วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต วันที่ 12 พ.ค.54

ผู้แทนจากเมืองเอียนไถ สาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนจังหวัดภูเก็ต สานสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง


เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 พ.ค.54 ที่ห้องรับรอง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ นาย ลี หมิง (Li ming) ผู้อำนวยการดูแลด้านกระทรวงการต่างประเทศ ของเมืองเอียนไถ มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะในโอกาสเดินทางมากระชับความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดภูเก็ต

นาย ลี หมิง กล่าวว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทางเมืองเอียนไถ และภูเก็ต ได้มีการสถาปนาการเป็นเมืองพี่เมืองน้อง แต่ไม่ได้มีการไปมาหาสู่เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ส่งผลให้ขาดโอกาสในการพัฒนาด้านต่างๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

ทางคณะฯ จึงได้เดินทางมาจังหวัดภูเก็ต เพื่อเชิญชวนให้ทางจังหวัดภูเก็ตเดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองเอียนไถ เนื่องจากขณะนี้ทางเมืองเอียนไถ ได้สร้างสถานที่ท่องเที่ยวนานาชาติ ประกอบกับในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เมืองเอียนไถยังได้เตรียมจัดงานนิทรรศการไวน์นานาชาติขึ้นด้วย

ขณะที่นายสมเกียรติ สังขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดยินดีที่จะเดินทางไปเยือนเมืองเอียนไถตามคำเชิญ ซึ่งทราบมาว่าในระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายนนี้ ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จะนำผู้ประกอบการจำนวน 15 ราย รวมถึงส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ไปทำโรดโชว์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง และอาจจะใช้โอกาสนี้ในการเดินทางไปเยือนเมืองเอียนไถ เนื่องจากใช้เวลาในการเดินทางจากเมืองเซี่ยงไฮ้ หรือจากเมืองปักกิ่งไปยังเมืองเอียนไถ ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง และนอกจากจะเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันแล้ว ทางภูเก็ตเองก็ต้องการไปศึกษาดูงานการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา ของเมืองเอียนไถ ซึ่งทราบมาว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี จะไปแล้วเสร็จในปี 2556

สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------
ภูเก็ตจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ของกลางโคเคน 6 กิโลกรัม มูลค่าขายส่ง 20 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 พ.ค.54 ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ว่าที่เรืออากาศโทภาสกร สุระพิพิธ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นายอนันต์ ศรีประเสริฐ นักวิชาการชำนาญการพิเศษ ด่านศุลกากรภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดเครือข่ายข้ามชาติรายสำคัญ

โดยเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.30 น.ได้จับกุมนายปีเตอร์ บัลเมอร์ (PEER BALMER) อายุ 47 ปี สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ พร้อมของกลางโคเคน มีลักษณะเป็นยางดำ จำนวน 2 แผ่น น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม กระเป๋าเดินทาง(ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด โคเคน) จำนวน 1 ใบ หนังสือเดินทางสวิสเซอร์แลนด์ หมายเลข F0705216 ชื่อนายปีเตอร์ บัลเมอร์ (PEER BALMER) อายุ 47 ปี

และต่อมาเมื่อวันที่ 10 พ.ค.เวลาประมาณ 23.00 น.จับกุมตัวนางสาวพิมพิศา หรือจ๋า เพียงโยธา อายุ 39 ปี อยู่ 55 หมู่ 4 ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว พร้อมของกลาง โคเคน เป็นผงสีขาว น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม โดยกล่าวหาว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้การจับกุมนายปีเตอร์ บัลเมอร์ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติด ทำการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศแถบโซน อเมริกาใต้ เข้ามาในราชอาณาจักร ผ่านทางท่าอากาศยานภูเก็ต จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจท่าฉัตรไชย ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต การท่าอากาศยานภูเก็ต ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต และสภ.ท่าฉัตรไชย ร่วมวางแผนทำการจับกุม จนสามารถจับกุมนายปีเตอร์ บัลเมอร์ พร้อมของกลางซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง ได้ดังกล่าว

จากการสอบถามนายปีเตอร์ บัลเมอร์ ทำให้ทราบว่านายปีเตอร์ได้อาศัยอย่ในประเทศไทยมาประมาณ 4-5 ปี โดยสามารถพูดและฟังภาษาไทยได้บ้าง ก่อนถูกจับกุม นายปีเตอร์ ได้รับการว่าจ้างให้เดินทางไปรับยาเสพติดจากประเทศในแถบอเมริกาใต้ โดยทางกลุ่มนักค้าจะเป็นผู้ออกค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จากนั้นเมื่อรับ ยาเสพติดมาแล้วก็จะเดินทางเข้าประเทศไทย ทางท่าอากาศยานภูเก็ต โดยในครั้งนี้นายปีเตอร์ ได้รับค่าจ้างประมาณ 2 แสนบาท หลังจากที่ส่งมอบกระเป๋าซึ่งซึกซ่อนยาเสพติดไว้ให้กับกล่มผู้ว่าจ้างเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่การจับกุม นางสาวพิมพิศา หรือจ๋า เพียงโยธา สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบ นางสาวพิมพิศา ซึ่งเป็นอีกบุคคลที่ทางสายลับได้แจ้งว่าเป็นผู้ที่เดินทางไปรับเอายาเสพติดมาจากต่างประเทศ นำเข้ามาในราชอาณาจักร ผ่านทางท่าอากาศยานภูเก็ต

โดยในช่วงที่นางสาวพิมพิศา ได้เดินทางมายังจุดตรวจของด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น พบยาเสพติดโคเคน 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัว

จากการสอบถาม นางสาวพิมพิศา ให้การว่า ตนได้รับข้อเสนอจากเพื่อนชาวต่างชาติ ชื่อนายไมท์ ให้เดินทางไปเที่ยวประเทศบราซิล โดยนายไมท์ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ โดยตนจะได้ค่าตอบแทน เมื่อนำยาเสพติดซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ และมีกลุ่มเครือข่ายของนายไมท์ มารับเอากระเป๋าไปเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม สำหรับของกลางที่จับกุมได้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นโคเคน จำนวน 6 กิโลกรัม มีมูลค่าขายส่งประมาณ 20 ล้านบาท

สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------
นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมประชุมการเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพของโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 เวลา 13.30 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมประชุมการเข้าสู่โครงการระบบหลักประกันสุขภาพของโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมี คณะผู้บริหารโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต คณะแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ตลอดจนทีมงานโรงพยาบาลต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้ ได้แจ้งให้ทราบถึง การเปิดโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ 2.2 มีเตียงให้บริการ 129 เตียง โดยในระยะแรกจะเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกก่อน ต่อมาประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะเปิดให้บริการผ่าตัด และตรวจรักษาโรคเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ โรคทางเดินอาหาร ฯลฯ รวมทั้งกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และแบ่งประชากรสิทธิบัตรทอง ประมาณ 10,000 คน จากเครือข่ายโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มาดูแลแบบองค์รวม ทั้งด้านรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ และฟื้นฟูสุขภาพ เสนอแนวทางการขอขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ(ใหม่) ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมทั้งแจ้งเพื่อทราบในเรื่องการส่งต่อและอัตราการชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ กรณีผู้ป่วยนอกระหว่างหน่วยบริการใหม่และนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช

เนื่องจากโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต อยู่ในพื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต และใกล้กับ ม.7 เทศบาลตำบลรัษฎา ดังนั้นการแบ่งพื้นที่และประชากร จึงควรเป็นพื้นที่รอบๆ โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต เพื่อให้บริการในลักษณะบ้านใกล้ใจ โดยเฉพาะงานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้ประชาชนในพื้นที่ ส่วนระบบการส่งต่อระหว่างหน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต มีข้อตกลงของหน่วยบริการภาครัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่โครงการประกันสุขภาพ 500 บาท ให้ประชาชนสามารถรับบริการได้ทุกหน่วยบริการในจังหวัด โดยไม่ต้องขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการที่ลงทะเบียนสิทธิไว้ โดยให้ สสจ.เป็นหน่วย clearing house ซึ่งในปี 2553 สสจ.ภูเก็ต ได้จ่ายค่าชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ให้หน่วยบริการเฉลี่ย 55.36 บาท/ครั้ง (ไม่รวมค่าตรวจพิเศษ เช่น อัลตราซาวด์, MRI, CT ค่าตรวจ Lab, เซรุ่มพิเศษสุนัขบ้า สำหรับหน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขภาครัฐในจังหวัดภูเก็ต ได้มีข้อตกลงกำหนดให้อัตราการตามจ่ายผู้ป่วยนอกต่อครั้งตามน้ำหนัก รพท. : รพช. : รพ.สต. เป็น 300 : 200 : 100 ซึ่ง รพ.สต. ที่มีแพทย์ประจำอย่างน้อย 10 ชั่วโมง/สัปดาห์ ให้มีน้ำหนัก 120 ตามวงเงินที่ สสจ.กันไว้.
ปชส.อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ต.กะรน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีถูกกำนัน พร้อมลูกน้องรีดไถ่ เรียกค่าคุ้มครอง

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 พ.ค. 54 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต กลุ่มพ่อค้า ผู้ประกอบการ ต.กะรน ประมาณ 50 คน นำโดยนาย สมชาย ปั้นดำ และนาย สุวิทย์ ละครชาตรี ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตรี อัครเดชา ผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต โดยนาย ประพันธ์ ขันธ์พระแสง ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต เป็นผู้รับเรื่อง

โดยเนื้อความในหนังสือร้องเรียน มีว่า ทางผู้ค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ ต.กะรน มีความเดือดร้อนจากกำนัน ต.กะรน นาย วินัย ชิดเชี่ยว และพวก ที่ได้ใช้อิทธิพล ส่งลูกน้องออกเก็บเงินจากพ่อค้าแผงลอย เป็นประจำทุกเดือน โดยอ้างว่านำไปเคลียร์ให้ตำรวจทุหน่วย รวมทั้งฝ่ายปกครองด้วย เพื่อที่จะขายสินค้าได้ ปราศจากการรบกวน

ส่วนวิธีเก็บเงินนั้น ได้ใช้ลูกน้องของตนเองและพ่อค้าบางคน เป็นตัวแทนออกเก็บเงิน ตั้งแต่พื้นที่ กะตะน้อยถึงพื้นที่กะรนตลอดแนวชายหาด ร้านค้าทุกร้านที่มีแรงงานต่างด้าว หรือขายของละเมิดลิขสิทธิ์ต่างต้องจ่ายให้ ร้านไหนไม่จ่าย หรือมีแนวโน้มว่าจะต่อต้านจะต้องถูกจับ โดยอาศัยตำรวจที่มีความสนิทสนมกับทางกำนัน

ลูกน้องนายวินัย ได้ออกข่มขู่ร้านค้าที่ไม่ให้ความร่วมมืออยู่เนืองๆ ล่าสุดกำนันวินัย พร้อมลูกน้อง ซึ่งสวมใส่เสื้อกรมการปกครอง ได้จับกุมร้านค้านาย สมชาย ปั้นดำ ตั้งอยู่ที่ กะตะเซ็นเตอร์ สินค้าที่จับกุมมีทั้งนาฬิกา กระเป๋า หมวก ที่มีขายอยู่ทั่วไปตลอดแนวชายหาด ทำให้มองว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้ง ใช้อิทธิพลข่มขู่ ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ

ทำให้ทางกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า มีความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่งจากพฤติกรรมของกำนันวินัย จึงได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือ เพื่อเรียกร้อง ขอความเป็นธรรมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กำนันคนนี้พ้นจากหน้าที่ไป

ขณะที่ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวกับผู้ที่มาร้องเรียนว่าจะนำปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ของกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อตั้งคณะทำงานลงพื้นที่ออกตรวจสอบ หาความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
---------------------------------
พบศพช่างศิลป์ชื่อดังของจังหวัดภูเก็ตที่นั่งตกปลาบนโขดหินและถูกคลื่นขนาดใหญ่กวาดหายลงไปในทะเลเมือคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เมื่อเวลาประมาณ 12.45 น.ของวันที่ 11 พ.ค. 54 เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ต กำลังช่วยกันหาทางที่จะนำศพนายชลัด ทองดี อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/12 ถนนตะกั่วป่า

ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ช่างศิลป์ชื่อดังของ จ.ภูเก็ต ขึ้นจากทะเลบริเวณปลายแหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากศพลอยอยู่ในทะเลและบริเวณดังกล่าวนั้นคลื่นลมแรงมากประกอบกับเป็นโขดหินทำให้ไม่สามารถที่จะนำศพขึ้นได้ และเรือก็ไม่สามารถเข้าจุดที่ศพลอยอยู่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ศพลอยออกห่างจากโขดหินและเรือเข้าถึงได้จึงสามารถนำศพขึ้นมาได้ จนในที่สุดเวลาผ่านไปจนถึง 17.00 น.ทางญาติเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยไม่สามารถนำศพนายชลัดขึ้นจากท้องทะเลได้แน่นอน จึงไปจ้างเรือสปีดโบ๊ทมาช่วยลากศพออกจากอ่าวแหลมพรหมเทพ ปรากฏว่าเรือสปีดโบ๊ตใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงสามารถลากศพนายชลัดมาขึ้นฝั่งที่บริเวณแหลมพรหมเทพมาได้ในเวลาประมาณ 18.00 น.ที่ผ่านมา

ร.ต.ท อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เปิดเผยว่า นาย ชลัด ทองดี อายุ 52 ปี ที่อยู่ 84/12 ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เสียชีวิตที่หาดยะนุ้ย ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ตประมาณ 4 วัน คือในคืนวันเสาร์ที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ไปนั่งตกปลาอยู่บนโขดหินที่หาดยะนุ้ย พร้อมเพื่อนอีก 4-5 คน แต่เพื่อนเดินลงมาก่อนปรากฎว่าขณะที่นั่งตกปลาอยู่คนเดียวนั้นได้มีคลื่นขนาดใหญ่ได้ซัดเข้ามาบริเวณโขดหินแล้วกวาดนายชลัดตกจมหายลงไปในทะเล เพื่อนๆ พยามที่จะช่วยเหลือแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ และให้เจ้าหน้าที่ได้พยายามค้นหาตลอดทั้งคืนแต่ไม่พบศพร่างนายชลัดเลย และมาพบศพในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่พยามช่วยกันนำศพขึ้นมาเพื่อให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาแต่ต้องทำงานด้วยความยากลำบากมากสุดท้ายต้องจ้างผู้ประกอบการเรือสปี๊ดโบ๊ตออกไปลากเรือเข้าหาฝั่งจึงสามารถนำศพขึ้นมาได้

นายชลัดนั้นถือเป็นช่างศิลป์ที่มีชื่อเสียงและผลงานผลล่าสุดอยู่ในทีมงานตบแต่งเวทีการแสดงแสงสีเสียงท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร และชอบการตกปลาในทะเลเป็นอย่างมาก

วิเชียร อุตส่าห์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------
ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต จัดอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวชุมชน ประเภทท่องเที่ยวเชิงนิเทศ รุ่นที่ 1 เน้นกลุ่มเยาวชน ตำบลศรีสุนทร

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการ ฝึกอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวชุมชน ประเภทการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ รุ่นที่ 1 โดยมี นายธำรง ตันติวิรัชกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร นางสาวรัชาภรณ์ พัฒนา หัวหน้าฝ่ายท่องเที่ยว สนง.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้เข้ารับการอบรม เข้าร่วม

นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้เพื่อให้เยาวชนรู้จักการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และสามารถแนะนำแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้องเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนมีความรู้สึกรักและห่วงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นอีกทั้งยังเป็นการสร้างเยาวชนเป็นกลุ่มอาสาสมัครนำเที่ยวให้กับชุมชนอีกด้วย

นายบัวยัญ กล่าวต่ออีกว่า รูปแบบในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นั้นมีทั้งการบรรยายให้ความรู้ในส่วนของภาคทฤษฎี ในการจัดการท่องเที่ยวชุมชน การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และฝึกภาคปฏิบัติตามแนวเส้นตรงทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ณ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 70 คน ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นกลุ่มเยาวชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร ในส่วนของการอบรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก องค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดภูเก็ต และสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว

ปชส. อบต. ศรีสุนทร/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------
ผอ. โครงการชลประทานภูเก็ต ลงพื้นที่ดูผลดำเนินงานโครงการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ (อันเนื่องมาจากระราชดำริ) เพื่อการประกวดโครงการชลประธานระดับภาคใต้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่บริเวณโรงเรียนบ้านป่าครองชีพ นายสมบัติ พวงสมบัติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดภูเก็ต และคณะ พร้อมด้วย นายโสพล รายาสกุล สมาชิก อบต. เทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และคณะ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ดูผลดำเนินงาน โครงการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ (อันเนื่องมาจากระราชดำริ) เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกวดโครงการชลประธานระดับภาคใต้ ต่อไป

นายสมบัติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายโสพล รายาสกุล สมาชิก อบต. เทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และคณะ ได้มีหนังสือขอพระราชทานโครงการขุดลอกแหล่งน้ำ พร้อมปรับปรุงระบบส่งน้ำ และก่อสร้างถังเก็บน้ำ บริเวณฝายคลองพระแทว เพื่อช่วยเหลือราษฎร หมู่ที่ 9 บ้านป่าครองชีพ ตำบล

เทพกระษัตรี ซึ่งประสบความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค รวมถึงทำการเกษตรในฤดูแล้ง และขอทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่อมาสำนักราชเลขาธิการพระบรมราชวัง ได้มีหนังสือแจ้งว่า ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับโครงการ ปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ทั้งนี้โครงการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ (อันเนื่องมาจากระราชดำริ) จัดขึ้นเพื่อจัดหาน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ให้แก่ราษฎร หมู่ที่ 9 บ้านป่าครองชีพ ตำบลเทพกระษัตรี จำนวน 170 ครัวเรือน และโรงเรียนป่าครองชีพจำนวน 115 คน

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการเชิญคณะกรรมการระดับจังหวัด มาดูผลดำเนินงานโครงการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมติที่ประชุมจังหวัดได้แต่งตั้งไว้ เรื่องการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ส่งเข้าประกวดในระดับภาคใต้ 14 จังหวัด โดยขณะนี้ได้เชิญคณะกรรมการมาตรวจดูสภาพและสถานที่จะไปนำเสนอคณะกรรมการระดับภาคอีกครั้งหนึ่งว่า จะเลือกโครงการชลประทานในเขตจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ และได้มาพบกับหัวหน้ากลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อแนะนำแนวทางโครงการดังกล่าว ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการเป็นผล เกษตรกรได้รับผลจากการดำเนินการ อย่างไร และส่งผลสำเร็จขนาดไหน หลังจากนี้จะมีคณะกรรมการระดับภาคเข้ามาพิจารณาคัดเลือกอีกครั้ง ในช่วงประมาณปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน

ด้านนายโสพล กล่าว การที่มีโครงการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ (อันเนื่องมาจากระราชดำริ) เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน อาทิการเกษตร มีการปลูกมะละกอ และพันธุ์กล้ายาง เป็นต้น ซึ่งทำให้มีผลผลิตออกมาเต็มที่ การเกษตรมีเพิ่มเติม ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงมีการ ทัศนศึกษาอีกด้วย ขณะเดียวกันประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ประชาชน ได้รับสะดวก สบายยิ่งขึ้น และลดต้นทุนในการจ่ายค่าน้ำ ทั้งได้มีได้ใช้สำหรับการอุปโภค บริโภค อย่างเพียงพอ ทั่วถึงตลอดทั้งปี

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------
ตร.ภูเก็ต ร่วม กก.ตร.ภูเก็ต จัดศึกวันโล่เงินรวมน้ำใจสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม หารายได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

ตำรวจภูเก็ตร่วม กก.ตร.ภูเก็ตจัดศึกวันโล่เงินรวมน้ำใจสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม หารายได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี และ จ.กระบี่ พร้อมจัดคู่มวยเกียรติยศ ระหว่างนักชกขวัญใจคนไทยเขาทราย กาแล๊คซี่ และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โดยมี

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นกรรมการห้ามบนเวที

พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ว่า ในช่วงที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ นอกจากบ้านเรือนของประชาชนจะได้รับความเสียหายแล้วในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งจากการประเมินความเสียหายพบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นประมาณ 39 ล้านบาท

ฉะนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนทางสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจึงได้ร่วมกับ กก.ตร. (คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ) จัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ส่งไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยจัดชกมวยการกุศล “ศึกวันโล่เงิน รวมน้ำใจสู่ภัยน้ำท่วม” ขึ้นในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ที่สนามมวยชั่วคราวโรงยิมสนามกีฬาสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 19.00น.เป็นต้นไป โดยเปิดให้ชมฟรี บริจาคได้ตามศรัทธา

สำหรับการแข่งขันชกมวยในครั้งนี้มีคู่มวยขึ้นชกจำนวนมาก โดยคู่เอกเป็นการพบกันของ รุ่งศิริ ว.สุนทรนันท์ และเพชรทักษิณ ส.สมหมาย ส่วนคู่รองเป็นการพบกันระหว่างเพชรใหม่ ส.กิ่งรัตน์ และศิษย์รัก อบต.ไพโรจน์ นอกจากนั้น ยังมีคู่มวยเกียรติยศ ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างเขาทราย กาแล๊คซี่ และ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ โดยคู่นี้จะมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นกรรมการห้ามบนเวที

สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
รพ.วชิระภูเก็ต ประชุมวิชาการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมมะฮอกกานี อาคารเวชศาสตร์ใต้น้ำโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นประธานการประชุมวิชาการ เรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยมี นายแพทย์เมธี ลีลาพฤทธิ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพงานอายุรกรรม โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และสมาคมพยาบาลภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต บุคลากรทีมสุขภาพจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ตลอดจนโรงพยาบาลอื่น ๆ ในจังหวัดภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายแพทย์เมธี กล่าวว่า ในการประชุมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 180 คน ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพงานอายุรกรรม โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และสมาคมพยาบาลภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ได้จัดประชุมวิชาการงานดังกล่าวขึ้นเพื่อ เพิ่มพูนความรู้ ทักษะที่ทันสมัย และติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ แก่บุคลากรทางการพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป