กกต.ประชาสัมพันธ์ การจัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์เทศบาลตำบลเชิงทะเล กรณีครบวาระ
นายกิติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์เทศบาลตำบลเชิงทะเล กรณีครบวาระ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้สมัครทุกคน ผู้สนับสนุน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และประชาชนโดยประมาณ 15 คน ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2554 เวลา 08.00 -14.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลเชิงทะเล ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้สนับสนุนผู้สมัคร มีความรู้ ความเข้าใจ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น และเพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง นอกจากนี้เพื่อให้ผู้สมัครยอมรับในเรื่อง การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และการรู้รักสามัคคี เพื่อรักษาความเป็นมิตร เป็นเพื่อนบ้าน และความเป็นญาติพี่น้องในท้องถิ่น ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ตลอดจนเพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งได้ทราบบทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกด้วย
ทั้งนี้ได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์เทศบาลตำบลเชิงทะเลไว้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2554 ที่จะถึงนี้
อารยา ตุลา ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ติดตามประเมินปฏิบัติราชการของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดประจำปี 2554
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 เวลา 09.30 น.ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ นายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ นิเทศ และติดตามประเมินปฏิบัติราชการของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดประจำปี 2554 โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับประเด็นในการนิเทศ และติดตามการปฏิบัติการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ตลอดจนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แยกเป็นสองประเด็นคือ ประเด็นชี้แจงของหัวหน้ากลุ่มจังหวัด ซึ่งประ กอบไปด้วย กรอบทิศทางของแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติการราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ของกลุ่มจังหวัด ตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน, การเบิกจ่ายงบประมาณของกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 และการดำเนินงานของสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด และในส่วนของประเด็นที่สอง คือประเด็นชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งประกอบไปด้วย การจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ของจังหวัด ตลอดจนปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินงาน , การเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัดประจำปี พ.ศ. 2554 ,การขับเคลื่อนการดำเนินงาน กรอ.จังหวัด ,การดำเนินงานของกลุ่มภารกิจ ภายใต้ คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) เพื่อสนับสนุนการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ , ปัญหา และข้อเสนอแนะในเรื่องการมอบอำนาจ และอื่นๆ ตลอดจนการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงฉ้อโกง
โดยมีเป้าประสงค์ดการบรรลุตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้, การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว สินค้าทางการท่องเที่ยว และพืชเศรษฐกิจของกลุ่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน,การเพิ่มคุณภาพด้านการจัดการท่องเที่ยว สินค้าและบริการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,การสร้างมูลค่าเพิ่มของแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการที่มีศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพอย่างยั่งยืน ให้คงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคมที่ดี โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
นายพระนาย กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเป็นกลุ่มจังหวัดที่อยู่มนลำดับที่ 7 ซึ่งประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ซึ่งในภาพรวม GPP ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน คิดเป็นร้อยละ 2 ของประเทศโดยเรียงตามลำดับ อันดับที่หนึ่ง จ.ภูเก็ต อันดับที่สอง
จ.ตรัง อันดับที่สาม จ. กระบี่ อันดับที่สี่ จ.พังงา และอันดับที่ห้า จ.ระนอง ส่วนGPP per Capita ประชากรในจังหวัดภูเก็ตมีสูงกว่าจังหวัดอื่นๆเท่ากับ 210,183 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าจังหวัดที่สองลงมาคือ จ.พังงา เกือบสองเท่าตัว ทั้งนี้แม้ว่า จ.ตรัง จะมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัดอยู่ในเกณฑ์สูง แต่เนื่องจากพื้นฐานจำนวนประชากรในพื้นที่มีปริมาณ จึงส่งผลให้มี GPP per Capita อยู่ในเกณฑ์ต่ำ
อารยา ตุลา ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------
ทสจ.ภูเก็ตดึงเครือข่ายชุมชนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาดแหล่งท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ที่โรงแรม โบ๊ทลากูน รีสอร์ท ต.เกาะแก้ว
อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมฝั่งอันดามัน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต (ทสจ.ภูเก็ต) จัดขึ้น โดยมีภาคส่วนต่างๆ ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคธุรกิจท่องเที่ยว ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนภาคการศึกษา และกลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) ภูเก็ต เข้าร่วมจำนวน 120 คน
นาย ภพพล ศิริลักษณะพงศ์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์รณรงค์โครงการฯ ให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความสะอาดชายหาดท่องเที่ยวและแนวปะการังแหล่งท่องเที่ยว เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิกเครือข่าย ทสม. และเครือข่ายชุมชนในการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมในบริเวณชายหาดแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน แหล่งท่องเที่ยวแก่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตามการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมฝั่งอันดามัน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภูเก็ต เป็นกิจกรรมตามโครงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมฝั่งอันดามัน ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนองและตรัง โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่เป็นเจ้าภาพหลัก และมีกิจกรรมที่ดำเนินการเหมือนกันทั้ง 5 จังหวัดในกลุ่มอันดามัน ประกอบด้วย การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 2 ครั้ง, รณรงค์ทำความสะอาดชายหาดแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 10 ชายหาด, ประสานงานการออกตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล จำนวน 10 หาด และการตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล จำนวน 10 สาย, รณรงค์เก็บขยะในทะเลบริเวณแนวปะการังแหล่งท่องเที่ยว, จัดกิจกรรมรณรงค์ อันดามันปลอดโฟม,จัดกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, จัดกิจกรรมรณรงค์การบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ (EM Ball) และตรวจติดตาม ประเมินผล และสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงการ นายภพพลกล่าว
สาลินี ปราบ/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
ภูเก็ต รำลึกถึงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กองทัพเรือ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 เวลา 08.00 น.ที่ บริเวณศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สะพานหิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี สุพจน์ สุดประเสริฐ รองผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีถวายพระมาลาในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ของพลเรือเอกพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยมี นายธีระ เจี่ยสกุล เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ นายชัยวัฒน์ แซ่ตัน และนายจิรทีป นาวารักษ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้าร่วม
เนื่องในวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กองทัพเรือ จึงได้กำหนดให้เป็นวัน “อาภากร” เพื่อให้ทุกท่านได้ร่วมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือและประเทศชาติ โดยส่งผลให้กองทัพเรือมีความมั่นคงดำรงอยู่ได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมกองทัพเรืออารยประเทศ และสามารถป้องกันประเทศทางทะเล ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทหารเรือทุกคนจึงเคารพเทิดทูนบูชาพระองค์ และพร้อมใจถวายนามพระองค์ให้ทรงเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน.
เมื่อครั้งยังพระชนม์ชีพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ได้เข้ารับราชการในกองทัพเรือ พระองค์ทรงปรับปรุงพัฒนา กิจการทหารเรือให้เจริญก้าวหน้ามากมาย อาทิ ทรงแก้ไขระเบียบการในโรงเรียนนายเรือทั้ง ฝ่ายปกครองและฝ่ายวิชาการ ขอ พระราชทานจัดตั้งโรงเรียนนายเรือที่บริเวณ พระราชวังเดิม ฝั่งธนบุรี เมื่อพ.ศ. 2448 และ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จ เปิดโรงเรียนนายเรือในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 ทรงเป็นผู้วางโครงการจัดตั้งฐาน ทัพเรือที่สัตหีบ ทรงทำแผนการทัพเรือ ทรงจัดการศึกษาทางยุทธวิธี กระบวนรบในกองทัพเรือ ให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น ปี พ.ศ. 2453 เป็น แผ่นดินของรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดี และทรงให้ยกกรมทหารเรือขึ้นเป็น กระทรวงทหาร อีกด้วย ปี พ.ศ. 2460 ได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็นนายพลเรือไทย และได้ทรงเลื่อนยศขึ้นเป็นนายพลเรือเอกในปีเดียวกัน ทรงเป็นผู้แทนคณะกรรมการราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ออกไปจัดซื้อเรือรบหลวงพระร่วง ณ ประเทศ อังกฤษ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือนำเรือรบหลวงพระร่วงเข้ามาสู่กรุงเทพพระมหานคร โดยสวัสดิภาพ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศเป็น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 และทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2466 เนื่องจากพระองค์ท่านได้ทรงนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพไทยอย่างอเนกอนันต์ เหล่าทหารเรือไทยจึงเคารพรักและพร้อม ใจกันถวายพระเกียรติของพระองค์ว่า พระบิดาแห่ง ราชนาวีไทย
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ ณรงศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต ภาพ/ทาน
-------------------
ผกก.สภ. กมลา ตรวจเข้ม ระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ รวมทั้งการกวาดล้างยาเสพติด ช่วงไฮซีซั่น
พันตำรวจเอก ณัฏฐาภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกมลา เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องยาเสพติดในพื้นที่ตำบลกมลา ซึ่งตำบลกมลาเป็นตำบลเล็ก ๆ มีทั้งหมด 6 หมู่บ้าน ซึ่งจากการที่ได้ตรวจดูลงพื้นที่กมลา ส่วนใหญ่จะมีผู้เสพอยู่บ้างส่วนผู้ค้ารายย่อยนั้นมีไม่เกิน 1-2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามดำเนินการอยู่ โดยเบื้องต้น มีโครงการทำให้ หมู่ที่ 2 เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดได้มีการดำเนินการ ตามขั้นตอนอยู่ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 3 ทั้งนี้เมื่อโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ หลังจากนั้นภายในเดือนมิถุนายนนี้ ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็จะประกาศให้หมู่บ้านที่ 2 เป็นหมู่บ้านนำร่องในเรื่องของการปลอดยาเสพติด
ขณะที่โครงการแรกประสบความสำเร็จจากนั้นพยายามเดินหน้าแก้ไขให้ครบทุกหมู่บ้าน แต่เนื่องจากว่าในพื้นที่กมลาอยู่ติดกับพื้นที่ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้มียาเสพติดแพร่ระบาดเข้ามาในจังหวัดมากยิ่งขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แก้ปัญหา และควบคุมสุดความสามารถ ขณะเดียวกันมีผลการจับกุม ผลการดำเนินการทุกเดือน และได้รับการชมเชยจากผู้บัญชาการมาโดยตลอด
สำหรับการรักษาความปลอดภัย รวมถึงเรื่องยาเสพติดในช่วงไฮซีซั่นให้กับนักท่องเที่ยว ได้มีการดำเนินการอย่างเคร่งครัดทุกอย่าง ทั้งมีชาวต่างชาติเป็นอาสาสมัครทำหน้าที่ช่วยเหลือ เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว ช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน พ.ย. จนถึงปัจจุบันไม่มีคดี อาชญากรรม ต้องยอมรับว่าไม่มีคดีเหล่านี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กมลาเลย
ตำบลกมลาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ในการที่จะดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากมาย ก็สามารถที่จะควบคุมดูแลให้ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้ และได้รับการชื่นชม จาการที่ได้มีโอกาสได้ไปพบปะกับผู้ประกอบการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการโรงแรมก็ดี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็ดี หรือแม้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ก็ดี พึ่งพอใจความเป็นอยู่ของพื้นที่กมลาเป็นอย่างดี
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต ภาพ/ทาน
--------------------------
ฟุตบอล 7 คน กมลานานอกคัพ ต้านยาเสพติดครั้งที่ 3 เริ่มวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท
เมื่อเวลา 10.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต พันตำรวจเอก ณัฏฐาภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกมลา /ประธานจัดการแข่งขัน เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอล 7 คนกมลานานอกคัพ ต้านยาเสพติดครั้งที่ 3 ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2554 ที่ สนามชั่วคราวบ้านนานอก (ตรงข้ามกุโบร์กมลา) โดยมี นายสันติ สาริยา กำนันกมลา เด็ก เยาวชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสันติ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล 7 คน กมลานานอกคัพ ต้านยาเสพติดครั้งที่ 3 มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปหันมาออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็ง เพื่อป้องกันต่อต้านยาเสพติด เป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อที่จะให้เป็นการช่วยกันรณรงค์ป้องกันยาเสพติด
สำหรับเงินรางวัลและถ้วยเกียรติยศ แยกตามประเภทดังนี้ ประเภทเยาวชนไม่เกิน 13 ปี ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยเกียรติยศจากนายขันตี ศิลปะนายอำเภอกะทู้ และเงินบำรุงทีม 5,000 บาท ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 2,500 บาท ประเภทเยาวชนทีมทั่วไป ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยเกียรติยศ จากพล.ต.ต. พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมเงินบำรุงทีม 40,000 บาท ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 25,000 บาท ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 15,000 บาท ทีมรองชนะเลิศอันดับ 3 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 5,000 บาท ประเภทอาวุโส 35 ปี ขึ้นไป ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยเกียรติยศจาก นายตรี
อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมเงินบำรุงทีม 15,000 บาท ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 10,000 บาท ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 2,000 บาท ทีมรองชนะเลิศอันดับ 3 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินบำรุงทีม 2,000 บาท ร่วมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 130,000 บาท
โดยใช้กติกาการแข่งขันของสนามฟุตบอลแห่งประเทศไทยและข้อตกลงของคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ฯ ซึ่งมี ประเภทกีฬา ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่ กีฬาเยาวชน อายุไม่เกิน 13 ปี, ประชาชนทั่วไป และประเภทอาวุโสอายุไม่เกิน 35 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดสัญชาติ ตอนนี้มีผู้สมัครประมาณ 35 ทีม
“ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2554 รับใบสมัครได้ที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬาจังหวัดภูเก็ต หรือติดต่อได้ที่ 081-5693363,081-2850758,087-2655511,080-5213505 และ 086-2680897” นายสันติ กล่าว
ด้านพันตำรวจเอก ณัฏฐาภาคิน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ เนื่องจากว่า กีฬาฟุตบอล เป็นกีฬาพื้น ๆ ซึ่งเล่นได้ทุกคน ทั้งง่ายในการที่จัดการแข่งขัน และทางผู้ที่เกี่ยวข้อง พยายามใช้นโยบายนำหน้าเพื่อเป็นการแข่งขันกีฬา แก้ปัญหาในเรื่องยาเสพติด และอยากจะมุ่งเน้นส่งเสริมให้ ประชาชนทั่วไปไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็แล้วแต่ ทั้งเด็กและเยาวชน เอาเวลามาใส่ใจในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของกีฬา ดีกว่า เอาเวลาไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาเสพติด
“ส่วนการแข่งขันกีฬาฟุตบอล 7 คนฯ มีการดำเนินงานมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งการจัดการแข่งครั้งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จมาได้ด้วยดี สำหรับในครั้งนี้ ได้นำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนนายอำเภอกะทู้ เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินรางวัลและถ้วยรางวัล ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี” พันตำรวจเอก ณัฏฐาภาคิน กล่าว
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน/ภาพ
------------------------------
ซิป้าร่วมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ฯ ให้ทุนหนุนผู้ประกอบการ ซอฟต์แวร์ ต่อยอดธุรกิจ 84 ทุน มูลค่ากว่า 58 ล้านบาท
เมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม 54) นายสันติ สุรรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาหาชน) หรือ ซิป้า เปิดเผยว่า ซิป้าหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ได้ริเริ่มโครงการ 84 โครงการ 84 พรรษา
มหาราชันขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายสำคัญ คือการส่งเสริมผู้ประกอบซอฟต์แวร์ ให้สามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่มี โดยกรอบหัวข้อการให้ทุนได้แก่ โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการการประหยัดพลังงาน หรือพลังงานทดแทน และการต้องการจากกระทรวงไอซีที ที่เกี่ยวกับ Service บน Cloud สำหรับภาครัฐ และโครงการ SoftEx@SIPA ประกอบด้วย 6 กลุ่มอุตสาหกรรมคือ Health Care, Tourism , Food&Agriculture, Education, Jewelry และLogistics ซึ่งโครงการที่จะให้ทุนสำหรับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ , ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ขนาดกลาง รวมทั้งสิ้น 84 ทุน เป็นมูลค่าทุนทั้งสิ้น 58 ล้านบาท
นอกจากนี้การวางโครงการได้วางเป้าหมายในการขอรับทุนไว้ 3 ประเภทได้แก่ ผู้ประกอบการซอฟแวร์รุ่นใหม่การพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ โดยซอฟแวร์นี้จะต้องไม่เคย มีธุรกรรมเชิงพาณิชย์ , การพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์ ที่มีอยู่เดิม เช่น เปลี่ยน Platform หรือเทคโนลยีหรือเพิ่มคุณลักษณะของซอฟแวร์ และการพัฒนาธุรกิจ อาทิ การพัฒนาองค์กร พัฒนาบุคลากรในองค์กร การส่งเสริมภาพลักษณ์ การปรับปรุงกระบวนการ บริหารจัดการ การรับรองมาตรฐานธุรกิจ การวินิจฉัยธุรกิจเพื่อหาจุดด้อยขององค์กร การขยายโอกาสทางธุรกิจ การวิจัยผลิตภัณฑ์ การพัฒนาด้านการตลาดและการขาย โดยผู้ประกอบการที่มาขอรับทุนประเภทนี้ จะต้องมีผลิตภัณฑ์ในกรอบหัวข้อการให้ทุน
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเน้นส่งเสริมผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ที่มีความต้องการพัฒนา หรือต่อยอดซอฟแวร์ที่มีอยู่เดิม เพื่อขยายโครงการทางธุรกิจ โดยใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และประสบการณ์เทคโนโลยี หรือจัดการพิจารณาให้เกิดผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ที่ดีและตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมานำเสนอในรูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งซอฟต์แวร์ถึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ในโลกยุคเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพภาคเศรษฐกิจ ชุมชน สังคม ท้องถิ่น การศึกษา การแพทย์ สาธารณสุข และด้านอื่น ๆ ของประเทศอีกด้วย
“อย่างไรก็ตามผู้ใดที่สนใจ ต้องการรายละเอียดของโครงการ สามารถเข้าชมและดาวน์โหลดเอกสารต่าง ๆ รวมถึงการส่งข้อเสนอโครงการเพื่อขอทุนสนับสนุนนี้ทางเว็บไซต์
http:// www.sipa.or.th วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ โทร 0-2141-7100 โทรสาร 0-2143-0859” นายสันติ กล่าว
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป