อำเภอเมืองภูเก็ตสนธิกำลังตำรวจป่าไม้จับกุมการตัดไม้เทือกเขานางพันธุรัตน์ยึดของกลางจำนวนมาก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ค. 54 นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายทวี อยู่สุข เจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ที่ ภก.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ตำรวจและป่าไม้จับกุมการตัดไม้บริเวณเทือกเขานางพันธุรัตน์ ต. รัษฎา อ. เมือง จ. ภูเก็ต
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องทางอำเภอได้รับการร้องเรียนว่ามีการตัดไม้บริเวณดังกล่าวจำนวนหลายไร่ ซึ่งทางอำเภอจึงได้สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ ปรากฏว่าพบมีการตัดไม้ขนาดใหญ่จำนวน 9 ต้น ส่วนใหญ่เป็นไม้ตะเคียน ไม้ตีนเป็ด ไม้หนุนปาน ไม้จิกเขา ซึ่งมีอายุ 50-60 ปี มูลค่าจำนวนหลายแสนบาท แต่อย่างไรก็ตามขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาได้หลบหนีไปก่อนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดไม้ไว้ตรวจสอบต่อไป
ทั้งนี้ปัจจุบันเทือกเขานางพันธุรัตน์ ได้มีกลุ่มทุนและชาวบ้านแผ้วถางไม้จำนวนหลายจุด ส่วนใหญ่จะนำพื้นที่ไปปลูกยางพารา
โสภณ เคี่ยมการ/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
------------------------------------
สำนักงาน กทช. จัด สัมมนาเพื่อรับความคิดเห็น “อนาคตของวิทยุกระจายเสียงเชิงประเด็นในประเทศไทย”
วันที่ 10 พฤษภาคม 54 ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน รศ.ดร. พนา ทองมีอาคม กทช. ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ( สำนักงาน กทช. )ได้จัดการสัมมนาเพื่อรับความคิดเห็น เรื่อง “อนาคตของวิทยุกระจายเสียงเชิงประเด็นในประเทศไทย” เนื่องจากการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ประกอบกับ พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ทำให้มีการประกอบกิจการกระจายเสียง โดยใช้คลื่นความถี่อีกประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ “กิจการกระจายเสียงเชิงประเด็น” คือการประกอบกิจการ บริการสาธารณประเภทที่หนึ่ง ซึ่งหมายถึง กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ การส่งเสริมความรู้ การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมทางเกษตร รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ อื่น ๆ สุขภาพ อนามัย กีฬา หรือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ เป็นการรับความคิดเห็น เพื่อประมวลข้อมูลทั้งเชิงวิชาการ และข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยเสนอ กสทช. เกี่ยวกับการออกใบอนุญาต และการกำกับดูแลการประกอบกิจการ กระจายเสียงเชิงประเด็น ซึ่งเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ทั้งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายทำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ขณะที่มี กสทช. ตาม พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นที่ความถี่ ฯ พ.ศ. 2553 ก็จะสามารถนำไป ปรับได้โดยเร็ว ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ได้มีการจัดสัมมนาแล้ว 3 จังหวัด จาก 4 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพ ฯ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดสุดท้าย ที่มีการจัดสัมมนาดังกล่าว ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 200 คน
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------
ภูเก็ต หารือ สถานประกอบการตาม พรบ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 เพื่อสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างหน่วยงานราชการกับสถานประกอบการ รวมถึงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ต
เมอร์ลิน นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการประชุมสถานประกอบการตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ประจำปีงบประมาณ 2554 โดยมี นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต วิทยากร พนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายประยูร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมสถานประกอบการ ประกอบด้วย
ร้านวีดิทัศน์ คือ ร้านเกมจำนวน 200 คน ร้านคาราโอเกะ จำนวน 100 คน และร้านให้เช่าแลกเปลี่ยน จำหน่ายภาพยนตร์ และวีดีทัศน์ จำนวน 100 คน เพื่อรับทราบแนวปฏิบัติตาม พรบ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 และกฎกระทรวงด้วยการขอและการออกใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2552 และกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและการประกอบการกิจการร้าน
วีดีทัศน์ พ.ศ. 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างหน่วยงานราชการกับสถานประกอบการ รวมถึงให้สถานประกอบการได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
“สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรที่มีประสบการณ์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากสำนักงานพิจารณาภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ การส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้จะมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติตาม พรบ.ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 และกฎกระทรวงที่ปฏิบัติใช้ ทั้งสมารถนำไปเผยแพร่ ขยายผลสู่เยาวชนและประชาชนได้อย่างกว้างขวางและถูกต้อง อันนำไปสู่การสร้างสรรค์ สร้างสังคมที่ดีในอนาคตต่อไป” นายประยูร กล่าว
ด้าน นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตพิจารณาและเห็นว่าจำเป็นต้องมีการประชุมสถานประกอบการตาม พรบ. ภาพยนตร์ละวีดิทัศน์ เพื่อให้ความรู้แก่สถานประกอบการ และเปิดโอกาสให้สถานประกอบการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องนอกจากนี้จะได้มีเพื่อนซึ่งประกอบอาชีพในวงการเดียวกันเพิ่มขึ้นด้วย
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ทาน
--------------------------------
ชมรมทูบีนัมเบอร์วันจังหวัดภูเก็ตเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินการนำเสนอผลงานของชมรมฯ
เมื่อเวลา 09.00 น วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายสม เกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนทีมงาน TO BE NUMBER ONE จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6/2554 โดยมี นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ศักดิ์ แท่นชัยสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้เป็นการแจ้งกำหนดการประกวดจังหวัด / ชมรมTO BE NUMBER ONE จังหวัดภูเก็ตระดับประเทศ รอบพื้นที่ประจำปี 2554 ซึ่งจะมีคณะกรรมการเดินทางมาประเมิน ในวันที่ 13 พฤษภาคม2554 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ นอกจากนี้ยังมีการแจ้งกำหนดการประกวด ในระดับประเทศ ประจำปี 2554 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ที่เมืองทองธานี กรุงเทพ ฯ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีทีมที่เข้ารับการประเมิน และประกวดจำนวน 4 ทีม ได้แก่ ชมรม TO BE NUMBER ONE บ้านลิพอนเขาล้าน , ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน สถานประกอบการโดยภูเก็ตแฟนตาซีและทูบีนัมเบอร์วันจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต
ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการนำเสนอผลงานในการตรวจประเมินรอบพื้นที่ในการประกวดระดับประเทศในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทุกชมรมได้เตรียมความพร้อมและการแสดง ตลอดจนการนำเสนอผลงานเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินพิจารณาต่อไป
ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ข่าว สิรินทร สินอนันต์ ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
-------------------------------
โครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพหลักสูตร พนักงานประกอบอาหารไทย
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 เวลา 13.30 น. นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแก่ผู้ประกอบอาชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลักสูตรพนักงานประกอบอาหารไทย ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดภูเก็ต
นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแก่ผู้ประกอบอาชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลักสูตรพนักงานประกอบอาหารไทย มีผู้เดือดร้อนด้านอาชีพเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นผู้เดือดร้อนในการประกอบอาชีพจากตำบลศรีสุนทรและตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นการฝึกอบรมแบบให้เปล่าและจ่ายเบี้ยเลี้ยงเป็นการตอบแทนให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว วันละ 120 บาท
นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยเพิ่มเติมว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแก่ผู้ประกอบอาชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ซึ่งในปีงบประมาณ 2554 กระทรวงแรงงานได้จัดสรรงบประมาณให้จังหวัดภูเก็ต จำนวนเป็นเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการระดับจังหวัดได้อนุมัติให้หน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการแล้ว รวมทั้งสิ้น 7 โครงการ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเกือบเสร็จสิ้นแล้ว
ปชส.แรงงานจังหวัดภูเก็ต/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
พัฒนาสังคมฯ จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เพื่อให้ประชาชน ได้รูจักป้องกัน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมคาทีน่า นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 โดยมีนายกิตติ อินทรกุล รักษาการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง และเป็นที่สนใจของสังคมทั้งในระดับพื้นที่ระดับชาติ และระดับสากล ที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ และร่วมกันแก้ไขให้ลุล่วงให้ได้ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญในการดำเนินการพิทักษ์คุ้มครองป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคม ซึ่งมีความซับซ้อนมากในปัจจุบันให้บรรเทาเบาบาง และขอขอบคุณสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต เป็นอย่างยิ่งที่ได้หยิบยก และตระหนักถึงความสำคัญกับปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะหญิงและเด็ก ให้พ้นจากสภาพที่ถูกกดขี่ ถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การบังคับค้าประเวณี การบังคับใช้แรงงาน ซึ่งในปัจจุบันนั้นกระบวนการค้ามนุษย์มีความสลับซับซ้อนยากที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะทำโดยลำพังได้ จึงจำเป็นจะต้องทำงานในลักษณะประสานการทำงานเชิงเครือข่ายมากยิ่งขึ้น
นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต ในฐานะเป็นเลขานุการคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ได้ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เป็นไปด้วยความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการอย่างจริงจังทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน โดยใช้กลไกเครือข่ายทางสังคม คือศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนระดับตำบลเป็นตัวขับเคลื่อน จึงจำเป็นต้องเพิ่มพูนความรู้ในการป้องกันแก้ไขในระดับชุมชน
นายกิตติ กล่าวว่าพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2551 มีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดตลอดมา ซึ่งในการปฏิบัติการดังกล่าว กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงมนุษย์ของจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต โดยเผยแพร่สาระสำคัญเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 สร้างความร่วมมือให้เครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ได้รับรู้และร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาการล่อลวง และการค้ามนุษย์ตลอดมา
อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ทาน
--------------------------------
เครือข่ายผู้นำด้านประชาธิปไตย จังหวัดภูเก็ต จัดโครงการรณรงค์ รักโลก รักสิ่งแวดล้อม รักประชาธิปไตย เพื่อให้ความรู้ ตลอดจนการมีส่วนร่วมด้านประชาธิปไตย ด้านรองผู้ว่า ฯ ย้ำช่วงเลือกตั้งใกล้จะถึงนี้ ขอให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส
เมื่อเวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานโครงการรณรงค์ “รักโลก รักสิ่งแวดล้อม รักประชาธิปไตย ” โดยมี นายสุรพงษ์ ปัญญาไวย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู นางศิริพร อารีรอบ ประธานเครือข่ายผู้นำด้านประชาธิปไตย จังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการอำเภอถลาง อาจารย์พรพิมล เตียมวัง คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกว่า 150 คน
นางศิริพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรผ่านกรมพัฒนาสังคมจังหวัด ฯ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายผู้นำด้านประชาธิปไตย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชน ตลอดจนพัฒนาเพิ่มพูน ศักยภาพและทักษะบทบาทผู้นำ ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงพัฒนาเครือข่ายให้มีความเข้มแข็ง มากยิ่งขึ้น จึงได้จัดให้มีการเลือกคณะกรรมการเครือข่าย ฯ ของจังหวัดต่าง ๆ ขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้ดำเนินการภารกิจข้างต้นให้บรรลุ ตามวัตถุประสงค์
ด้วยปัจจุบันสภาพแวดล้อมถูกเปลี่ยนด้วยภัยธรรมชาติเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ แผ่นดินไหว ซึ่งเกิดใกล้จังหวัดภูเก็ตเข้ามาทุกที ทางเครือข่าย ฯ จึงได้ร่วมกันคิดทำกิจกรรม “รักโลก รักสิ่งแวดล้อม รักประชาธิปไตย ” ขึ้น เพื่อให้ความรู้และจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม สิทธิ หน้าที่ ตลอดจนการมีส่วนร่วมด้านประชาธิปไตยในภาคประชาชน โดยกิจกรรมจัดขึ้นทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต
“คณะกรรมการเครือข่าย ฯ จังหวัดภูเก็ต แม้จะเริ่มดำเนินงานเวลาเพียงไม่นานแต่ก็สามารถสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงขึ้นได้ จนปัจจุบันมีสมาชิกทั้งอำเภอเมือง ถลาง กะทู้ เกือบ 200 ราย ซึ่งโอกาสต่อไปจัดโครงการรณรงค์ “รักโลก รักสิ่งแวดล้อม รักประชาธิปไตย ” ขึ้นที่อำเภอกะทู้ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2554 ที่หาดกมลา มีเป้าหมายประชาชนในพื้นที่ 100 ราย ส่วนอำเภอเมือง จัดขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 ที่หาดราไวย์ เป้าหมายประชาชนในพื้นที่ 150 คน” นางศิริพร กล่าว
ด้านนายสมเกียรติ กล่าวถึง การเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงในครั้งนี้ว่า ช่วงนี้ใกล้ช่วงเลือกตั้งจะมีผู้สมัครไปหาเสียงตามหมู่บ้านต่าง ๆ จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญอยากเห็นพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตทุกท่านไม่ตัดสินใจโดยการถูกครอบงำใด ๆ หรือตัดสินใจเพราะเขาเอาเงินมาให้ ให้พี่น้องตัดสินใจอย่างมีเหตุผลเลือกคนดีเข้าไปเป็นตัวแทนของเราในการบริหารประเทศ เพราะบางท่านเข้าไปแล้วอาจจะได้ไปเป็นรัฐมนตรี หรือบางท่านอาจจะมีตำแหน่งทางการเมืองอื่นที่สำคัญ ถ้าเราไม่เลือกคนดีเข้าไปบริหารประเทศประเทศของเราก็จะเกิดความเสียหาย ถ้าเราเลือกคนดีเข้าไปบริหารประเทศ ประเทศของเราก็จะเจริญงอกงาม จึงย้ำว่าในการเลือกตั้งใกล้จะถึงนี้ ขอให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส
สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ทาน
---------------------------------------------
จังหวัดภูเก็ตจัดงานมหกรรมสินค้า OTOP ครั้งที่ 6 จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จังหวัดภูเก็ตและจากจากทั่วประเทศ กว่า 200 บูท ตั้งเป้ายอดจำหน่ายสินค้า OTOP ปี 54 จำนวน 900 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 พ.ค.54 ที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต(หลังใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสินค้า OTOP ภูเก็ต ครั้งที่ 6 ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่าย OTOP จังหวัด กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้นในระหว่างวันที่ 13-22 พฤษภาคม 2554 ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายสมศักดิ์ สงนุ้ย พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต และนายรุ่งโรจน์ ศงสนันทน์ สหกรณ์จังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลง และมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเครือข่าย OTOP จังหวัดภูเก็ต เครือข่ายสินค้าสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชนร่วมรับฟังการแถลงข่าวครั้งนี้
นายตรี กล่าวว่า ในการนี้ จังหวัดภูเก็ตได้สนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีกลยุทธ์ คือการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ขยายโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนแก่ประชาชน โดยในปี 2553 ยอดจำหน่ายสินค้า OTOP เป็นเงิน 705,709,811 บาท
สำหรับปี 2554 จังหวัดภูเก็ตได้สนับสนุนงบประมาณ เป็นเงิน 2,176,400 บาท เพื่อจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ต่างจังหวัดจำนวน 2 ครั้ง และจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ในจังหวัดภูเก็ต 1 ครั้ง ซึ่งปี 2554 ได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายสินค้า OTOP เป็นเงิน 900 ล้านบาท และปัจจุบันมียอดจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 ถึงเดือนเมษายน 2554 เป็นเงิน 539 ล้านบาท
“ขอเรียนว่าทางจังหวัดยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ต่อไป ทั้งด้านงบประมาณ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้านการเพิ่มช่องทางการตลาด และด้านการบริหารจัดการ” นายตรี กล่าว
ขณะที่นายสมศักดิ์ สงนุ้ย พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมสินค้า OTOP ภูเก็ต ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตสินค้า OTOP เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และการบริหารจัดการสินค้า OTOP ตลอดจนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น
ด้านนายรุ่งโรจน์ ศงสนันทน์ สหกรณ์จังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการร่วมบูรณาการ การจัดงานฯ ดังกล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดภูเก็ตได้ร่วมบูรณาการ การจัดงานฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สินค้าสหกรณ์-กลุ่มเกษตรกรให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกเครือข่ายสหกรณ์ ซึ่งมีสมาชิกเครือข่ายสหกรณ์ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานฯ ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม จากจังหวัดพะเยา ราชบุรี และสงขลา ประเภทอาหารแปรรูป จากจังหวัดลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช ประเภท หัตถกรรม จากจังหวัดลำปาง มุกดาหาร นครราชสีมา และพังงา ประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูป จากจังหวัดอุตรดิตถ์ และเพชรบุรี ประเภทผลิตภัณฑ์สมุนไพร จากจังหวัดลพบุรี สงขลา และสุราษฎร์ธานี
ส่วนไฮไลท์ของงานได้จัดรายการนาทีทองสินค้าถูกใจประชาชนสุดๆ ทุกวัน ได้แก่ไข่ไก่สดจากฟาร์มมาตรฐาน ราคาฟองละ 1.50 บาท ข้าวสารหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องให้และข้าวหอมมะลิชั้นเลิศ ราคาถุงละ 180 บาท โดยใช้สโลแกนในการจัดงานครั้งนี้ ว่า “ไข่ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ใบละหกสลึง”
สำหรับกิจกรรมที่จัดภายในงานฯ นางนภารัสมิ์ ละอองเพชร ประธานคณะกรรมการเครือข่าย OTOP จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานฯ ครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการเครือข่าย OTOP จังหวัดภูเก็ต ได้เข้ามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนเตรียมการและการดำเนินการทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำทำให้เครือข่าย OTOP มีความเข้มแข็งต่อไป
โดยกิจกรรมภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จังหวัดภูเก็ต และจากทั่วประเทศ กว่า 200 บูท กิจกรรม OTOP ลุ้นโชค กิจกรรมนาทีทอง กิจกรรม 10 วัน 10 อาชีพ การแสดงบนเวที แฟชั่นโชว์เสื้อผ้า อาภรณ์ นครภูเก็ต และกิจกรรมการประกวด Miss Lady boys Got Talent
สารภี ศรีธรรมรัตน์ สนับสนุนข่าว
----------------------------------------------------------
บรรยากาศกู้เงินซื้อบ้านหลังแรกวันที่ 2 ธนาคาร ธอส. ภูเก็ต ยังคึกคัก มีผู้มาใช้บริการกว่า 100 ราย
นางฐานิฏฐา สังข์ถาวร ผู้จัดการสาขา ธนาคารอาคารสงเคราะห์สาขาภูเก็ต กล่าวว่า วันที่ 2 ของการให้บริการกู้เงินดอกเบี้ย 0% ของธนาคารวันที่ 10 พ.ค. 54 ยังคึกคัก ลูกค้ายังทยอยมายื่นเอกสารตั้งแต่เช้ากว่า 100 ราย โดยแต่ละราย เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตรวจเอกสารประมาณ 5 นาที และรอตรวจสอบรายละเอียดอีก 3 อาทิตย์ รู้ผลว่าจะผ่านอนุมัติหรือไม่
สำหรับบ้านหลังแรกที่ลูกค้ามากู้ส่วนใหญ่ อยู่ที่ราคา 1-2.5 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยอดเงินรวมของภูเก็ตอยู่ที่ 235 ล้านบาท โดยจังหวัดภูเก็ตมียอดผู้มาใช้บริการติดอันดับที่ 1 ของฝั่งอันดามันและเป็นอันดับที่ 2 ของภาคใต้ รองลงมาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ต้องการมาใช้บริการขอให้เตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อความสะดวกรวดเร็ว โดยธนาคารยังคงเปิดให้บริการจนกว่าหมดยอดเงินตามที่ส่วนกลางกำหนดมา
....โสภณ เคี่ยมการ/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป