เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ตวอนเจ้าของเรือจดทะเบียนและต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือตาม พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456
นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า ด้วยกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดนโยบายให้ปี พ.ศ. 2554 เป็นปีแห่งความปลอดภัย เพื่อการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว กรมเจ้าท่าจึงได้กำหนดให้มีการจดทะเบียนเรือและต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือในปี พ.ศ. 2554 โดยให้หน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาเรือไม่จดทะเบียนเรือและเรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ ซึ่งการใช้เรือที่ใบอนุญาตหมดอายุมีความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ประกอบกับการจดทะเบียนเรือจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากรัฐ หลายประการ เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติแล้วเกิดความเสียหายกับเรือ เรือที่มีการจดทะเบียนเรือก็จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐก่อน เป็นต้น กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการวางแผนและพัฒนาด้านการขนส่งทางน้ำของประเทศ จำนวนเรือต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสารบบที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง จะเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจดำเนินโครงการพัฒนาด้านการขนส่งทางน้ำของประเทศ
จึงขอให้เจ้าของเรือที่มีเรือที่ยังไม่เสร็จได้จดทะเบียนเรือกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต ขอให้มาดำเนินการจดทะเบียนเรือกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ตให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ส่วนเรือที่ได้จดทะเบียนเรือกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ตแล้ว แต่ใบอนุญาตใช้เรือได้หมดอายุลงแล้ว ขอให้มาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือทันที หรือเรือที่ได้จดทะเบียนกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ตแล้ว ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุเกิน 3 ปี ให้มาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือกับสำนักงานฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากนั้นจะลบรายการทะเบียนเรือออกจากสารบบ ทั้งนี้หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต จะดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าของเรือที่ใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาตและใช้เรือที่ใบอนุญาตหมดอายุตามบทลงโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สูงสุด
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานตรวจการขนส่งทางน้ำ สำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 5 สาขาภูเก็ต โทร. 076-391174
เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
---------------------------------------------------------
เรวัต อารีรอบ ยันลงสมัครเขต 2 พื้นที่จังหวัดภูเก็ตชูนโยบายเพื่อประชาชนเป็นนโยบายหาเสียง
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นาย เรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภูเก็ต เกี่ยวกับการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2
โดยนายเรวัต กล่าวยืนยันว่าตนจะลงสมัครในพื้นที่เขต 2 สำหรับ เหตุผลที่ลงสมัคร เขต 2 เพราะว่า พื้นที่ที่ไปลงเขต 2 เป็นพื้นที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย และตนเองก็เป็น ส.ส.ภูเก็ต ได้ทำงานมากว่า 3 ปี รู้อะไรในพื้นที่ มีอีกมากที่จะต้องแก้ไข ผมคิดว่า อย่างศูนย์ประชุมฯ มีคนบริจาคที่ดินที่อำเภอเมืองด้วยซ้ำ แต่เราตัดสินใจไม่เอา เพราะคิดว่าพื้นที่ถลางต้องพัฒนาต่อไป แล้วก็ไม่ได้ใช้เฉพาะ จ.ภูเก็ต ก็มีพี่น้องจากจังหวัดพังงา กระบี่ อีกเยอะที่จะมาใช้ศูนย์ประชุมฯ แห่งนี้
“ผมเสนอพรรคเองว่าไปลงเขต 2 แต่สุดท้ายถ้าการเคาะของพรรคว่าผมต้องไปลงเขต 1 ผมก็ต้องฟังมติของพรรค แต่ถ้าถามว่าใจของผมเลือกลงเขตไหน ผมเลือกลงเขต 2 เลือกมาตั้งแต่ตอนต้นไม่ใช่ตอนนี้ และถ้าถามว่าลงเขต 2 หนักใจหรือไม่ บอกอย่างตรงไปตรงมาไม่หนักใจ เพราะว่าแข่งขันทุกครั้ง ก็มีคู่แข่งทุกครั้ง ครั้งนี้มีคู่แข่งที่ออกมาเปิดตัวคือพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่หนักใจอะไร”
นายเรวัต กล่าวอีกว่า ตอนนี้ กกต.ใหญ่เคาะออกมาเรียบร้อยแล้วว่าพื้นที่ ต.ราไวย์ ต.ฉลอง ต.กะรน มาอยู่เขต 1 ถ้า กกต.ออกมาอย่างนี้ประชากรห่างกัน 20,000 กว่าคน ถ้าเป็นแบบเดิมห่างกัน 4,000 คนเท่านั้นเอง แต่ตนยอมรับในกฎกติกาที่ กกต. เขาออกมาว่าพื้นที่ดังกล่าว ควรจะเป็นเขต 1
เมื่อถามว่าถ้าทางพรรคส่ง ส.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ลงสมัครพื้นที่เขต 2 แล้วให้ ส.ส.เรวัต อารีรอบ ลงสมัครพื้นที่เขต 1 แทน จะมีปัญหาในการทำงานร่วมกับ ส.ส.เฉลิมลักษณ์ หรือไม่ นาย เรวัต ตอบอย่างชัดเจนว่า สำหรับตนแล้วไม่มีปัญหา พร้อมที่จะทำงานร่วมกับ ส.ส.เฉลิมลักษณ์
นอกจากนี้นายเรวัต กล่าวถึงนโยบายในการหาเสียง โดยชูนโยบายของพรรคเป็นหลัก ที่ต้องเดินหน้าต่อไป คือนโยบายเพื่อประชาชน ส่วนความชัดเจนว่าทางพรรคจะส่งใครลงสมัคร ส.ส.พื้นที่ เขต 1 นั้นเชื่อว่าไม่เกินวันสองวันนี้ว่าทางพรรคจะมีคำตอบชัดเจนว่าจะส่งใครลงสมัคร จังหวัดภูเก็ตไม่ได้เป็นปัญหา ที่พรรคยังไม่เคาะเป็นจังหวัดเดียวเท่านั้น แต่ยังมีที่ จังหวัดพังงา ยะลา เหตุผลที่พรรคยังไม่เคาะที่ จ.ภูเก็ต ก็เพราะว่า เนื่องจากคุณ ทศพร เทพบุตร ยืนยันว่าจะไม่ลงสมัคร ส.ส.เที่ยวนี้ ทางพรรคก็ต้องเสนอคนใหม่เข้าไป การเสนอคนใหม่เข้าไป พรรคต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน การที่พรรคตัดสินใจเลือกคนใหม่เข้ามาจะต้องดูทั้งบุคคล ทั้งประวัติ ประวัตินี้เป็นสิ่งสำคัญ การประกอบอาชีพ การศึกษา ความมีประสบการณ์ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับคนเป็นผู้แทนของคนภูเก็ต
“หน้าตาของผมเวลาไปเดินในสภาหรือว่าเดินไปไหนไม่ได้มีหน้าเรวัต หน้าเดียว หน้าที่ 1 คือหน้าตาของคนตระกูลของผม ซ้ายมือผมก็คือหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วขวามือผมก็เป็นหน้าของคนภูเก็ต ผมเดินไปสภาหรือว่าเดินไปที่ไหน ผมก็เป็นคน 3 หน้า คน 3 หน้าทำอะไร เวลาได้ ก็ได้ทั้ง 3 หน้า เวลาเสียก็เสียทั้ง 3 หน้า ถ้าผมทำเสีย เสียทั้งตระกูลผม เสียทั้งพรรค แล้วก็เสียทั้งคนภูเก็ต”
สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว
-----------------------------------------------------------
ชาวบ้านซอยกิ่งแก้วยื่นหนังสือจังหวัดภูเก็ตช่วยติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า
วันที่ 4 พ.ค. 54 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ชาวบ้านซอยกิ่งแก้ว นำโดย นางสาววรนุช ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนกว่า 10 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือแก่นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.จังหวัดภูเก็ต และนายสุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา ร่วมรับฟังและร่วมกันหารือในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องการขออนุญาตติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 50 ครัวเรือน
ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้นั้น ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวได้มีการใช้กระแสไฟฟ้าโดยต่อพ่วงจากบ้านที่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน และมีบ้านเลขที่ถูกต้อง แต่เมื่อมีจำนวนบ้านเรือนเพิ่มขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอและหลังจากนั้นก็ได้มีการตัดกระแสไฟฟ้าทำให้ประชาชนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้
นายสุรทิน กล่าวว่า เทศบาลตำบลรัษฎาในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐานแล้วปรากฏว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าชายเลน ทำให้ไม่สามารถออกเลขที่บ้านได้และการที่จะขอติดตั้งมิเตอร์ต้องผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ก่อน
ด้านนายเรวัต กล่าวว่า หลังจากรับทราบปัญหาดังกล่าวของชาวบ้าน ตนจะเป็นตัวกลางในการนำปัญหาไปปรึกษาส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการชั่วคราวก่อนเพื่อเป็น
การบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
-------------------------------------------------------------
มหกรรม “ธงฟ้าราคาประหยัด จังหวัดภูเก็ต” เริ่มแล้ววันนี้ ถึงวันที่ 6 พ.ค. 54 เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยราคาถูกกว่า ราคาสินค้าในท้องตลาด 20-30 %
วันที่ 4 พฤษภาคม 54 ที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต สำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับบริษัทและห้างร้านต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จัดงานมหกรรม “ธงฟ้าราคาประหยัด จังหวัดภูเก็ต ” โดยการเปิดบูธจำหน่ายสินค้าจำเป็นในการครองชีพให้กับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง และเพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.54 ระหว่างเวลา 10.00น. -21.00น. โดยมีร้านค้ามาร่วม 80 ร้าน ซึ่งออกบูธจำหน่ายสินค้ากว่า 90 บูธ ปรากฏว่าการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ร่วมซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก
นางสาวศุภัชชา บุญผลิต รักษาการหัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ทางสำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบจัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพที่นับวันปรับตัวสูงขึ้น โดยสิ้นค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และราคาที่จำหน่ายในครั้งนี้จะมีราคาถูกกว่าราคาสินค้าในท้องตลาดประมาณ 20-30 % เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ซึ่งสินค้าที่นำมาวางจำหน่ายประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำมัน ไข่ไก่ เสื้อผ้า ผักผลไม้ และอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการครองชีพ สำหรับสินค้าที่จำหน่าย ต้องเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อค้าครองชีพ และมีมาตรฐานสินค้าธงฟ้า คือคุณภาพได้มาตรฐาน ปริมาณครบถ้วน ราคายุติธรรม และจะต้องจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป และมีการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น 100 บาท ลดเหลือ 75 บาท
“ขณะเดียวกันได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาตามท้องตลาดเป็นประจำทุกวัน และเห็นว่าราคาไข่ไก่ตอนนี้ทรงตัว และราคาเนื้อหมูมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนในเรื่องของป้ายติดราคาส่วนใหญ่มีการติดป้ายแสดงราคา 90 % โดยการจัดงานดังกล่าว คาดหวังว่าประชาชนให้ความสนใจ เพราะสินค้าที่นำมาจำหน่ายนั้นถูกกว่าท้องตลาด อาทิ ราคาไข่ไก่เบอร์ 3 ปกติราคาตามท้องตลาดอยู่ที่ 3 บาท 70 สตางค์ แต่ในงาน ขายเพียง 3 บาท 30 สตางค์ ขณะที่เนื้อหมูราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 120-130 บาท เป็นต้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวภูเก็ตมาเยี่ยมชมงานเพื่อเลือกซื้อสินค้าราคาถูก” นางสาวศุภัชชา กล่าว
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------------------------
“เรวัต อารีรอบ” ไม่กังวล ลงเลือกตั้ง ส.ส.เขต 2 สู้กับผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางกระแสการใช้เงินซื้อเสียงมาแรง พร้อมระบุการที่พรรคประชาธิปัตย์จะส่งใครลงสมัคร ทั้ง 2 เขต ดูที่ประวัติบุคคลเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นาย เรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ จัดพบสื่อมวลชนภูเก็ต ทุกแขนง ทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ เพื่อแถลงผลงานในห้วงของการทำหน้าที่ ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2551 กระทั่งถึงปัจจุบัน รวม 3 ปีเศษ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนภูเก็ตเข้าร่วมฟังการแถลงเป็นอย่างดี
โดยนายเรวัต กล่าวว่า ในปีแรกตนได้เป็นฝ่ายค้าน 1 ปี และหลังจากนั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลในปี 2552 กระทั่งถึงปัจจุบันรวม 2 ปีเศษ รัฐบาลชุดนี้กับการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตจะเห็นได้ว่าลงทุนเม็ดเงินเป็นหมื่นหมื่นล้านบาท เช่น โครงการศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 2,600 ล้านบาท โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต 5,700 ล้านบาท ทำไมต้องขยายสนามบิน เหตุผลเพราะว่าสนามบินแห่งนี้รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 6.5 ล้านคน เราเชื่อมั่นว่าบ้านเมืองสงบนับจากปลายปีนี้เป็นต้นไป เข้าสู่ไฮซีซั่นของ จ.ภูเก็ต ตนเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะมีมากกว่า 6.5 ล้านคน หากนักท่องเที่ยวมากกว่า 6.5 ล้านคนสนามบินรองรับไม่เพียงพอ รัฐบาลชุดนี้จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นของการขยายสนามบิน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มีเพิ่มมากขึ้น
นอกเหนือจากนี้ในเรื่องของสุขภาพพี่น้องประชาชน ต้องยอมรับในความเป็นจริงว่า สุขภาพของคนภูเก็ต เวลาไปรับบริการของรัฐ หนาแน่นมาก เพราะว่ามีพี่น้องจาก 76 จังหวัดในภูเก็ต รวมถึงแรงงานต่างด้าวด้วย มาใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐ รัฐบาลชุดนี้จึงได้อนุมัติงบในการขยายอาคารโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยการก่อสร้างอาคารหลวงพ่อแช่ม ตึก 5 ชั้น โดยงบส่วนหนึ่งมีผู้ใจบุญร่วมบริจาค และกระทรวงสาธารณสุข บริจาคมาสมทบอีกส่วนหนึ่ง การก่อสร้างอาคาร 4 ชั้นโรงพยาบาลถลาง งบอีก 87 ล้านบาท โรงพยาบาลป่าตอง อีก 69 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารตึก 4 ชั้น เช่นเดียวกัน ขณะที่สถานีอนามัยต่าง ๆ ใน 3 อำเภอ ยกระดับเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งตอนนี้ยกระดับเกือบหมด
“มีพี่น้องชาว ต.เกาะแก้ว กะรน และเกาะมะพร้าว เวลาผมลงพื้นที่พี่น้องประชาชนบอกว่าอนามัยแห่งนี้ควรได้รับการปรับปรุงตัวอาคาร หน้าที่ ของ ส.ส.ก็ไปพูดในสภา ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 3 อนามัยยกระดับเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.เกาะแก้ว ต.กะรน และเกาะมะพร้าว ก็ได้รับงบประมาณอุดหนุนไปเรียบร้อย” นายเรวัต กล่าว
นายเรวัต กล่าวอีกว่า นโยบายชุดนี้ที่รัฐบาลได้มาเริ่มดำเนินการในปี 2552 ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีนโยบายโดนใจประชาชนคือนโยบายเรียนฟรี 15 ปี นโยบายเรื่องของเบี้ยยังชีพ ที่จัดสรรงบประมาณไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกเหนือจากเรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังมีนโยบายให้การสนับสนุนงบ อสม.ตกถึงผู้ที่ดูแลสุขภาพตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพราะ อสม.ทำมา 20-25 ปียังไม่มีรัฐบาลชุดไหนได้ดูแล จะเห็นได้ว่านโยบายพื้นฐาน นโยบายการดูแลเรื่องสุขภาพ ดูแลเรื่องของโรงเรียน พวกเราในฐานะ เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หรือเป็นผู้บริหารของพรรค เราเชื่อตามปรัชญาที่ว่าการพัฒนาคน อย่างเดียวคือต้องพัฒนาที่การศึกษาเท่านั้น แล้วการให้โอกาสทางการศึกษา ทำให้คนพ้นจากความยากจน คนเวลาได้รับการศึกษา จะมีอาชีพ ได้ดูแลครอบครัว ได้ดูแลพ่อแม่ ฉะนั้นการให้โอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และนอกเหนือจากนั้นได้สนับสนุนงบประมาณ ไปยังเขตพื้นที่ อ.ถลาง เป็นหลัก ในการจัดทำโครงการถนนไร้ฝุ่น โดยทางหลวงชนบท เนื่องจากถนนตามซอกซอยต่าง ๆ ยังไม่สะดวกสบาย งบประมาณที่ออกไปปี 2553-2554 คิดว่าประมาณ 59 ล้านบาทที่ลงไป เกือบครบทุกหมู่บ้าน สารภี ศรีธรรมรัตน์ /สนับสนุนข่าว
------------------------------------------------
ภูเก็ต หารือ คณะ กก. การปฏิบัติงานระดับจังหวัดเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ครั้ง 1/2554
เมื่อเวลา 10.30 น วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่หลังประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ (ห้องเล็ก) ชั้น 2 นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการปฏิบัติงานระดับจังหวัดเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล จังหวัดภูเก็ต ครั้ง 1/2554 โดยมี นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราไวย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนคนชาวเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายประยูร กล่าวว่า การแก้ไข้ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล (มอแกน มอแกลน อูรักลาโวย) พบปัญหาสิทธิขั้นพื้นฐานของชุมชาวเลจังหวัดภูเก็ต เรื่อง ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ซึ่งมีการพูดคุยกันหลายครั้งในที่ประชุมในการแก้ไขปัญหา แต่ติดขัดในบางส่วนที่เกี่ยวข้อง คือชาวเลไปอยู่ที่อยู่อาศัยที่ดินของเอกชนและป่าชายเลน ดังนั้นการขอใช้สิทธิเรื่องไฟฟ้า ประปา จึงไมสามารถดำเนินการได้ เพราะอาจถูกฟ้องร้องจากเจ้าของที่ดิน เช่นชุมชนชาวราไวย์ ชุมชนชาวเลบ้านแหลมตุ๊กแก (เกาะสิเหร่)
สำหรับความคืบหน้าการจัดสร้างศูนย์วัฒนธรรมชาวเลบ้านแหลมตุ๊กแก ซึ่งทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ตได้แจ้งประสานทางเทศบาลตำบลรัษฎา เพื่อเตรียมการปรับพื้นที่เตรียมการก่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมชาวเลบ้านแหลมตุ๊กแก โดยจังหวัดได้อนุมัติงบเหลือจ่ายปี 2553 เป็นเงิน 2 ล้าน 1 แสนบาท และรอผลการอนุมัติงบพัฒนาจังหวัดปี 2554 จึงสามารถดำเนินการจัดสร้าง ศูนย์วัฒนธรรมชาวเลบ้านแหลมตุ๊กแกได้
ส่วนกรณีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คลองบางชี้เหล้าพื้นที่ 50 ไร่ เรื่องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ควรพิจารณาระยะยาวเรื่องการขยายตัวของชุมชน ควรมีแผนจัดระเบียบชุมชน มีกระบวนการทำงานระหว่างชาวเล คณะกรรมการดูแลพื้นที่ และคณะกรรมการการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลระดับจังหวัดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------------
ภูเก็ตจัด ประชุมแก้ไขปัญหา กรณีการชุมนุมปิดถนนทางเข้าออกท่าเรือน้ำลึก
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมพิจารณาแก้ไขปัญหากรณีการชุมนุมปิดถนนทางเข้าออกท่าเรือน้ำลึกที่อ่าวมะขาม ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสุทธิ์ หัวหน้าเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายภูริพัฒน์ กล่าวว่า หากทุกฝ่ายปฏิบัติเป็นไปตามมติที่ตกลงกันไว้ ซึ่งจะรีบทำบันทึกความตกลงร่วมกัน (MOU) ให้เสร็จภายในเดือนนี้ ซึ่งกรอบ MOU จะมีการแบ่งกันคนละ 50 อย่างอื่นก็จะมีการจัดระบบระเบียบของแท็กซี่ในท้องถิ่นมากขึ้น และอีกเรื่องก็คือเรื่องสหกรณ์ แต่หลัก ๆ คือ ณ วันนี้มองเห็นว่า ท้องถิ่นตำบลวิชิตสามารถติดตามได้หมดไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแท็กซี่ และรถตู้ที่อยู่ในระบบ ส่วนในเรื่องของร้านค้าจะต้องมีการกำหนดราคา ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทางเรือเยอะกว่าแสนคน และมีเรือเข้ามาในช่วงนี้ ประมาณ 10 กว่าเที่ยว เป็นเรือขนาด 2,000 คน
นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า สอบถามผู้ประกอบการ ผู้ประกอบธุรกิจรถรับจ้าง ที่ท่าเรือน้ำลึก โดยฟังดูว่าแต่ละกลุ่ม แต่ละฝ่ายมีความต้องการอย่างไร ที่เราสามารถนำมาประจบกันได้ หลังจากได้ข้อมูลแล้วจะทำให้ทันสมัย และร่าง MOU ร่วมกัน โดยแต่ละฝ่ายอาจจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าอยู่กันได้ก็ดี ในส่วนดังกล่าว เชื่อว่า ทุกอย่างก็ไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงอะไร จนปัญหาเกิดขึ้นจากลักษณะเชิงการเมือง และเมื่อมีประโยชน์มากขึ้นก็อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจน ไม่ค่อยลงตัวกัน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาตรงนี้ คือการแก้ไขความพึงพอใจ ทำยังไงให้อยู่กันได้อย่างสบาย ๆ ส่วนในเรื่องของท่าเรือจะไม่มีการปิดท่าเรือใด ๆ
อารยา ตุลา ข่าว /ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป