธีการ และมาตรการในการช่วยลดปัญหา โดยขณะนี้ชุมชนได้มีการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ชีวภาพขึ้น เป็นการนำจุลินทรีย์ชีวภาพมาปรับใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น น้ำหมักชีวภาพ
จุลินทรีย์ชนิดก้อน สำหรับบำบัดและเพิ่มคุณภาพแหล่งน้ำ ปุ๋ยหมักอินทรีย์สำหรับเพิ่มคุณภาพดิน และกระตุ้นการดุดซึมแร่ธาตุในดิน เป็นต้น
***อารยา ตุลา ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------
อำเภอเมืองภูเก็ตเร่งพิมพ์รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้นั้น อำเภอเมืองภูเก็ตได้มีการเตรียมความพร้อมตลอดมา โดยก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดให้ประชาชนที่จะประสงค์เลือกตั้งนอกเขตจังหวัดมีการมาลงทะเบียน ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนกว่าหมื่นคนมาลงทะเบียน และการเลือกตั้งในครั้งนี้ อำเภอเมเมืองมีเขตเลือกตั้ง 2 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 ในพื้นที่ ต.วิชิต ,ฉลอง และเขตราไวย์ ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 มีตำบลเกาะแก้ว และ ต.รัษฎา โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้ง 2 เขต จำนวน 123 หน่วยเลือกตั้ง มีประชาชนที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 9 หมื่นคน ทำให้ต้องมีการพิมพ์รายชื่อเพื่อปิดประกาศตามหน่วยเลือกตั้งทั้ง 123 หน่วย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มรชีการเร่งพิมพ์รายชื่อจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อนำไปปิดประกาศตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบรายชื่อ และถ้าหากมีปัญหาก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
***ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ข่าว อารยา ตุลา/พิมพ์
---------------------------------------
การแข่งขันสนุกเกอร์ ภูเก็ตแสงโสมคัพที่จังหวัดภูเก็ต รอบ 4 คนสุดท้ายวันนี้ เทพไชยา อุ่นหนู เฉือนชนะ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย 4 ต่อ 3 เฟรม รอแข่งนัดชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ถ่ายทอดสดทั่วประเทศในเวลา 13 นาฬิกา.
การแข่งขันสนุกเกอร์ ภูเก็ตแสงโสมคัพที่จังหวัดภูเก็ต รอบ 4 คนสุดท้ายวันนี้ (10 มิ.ย. 54) ที่ โรงแรมรอยัลพาราไดซ์ แอนด์สปา หาดป่าตอง คู่แรก รัชพล ภู่โอบอ้อม หรือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย อดีตมือวางอันดับ 3 ของโลก พบกับ เทพไชยา อุ่นหนู หรือ เอฟ นครนายก แชมป์สมัครเล่นโลกปี 2551
โดยการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทั้งคู่ผลัดกันแพ้และชนะแบบเฟรมต่อเฟรม สุดท้าย ต๋อง ศิษย์ฉ่อย พลาดท่าให้ เอฟ นครนายกในเฟรมที่ 7 ไปอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้ เอฟ นครนายก เฉือนชนะ ต๋อง ศิษย์ฉ่อยไป 4 ต่อ 3 เฟรม 6-113, 69-25 , 85-0 , 0-88 ,32-90 , 69-0 , และ 78-73 เข้ารอบรอแข่งนัดชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย. 54) ในเวลา 13.00 น. โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทั่วประเทศ
ส่วนอีกคู่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแข่งขัน เป็นการพบกันระหว่าง สจ๊วต บิงแฮม มือวางอันดับที่ 21 ของโลก พบกับ อิศรา กะไชยวงษ์ หรือ อิศ จันท์ ผู้ชนะจะพบกับ เทพไชยา อุ่นหนูในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย. 54) ***สทท. 11 ภูเก็ต /สนับสนุนข่าว
--------------------
พบศพจมน้ำลอยกลางทะเลกลางหน้าเกาะบอนห่างจากฝั่งประมาณ 6 ไมล์ทะเล ตรวจสอบพบเป็นผู้ดูแลเรือของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย จงภูเก็ต ได้รับแจ้งจากเรือนักท่องเที่ยวว่าพบศพชายลอยอยู่กลางทะเลห่างจากฝั่งเกาะบอน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 6 ไมล์ทะเล จึงได้ประสาน พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สารวัตรทำหน้าที่ปราบปรามทางน้ำ 3 กองกำกับการ 8 รุดไปยังจุดที่เรือนักท่องเที่ยวแจ้งเหตุ ปรากฎว่าพบศพชายไทยลอยอยู่กลางทะเลห่างจากเกาะบอนจริง จึงได้ช่วยกันลากศพดังกล่าวเข้าฝั่งที่บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวอ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ทั้งนี้ทางตำรวจได้ให้ภรรยาและญาติของผู้ตายยืนยัน ปรากฎว่าเป็นนายนที ถาวร อายุ 50 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ที่เป็นผู้ดูแลเรือท่องเที่ยวสำราญให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่มาจอดใกล้กับอ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำและเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย จึ่งร่วมกันชันสูตรในเบื้องต้นปรากฎว่าตามร่างกายของนายนทีไม่มีบาดแฟลถูกทำร้ายร่างกาย แต่อย่างใดมีเพียงรอยถลอกที่บริเวณต้นแขนเพียงเล็กน้อยที่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
โดย พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สารวัตรทำหน้าที่ปราบปรามทางน้ำ 3 กองกำกับการ 8 ได้สอบสวนภรรยาและญาติของนทีทราบว่าเมื่อกลางคืนที่ผ่านมานั้นนายนทีได้ออกจากบ้านบริเวณอ่าวฉลองเพื่อจะเดินทางไปนอนและดูแลเรือสำราญของนักท่องเที่ยวที่จอดอยู่ห่างจากท่าเทียบเรือท่องเที่ยวอ่าวฉลองประมาณ 5 ไมล์ทะเล และจะเดินทางกลับบ้านพักในเวลาเช้าของทุกวัน แต่ปรากฏว่าในช่วงเช้าของวันนี้
(10 มิ.ย. 54) ไม่ได้กลับมา ภรรยาและญาติรอจนถึงเที่ยงวันก็ไม่กลับ จึ่งเดินทางไปดูที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวอ่าวฉลองแต่ไม่พบตัว และมีเรือท่องเที่ยวพบเรือยางที่นายนทีจะต้องใช้ขับไปเฝ้าเรือที่บริเวณปากอ่าวฉลองห่างไปทางใต้ประมาณ 5 ไมล์ทะเล แต่ไม่พบตัวนายนทีเช่นกัน และมาพบเมื่อมีเรือนำนักท่องเที่ยวกลับจากนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำมาพบศพอยู่ห่างจากเกาะบอนดังกล่าว และเมื่อเจ้าหน้าที่ไปสอบถามจากชาวเรือที่เฝ้าเรือบริเวณดังกล่าวทราบว่าเมื่อเวลาประมาณตีหนึ่งของคืนวันที่ 6 มิ.ย.54 ที่ผ่านมาเห็นนายนทีเดินมาลงเรือที่ท่าเรืออ่าวฉลองเพื่อขับเรือไปเฝ้าเรือ แต่ไม่เห็นขับเรือยางออกไปคาดว่าจะเมาหลับที่บริเวณท่าและกลับบ้านไปช่วงเช้าจึ่งเดินทางไปที่เรือแล้วเพราะไม่เห็นเรือยางจอดอยู่ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าทีคาดว่าเมาแล้วพลัดตกน้ำ แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นต้องรอผลการชันสูตรอย่างละเอียดจากแพทย์อีกครั้งหนึ่งว่านายนทีเสียชีวิตด้วยเหตุใด
วิเชียร อุตส่าห์/สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
นักลงทุนเกาหลี-ฮ่องกง เสนอเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย และไม่ขอรับสัมปทาน ลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารอบเกาะภูเก็ต ขณะที่จังหวัดภูเก็ตออกประกาศเชิญชวนให้ผู้สนใจเสนอตัวภายใน ก.ค.นี้
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมในการแถลงข่าวเกี่ยวกับความพร้อมของบริษัท โกลด์ ฟินิกซ์ คอนสตรัคชั่น คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการเสนอตัวเพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารอบเกาะภูเก็ต และเส้นทางสนามบินภูเก็ต-ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต แถลงข่าวโดยนายต่อพล ไกรอนุพงษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์ ฟินิกซ์ คอนสตรัคชั่น คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ
นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยที่ผ่านมาได้มีบริษัทต่างๆ เข้ามาเสนอความพร้อมในการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้ารอบเกาะภูเก็ต รวมแล้วประมาณ 10 บริษัท และ โกลด์ ฟินิกซ์ฯ ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ บริษัทดังกล่าว ซึ่งในการนำเสนอนั้นมีรูปแบบการดำเนินการแตกต่างกันไป ทั้งในลักษณะของการขอสัมปทาน ลักษณะเทิร์นคีย์ ลักษณะลงทุนร่วมระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล รวมถึงลักษณะการลงทุนให้และเมื่อสร้างเสร็จก็มอบให้ทางจังหวัดภูเก็ตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ
“เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และให้โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนไปได้ ทางจังหวัดกำหนดที่จะออกเป็นประกาศจังหวัดเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจลงทุนได้มายื่นข้อเสนอและรายละเอียดต่างๆ ในลักษณะเดียวกับการจัดทำโครงการศูนย์ประชุมฯ เพื่อจะได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบว่าบริษัทใดมีความเหมาะสม หลังจากนั้นก็จะได้นำมาประมวล และเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็ว ๆนี้ และน่าจะทราบผลประมาณช่วงเดือนกรกฎาคมหลังการเลือกตั้งไปแล้ว” นายตรี กล่าว
ขณะที่นายต่อพล ไกรอนุพงษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์ ฟินิกซ์ คอนสตรัคชั่น คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัท ฯ ได้รับมอบหมายจาก บริษัทซี แชน ยัน คอนสตรัคชั่นแชร์ จำกัด ซึ่งเป็นของเกาหลีใต้กับฮ่องกง ให้เป็นผู้ประสานงานกับรัฐบาลไทย รวมถึงจังหวัดภูเก็ต ในการสนับสนุนเงินกู้เพื่อการลงทุนต่างๆ โดยไม่มีดอกเบี้ย และไม่ขอรับสัมปทาน โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมอบให้บริหารจัดการกันเอง ซึ่งโครงการได้นำเสนอไปแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจานอกเหนือจากโครงการรถไฟฟ้ารอบเกาะภูเก็ต เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงระยะทางประมาณ 4,200 กิโลเมตร รถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล รถรางคู่ของการทางรถไฟ เป็นต้น
เหตุที่สนใจลงทุนโครงการรถไฟฟ้ารอบเกาะภูเก็ตนั้น จากการศึกษาข้อมูลที่ทางจังหวัดได้ดำเนินการไว้ใน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. สนามบินนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 41.40 กิโลเมตร 2. ป่าตอง-อำเภอเมืองภูเก็ต ระยะทาง 18.40 กิโลเมตร และ 3. สามแยกบางคู-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 16.8 กิโลเมตร ซึ่งครั้งนั้นได้มีการเสนอให้ทำรถไฟมวลเบา แต่มองว่าไม่น่าจะเหมาะสม โดยควรเป็นลักษณะเดียวกับแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งมีความทันสมัยและเหมาะกับเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมกันนี้ก็ได้ศึกษาเส้นทางระหว่างสนามบินภูเก็ต-ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ระหว่างทางประมาณ 10 กว่ากิโลเมตรด้วย และเส้นทางทั้งหมดนี้คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
***สาลินี ปราบ/สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป ลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจสอบความสงบเรียบร้อยในช่วงการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ทั้งขอให้ประชาชนยอมรับในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเพื่อความสงบของประเทศ
วันนี้ (10 มิถุนายน 54) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง การดูแลความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า เนื่องจากทางตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ทางตำรวจกองปราบปราม ได้เข้ามาดูแลพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย ของหน่วยงานกองปราบปราม ที่เป็นชุดปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งเกี่ยวกับการดูแลการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกองปราบ 2 ชุด เข้ามาในจังหวัดภูเก็ต และในช่วงระยะสองอาทิตย์ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดหนึ่งที่ถูกเพิ่มเป็นพื้นที่ ที่มีความเสี่ยง ทางกองปราบปรามจึงต้องเข้ามาตรวจสอบในทางลึกของบริเวณพื้นที่ว่าการแข่งขันในการเลือกตั้ง มีความรุนแรงจริงหรือไม่ตามแนวโน้ม ที่ตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ซึ่งจังหวัดที่มีความเสี่ยงในการก่อความรุนแรงการเลือกตั้ง เพิ่มได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดราชบุรี
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่ออีกว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการแข่งขันสูงในส่วนของภาคใต้ ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ทางตำรวจต้องเข้ามาสำรวจในสถานภาพของความรุนแรง ตลอดจนมาวางนโยบายให้กับสถานีวิทยุกระจายเสียงเสียงสามยอด ซึ่งสถานีวิทยุกระจายเสียงเสียงสามยอดเป็นสถานีวิทยุของตำรวจกองปราบปราม และจะประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้มากที่สุด ให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตได้ออกมาเลือกตั้ง และกำชับให้ตำรวจที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตและตำรวจทางกองปราบปรามให้วางตัวเป็นกลางในเรื่องการเลือกตั้งให้มากที่สุด หรือกระทั่งปัญหาการช่วยเหลือผู้สมัครเลือกตั้งในการหาเสียง รวมถึงการออกตัวให้เห็นเด่นชัด ซึ่งทางตำรวจกองปราบปราม พยายามตรวจสอบตลอดจนตรวจสอบข้าราชการบางส่วนด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางกองตำรวจปราบปรามให้ความสำคัญ และเป็นห่วง
นอกจากนี้ยังมาดูแลเรื่องปัญหายาเสพติดในกองปฏิบัติการของ 3 1 5 ที่จะต้องดูแลและมาเร่งรัดเกี่ยวกับการจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ทางกองปราบปรามได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ ในส่วนของภาคใต้อาจจะมาซุกซ่อนอยู่ในจังหวัดภูเก็ตด้วย หรือมีการสร้างกลุ่มกำลังพลของผู้มีอิทธิพล ต่าง ๆ นี้เป็นส่วนที่ทางกองปราบปรามมาดู และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด และรักษาสมดุลและอำนาจให้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ให้ข้าราชการตำรวจ เข้ามาประพฤติไม่ชอบหรือปฏิบัติตามหน้างานที่ตนประพฤติผิดและปฏิบัติดูแลคุ้มกันบุคคลที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็ต้องปฏิบัติโดยชอบตามผู้บัญชาการสั่งการ ไม่ทำตัวเป็นผู้รักษากลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะมีการตรวจสอบเกี่ยวกับคนจำพวกนี้อีกด้วย
พล.ต.ต.สุพิศาล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการดำเนินการของการสืบสวนสอบสวนของคดีในขณะนี้ ความเคลื่อนไหวยังไม่มีความรุนแรงขณะที่การแข่งขัน เป็นการแข่งขันในบุคคลท้องถิ่นโดยเฉพาะ ผู้นำท้องถิ่น การแข่งขันในระดับภาคของ อำเภอ ตำบล ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ก็มีฝ่ายอยู่แล้ว มีพรรคการเมืองที่ทุกคนรักชื่นชอบอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการทำร้ายป้ายหาเสียงนี้ยังมีน้อย คนในจังหวัดภูเก็ตเป็นคนที่รักสันติ ขณะเดียวกันความรุนแรง ในเรื่องของกลุ่มมือปืน หรือกลุ่มที่คอยมาประหัตประหารแกนนำหรือ ผู้นำชุมชนก็ตาม ทางกองปราบปรามก็เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากมีการทำร้ายแกนนำหรือหัวคะแนน ทางกองปราบปรามจะทำการวิเคราะห์ ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงเร็ว ๆ นี้จะลงมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งในเรื่องความสงบเรียบร้อยของจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนมาตรวจสอบเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดด้วย เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่อไป
“ฝากประชาชนชาวภูเก็ตทุกคน ให้ออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้ง ซึ่งมีเวลาเลือกอีก 20 กว่า วัน แล้ว โดยเฉพาะเด็กกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้งครั้งแรก ขอเชิญชวนมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ส่วนคนที่ไม่เคยออกมาเลือกตั้งเลย หรือติดุระให้กลับมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย คาดว่าคงได้ความเป็นประชาธิปไตย และทุกคนต้องช่วยกันในเรื่องของการ เข้าสู่ระบบประชาธิปไตยที่ชอบโดยกฎหมาย และหลังจากการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ขอให้ประชาชนทุกคนยอมรับในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสงบ ” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวในที่สุด
*** สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------------------
ผู้ประกอบการคาบาเรต์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์เช่าโรงละครหมู่บ้านไทยวิลเลจปรับปรุงเป็นโรงแสดงคาบาเรต์ รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ คาดเปิดบริการพฤศจิกายนนี้
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 10 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมเพิร์ล นางวิรัตน์ รวยริน ประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ต ไซม่อน คาบาเรต์ จำกัด ผู้ให้บุกเบิกการแสดงคาบาเรต์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์แห่งแรกในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ร่วมกับนายพรวิธ รวยริน รองประธานฯ นายพรเทพ รวยริน รองประธานฯ และนายวิชาญ แสวงวงษ์ ผู้จัดการทั่วไป แถลงข่าวการเซ็นต์สัญญาเช่าโรงละครหมู่บ้านไทยวิลเลจ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อปรับปรุงเป็นที่จัดแสดงคาบาเรต์ เพื่อเพิ่มกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในเขตตัวเมืองภูเก็ต รองรับกลุ่มลูกค้าคนไทย และต่างชาติที่มาพักอาศัยอยู่ในเขตตัวเมืองและชานเมืองภูเก็ต
นางวิรัตน์ กล่าวว่า หลังจากที่ภูเก็ต ไซม่อนฯ ได้เปิดให้บริการมาเป็นเวลาร่วม 20 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการต้อนรับจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่าตอง และใกล้เคียง แต่ยังไม่ครอบคลุมในส่วนของพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต จึงได้ตัดสินใจเช่าโรงละครหมู่บ้านไทยวิลเลจ เพื่อทำการปรับปรุงให้เป็นโรงแสดงคาบาเรต์ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติซึ่งพักอาศัยอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต และชานเมือง ให้เป็นทางเลือกหนึ่งของกิจกรรมการท่องเที่ยว และยังเป็นการเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวในเขตตัวเมืองภูเก็ตด้วย ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
*** สาลินี ปราบ/สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต /ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป