วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต วันที่ 28 เม.ย.54

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตแถลงจับผู้ต้องหาค้ายาบ้า 2,000 เม็ด ซุกซ่อนในกล่องนม ผู้ต้องหาให้การยอมรับได้ค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท นำส่งยาบ้าจากสุราษฎร์ฯ จำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.ภูเก็ต


เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 เมษายน 2554 ที่บริเวณตัวอาคารชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าวการจับกุมนาย เทียนชัย เชี่ยวชาญ อายุ 27 ปี ที่อยู่ 85/1 หมู่ 5 ต.บางชนะ อ.เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด มีนาย ไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต พลตำรวจตรี พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.ต. ธีระศักดิ์ ศรีราชยา ผบ.ร้อย(สบ.2)ร้อย ตชด.425 อ.ตะกั่วป่า นาย วิโรจน์ สุวรรณวงศ์ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าชุดเฉพาะกิจผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าพนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด นาย วิสุทธิ์ โรมินทร์ รองหัวหน้าชุดเฉพาะกิจผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และสมาชิก บก.อส.จ.ภก.ร่วมแถลง

ทั้งนี้การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายเทียนชัย ซึ่งมีพฤติกรรมในการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จะนำยาบ้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 27 เมษายน โดยนายเทียนชัย จะนั่งรถตู้โดยสารจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาลงที่บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เวลาประมาณ 12.00 น. หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว พบนายเทียนชัย กำลังลงจากรถตู้ ด้วยท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นตัวนายเทียนชัย

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 10 ถุง บรรจุถุงละ 200 เม็ด รวมทั้งสิ้นจำนวน 2,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกล่องนมไวตามิ้ลค์ ที่นาย เทียนชัย ถือมา สอบถามถึงยาบ้าดังกล่าว นาย เทียนชัย ยอมรับว่า ยาบ้าเป็นของตนเองจริง และจะนำยาบ้าดังกล่าวไปส่งให้กับนายเอียน (ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง) อยู่ที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน และนายเทียนชัยยังให้การยอมรับอีกว่าได้รับค่าจ้างจากการส่งยาครั้งนี้ จำนวน 5,000 บาท และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 ตนเองยังได้นำยาบ้าอีกจำนวนหนึ่งมาส่งมอบให้กับนายไกด์ (ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง)

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้นาย เทียนชัย เชี่ยวชาญ ทราบ ว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนนายไกด์ และนายเอียน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
------------------------------------------------
อบต.ศรีสุนทร จัดค่ายภาษาอักฤษสำหรับเยาวชน เสริมสร้างให้เยาวชนได้มีความรู้ความสามรถในการใช้ภาษาอังกฤษ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เม.ย. 54  ที่ โรงแรมแอตพันตา อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายธำรง ตันติวิรัชกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร เป็นประธานเปิด ค่ายภาษาอังกฤษสำหรับเยาวชน(English Camp for Kid 2011) โดยมีนางสาวบุษรา จินตนะ ผู้บริหารโรงเรียนศิริปัญญา วิทยากรจากโรงเรียนศิริปัญญา เจ้าหน้าที่ และเด็กนักเรียนในโครงการเข้าร่วมในพิธีเปิดในครั้งนี้

นายธำรง ตันติวิรัชกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร กล่าวว่า การจัดการค่ายอบรมในครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านภาษาอังกฤษให้กับผู้ที่ได้รับการอบรม ให้มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสารอย่างง่าย ๆ และพัฒนาทักษะในการฟัง พูด อ่านและเขียนภาษาอังกฤษที่จะใช้ในชีวิตประจำวันของผู้เข้ารับการอบรมได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะภาษอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรงและส่งเสริมให้เด็กมีความรักความสามัคคีในหมู่คณะ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการอบรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 -6 และมัธยมศึกษาตอนต้น มีผู้ร่วมร่วมอบรมทั้งสิ้น 51 คน โดยมีระยะเวลาในการอบรม จำนวน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-29 เมษายน 2554 วิทยาการในการอบรมในครั้งนี้จากโรงเรียนศิริปัญญา (Earth Language Trianning Center) และเจ้าหน้าที่ส่วนการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม เป็นผู้ดูแลนักเรียนตลอดการอบรมในครั้งนี้
-----------------------------------------------------
ภูเก็ตสร้างพระหลวงพ่อแช่มจากพลอยรัสเซีย 12,000 ชุด หารายได้สมทบทุนกีฬาเยาวชนแห่งชาติปี 55

จังหวัดภูเก็ตเปิดจองพระหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ทำจากพลอยรัฐเสีย เป็นพลอย 7 สีตามวัน จำนวน 12,000 ชุด จำหน่ายในราคาชุดละ 3,500 บาท เพื่อนำรายได้สมทบทุน การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ภูเก็ตเกมส์” ครั้งที่ 28 ปี 2555 ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ที่วัดฉลอง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 ที่ห้องประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวในการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือน เมษายน 2554 เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ภูเก็ตเกมส์” ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 18-28 มีนาคม 2555 ว่า ตอนนี้เดินหน้าไปมากพอสมควร ได้มีการกำหนดประเภทกีฬาไว้แล้ว แต่อาจจะมีการเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย แต่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่คือในส่วนของงบประมาณ ซึ่งงบที่จะใช้ในการดำเนินการ จากสถิติการจัดงานของแต่ละจังหวัดที่ได้จัดงานดังกล่าวมาแล้ว ใช้งบในการดำเนินการประมาณ 120-130 ล้านบาท ของภูเก็ตขณะนี้ได้รับงบในส่วนของการปรับปรุงซ่อมแซมสนามต่างๆ ที่จะใช้ในการแข่งขัน ประมาณ 40-50 ล้านบาท ส่วนงบการเดินทาง สถานที่พักเพื่อรองรับนักกีฬาที่จะเดินทางมาทำการแข่งขัน ซึ่งมีประมาณ 16,000 คนนั้น ทาง การท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)ไม่ได้ตั้งงบในส่วนนี้ไว้ จึงจำเป็นต้องหาเงินจากส่วนอื่นมาเพื่อเป็นกองทุนสนับสนุน

นายตรี กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ตนได้ไปพบเจ้าอาวาสวัดฉลอง เพื่อหารือในการจัดสร้างพระหลวงพ่อแช่มรุ่น 104 ปี นำรายได้มาใช้ในกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยจะจัดสร้างเป็นเหรียญพระหลวงพ่อแช่ม ซึ่งทำจากพลอยรัสเซีย เป็นพลอย 7 สี 7 องค์ตามวัน จำนวน 12,000 ชุด ชุดละ 3,500 บาท ซึ่งถ้าจำหน่ายได้หมดจะมีเงินเป็นกองทุนสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ภูเก็ตเกมส์” ครั้งที่ 28 ทั้งสิ้น 30 ล้านบาท

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองได้ที่วัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เท่านั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
--------------------------------------------------
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งทุกหน่วยเกี่ยวข้อง เข้มเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ต่อเนื่องตลอดทั้งปี/พร้อมเผยความคืบหน้าการลงทุนรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2554 ที่ห้องประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม กรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือน เมษายน 2554 มีนาย นิวิทย์ อรุณรัตน์ นาย วีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมต่างๆ ที่สำคัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ฝากหัวหน้าส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยกันดูแล ปัญหายาเสพติด ซึ่งจากการติดตามหาข่าวพบว่ามีการจับกุมเป็นจำนวนมากในที่ผ่านมา แต่ปัญหาการแพร่ระบาดทั้งในส่วนของผู้ค้า ผู้เสพยังคงทวีความรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ จ.ภูเก็ตเท่านั้น และขณะนี้ทางจังหวัดเองก็พยายามแจ้งประสานไปยัง ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัด (ศตส.จ.)ทุกแห่ง ในการขอรายชื่อผู้ค้า ผู้เสพ เพื่อเร่งรัดดำเนินการปฏิบัติ จึงขอฝากหน่วยงานรับผิดชอบปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานถึงความคืบหน้าการสนใจเข้ามาลงทุนรถไฟฟ้ารางเบา จ.ภูเก็ต ของกลุ่มทุนจากประเทศต่างๆ ว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้รับการประสานจากบริษัททุนจากประเทศเกาหลี ว่าเขาสนใจมาทำรถไฟฟ้ารางเบาที่ภูเก็ต และตอนนี้ได้โอนเงินมาที่ จ.ภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามในส่วนของรถไฟฟ้ารางเบานั้น ที่ได้รับแจ้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ในพื้นที่ และทั้งจากรัฐบาล ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 2-3 ประเทศ ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนตรงส่วนนี้ ส่วนจะเอาประเทศใดนั้น ทางจังหวัดจะปรึกษาส่วนราชการรับผิดชอบช่วยกันดำเนินการ เพื่อให้เรื่องของรถไฟฟ้ารางเบาที่จะเกิดในภูเก็ตมีแนวทางที่ชัดเจนต่อไป
---------------------------------------------------
เทศบาลนครภูเก็ตจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้บริเวณ เลในเมือง ตามโครงการ ท้องถิ่นไทย รวมใจภักดิ์ รักษ์พื้นที่สีเขียว ถวายเป็นราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ ( 28 เม.ย.54) ที่บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน ( เลในเมือง ) นายถาวร
จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ท้องถิ่นไทย รวมใจภักดิ์ รักษ์พื้นที่สีเขียว” กิจกรรมปลูกต้นไม้ เพื่อร่วมกันถวายเป็นราชสักการะในวโรกาสมหามงคล เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเฉลิมพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 โดยมรสมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าส่วน พนักงานเทศบาลและประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรม

นายถาวร กล่าวว่า ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าได้จัดทำโครงการ “ท้องถิ่นไทย รวมใจภักดิ์ รักษ์พื้นที่สีเขียว” เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนสร้างเมืองน่าอยู่ สวยงาม (Beautified City) โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 พฤศจิกายน 2554 รวมทั้งในปี 2554 เป็นปีมหามงคล และร่วมถวายเป็นราชสักการะในวโรกาสมหามงคล เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเฉลิมพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา โดยดำเนินการก่อสร้าง ขยายพื้นที่หรือปรับปรุงสวนสาธารณะ รวมทั้งจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้โดยพร้อมเพรียงกัน ดังนั้นเทศบาลนครภูเก็ต จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ประกอบด้วย ต้นสนทะเลและต้นจิกทะเลขึ้น ในบริเวณเลในเมือง สวนสาธารณะสะพานหิน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันราชาภิเษกสมรส และยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เขตเทศบาลนครภูเก็ตเป็นเมืองน่าอยู่ สวยงาม (Beautified City) และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน โดยเพิ่มพื้นทีสีเขียวในเขตชุมชนเมือง เป็นวิธีการปรับปรุงสมดุลของสภาพแวดล้อมในเขตเมือง เนื่องจากพื้นที่สีเขียวให้ความร่มรื่นแก่เมือง เพิ่มคุณค่าทางด้านสุนทรียภาพพื้นที่สีเขียว ช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้แก่เมือง ต้นไม้สามารถเป็นฉากกำบังภาพอันไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการปรับปรุงระบบนิเวศ ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นพื้นที่นันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกายของพี่น้องประชาชน
-------------------------------------------
จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดการประกวด มิสยูโร 2011 เฟ้นหาสาวลูกครึ่งไทย ขึ้นเวทีประชันความงามความสามารถในเวทีโลก.

วันที่ 28 เม.ย. 54 นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับนาย กฤชภณัฎฐ์ ภัทร์วราสิทธิ์ ผู้จัดการจากบริษัท เอ็นดี โปรดักชั่น ถึงรายละเอียดการเตรียมจัดประกวด มิสยูโร 2011 ขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก ว่า กิจกรรมดังกล่าวเตรียมจัดขึ้นประมาณกลางเดือนตุลาคมปีนี้ โดยคาดว่าจะใช้สถานที่เก็บตัวและทำกิจกรรมหลายแห่ง อาทิ ภูเก็ตแฟนตาเซีย ภูเก็ตลากูน่า ฮิลตันภูเก็ตอเคเดีย รีสอร์ทแอนด์สปา

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นให้คึกคัก ทั้งนี้จากการหารือร่วมกันระหว่างจังหวัดและบริษัท เอ็นดี โปรดักส์ชั่น เห็นว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองที่ศักยภาพและความเหมาะสมในการจัดการประกวดมากที่สุด เนื่องจากเป็นเมืองนานาชาติที่มีมีความพร้อมทั้งเรื่องที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก ธรรมชาติ และความหลากหลายด้านเชื้อชาติ ส่วนเรื่องงบประมาณที่คาดว่าจะต้องใช้กว่า 10 ล้านบาททางจังหวัดจะเตรียมหารือกับทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ มิสยูโร เอเชีย 2011จัดเป็นการประกวดเวทีใหม่ ที่เปิดโอกาสให้สาวงามที่มีอายุ ระหว่าง 18-25 ปีได้ร่วมแสดงความสามารถ อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมประกวดในเวทีนี้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นสาวลูกครึ่งไทย เอเชีย หรือยุโรปเท่านั้น โดยผู้ชนะเลิศจากเวทีนี้จะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปร่วมประกวดในเวทีระดับนานาชาติที่ประเทศอิตาลีต่อไป
-----------------------------------------------

พัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านบางโรง ตำบลป่าคลอก เข้าหารือผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้ทวงถามความคืบหน้าการอนุมัติพื้นที่ในการก่อสร้างสะพานวอคแวย์ชมธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนบางโรง.

วันที่ 28 เม.ย. 54 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมศักดิ์ สงนุ้ย พัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายจิระศักดิ์ ท่อทิพย์ ตัวแทนจากชาวบ้านชุมชนบางโรง ได้เข้าพบนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอความร่วมมือให้จังหวัดทวงถามความคืบหน้าจากกรมป่าไม้ กรณีที่พัฒนาชุมชน ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบางโรง หมู่ที่ 3 ตำบลป่าคลอก ทำเรื่องเสนอขออนุมัติจากกรมป่าไม้ ในการก่อสร้างสะพานวอคเวย์ชมธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรมของชุมชนบางโรง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานวอคเวย์ ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลป่าคลอก เกิดจากการจัดทำแผนชุมชนของคนในพื้นที่ โดยสะพานดังกล่าวมีความยาวประมาณ 800 เมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างรวมกว่า 8 ล้านบาท

ทั้งนี้ หลังการเข้าพบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รับปากว่าจะเร่งทวงถามความคืบหน้าไปยังกรมป่าไม้ และผลักดันโครงการดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของคนชุมชน โดยคาดว่าจะทราบผลภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้.
--------------------------------------------------
จังหวัดภูเก็ตมอบโล่เชิดชูเกียรติผู้สูงอายุผู้เป็นภูมิปัญญาดีเด่น ประจำปี 2554

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ในการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือน เมษายน 2554 นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติภูมิปัญญาผู้สูงอายุดีเด่น ประจำปี 2554 ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการยกย่อง จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นาย ไชยยุทธ ปิ่นประดับ นาย สุชาติ ภูวรัตน์ และนาง หนาบ เป็นมิตร โดยมีข้าราชการทุกภาคส่วนร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นางสาว พรรณี สิทธิการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ขอความร่วมมือจังหวัดคัดเลือกผู้สูงอายุผู้เป็นภูมิปัญญาดีเด่น จังหวัดละ 3 คน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้สูงอายุผู้เป็นภูมิปัญญาดีเด่น และรับโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จังหวัดภูเก็ตโดยคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมด้านผู้สูงอายุ จังหวัดภูเก็ต ได้ประชุมพิจารณาคัดเลือกผู้สูงอายุผู้เป็นภูมิปัญญาดีเด่นของจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 คน เรียบร้อย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2554 ซึ่งที่ประชุมมีมติคัดเลือกผู้สูงอายุเป็นภูมิปัญญาดีเด่น จำนวน 3 คน ได้แก่นาย ไชยยุทธ ปิ่นประดับ นาย สุชาติ ภูวรัตน์ และนาง หนาบ เป็นมิตร
---------------------------------------------------
สื่อมวลชนต่างชาติ สัญจรศึกษาดูงานด้านสุขภาพ อนามัยและความปลอดภัยในจังหวัดภูเก็ต.

วันที่ 28 เม.ย. 54 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางจิรดา ดีชัยยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นางวันเพ็ญ อัพตัน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 จังหวัดภูเก็ต และนายวีระพงษ์ ไวทยวงศ์สกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นายพีรบูรณ์ ทองศิริเศรษฐ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักข่าวต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ คณะเจ้าหน้าที่จากสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จ. สุราษฎร์ธานี ร่วมให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนต่างชาติที่มีสำนักข่าวในประเทศไทยจำนวน 19 สำนักข่าว

ทั้งนี้ 19 สำนักข่าวเป็นสำนักข่าวของเอเชีย ยุโรป และอเมริกา รวม 35 คน เดินทางมาศึกษาดูงานด้านสุขภาพ อนามัยและความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 28-29 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้เยี่ยมชมศูนย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์รักษาโรคที่เกิดจากการดำน้ำ นอกจากนี้ยังมีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ชมสถานบริการเพื่อสุขภาพสุโขสปา ซึ่งได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศทั้งระดับชาติและระดับเอเชียมากมาย

กิจกรรมดังกล่าว สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ ร่วมกับสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 5 กรมประชาสัมพันธ์ จัดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยตามแผนยุทธศาสตร์และนโยบายสำคัญของรัฐบาล อันจะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต
------------------------------------------------------
รมช.พาณิชย์ชี้ ภูเก็ต เดินหน้า อาเซียนหนึ่งเดียว ด้วยการทำตลาดเชิงรุก และครอบคลุมทั้งอาเซียนภาย ในปี 2015 นี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “คนภูเก็ตจะเตรียมตัวอย่างไรกับการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมกับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อสร้างความองค์ความรู้ และสร้างความพร้อมให้กับประชาชน ภาคราชการ วิสาหกิจ และภาคเอกชน ในการเปิดเสรีการค้าอาเซียน และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 หรือในปี 2558 นี้ โดยมี นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร. ประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายสมพงษ์ อ่อนประเสริฐ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณกว่า 300 คน

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในปี 2558 หรือปี 2015 อาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียวทั้งในเรื่องของการตลาด ฐานการผลิตสินค้าและบริการ การลงทุนและในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีความสำคัญและเกิดประโยชน์กับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน โดยการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันจะอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะไทยมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ขณะนี้ไทยมีคู่ค้าที่เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนมาเป็นอันดับหนึ่ง รัฐบาลได้ดำเนินการที่จะให้มีการค้าระหว่างไทยกับอาเซียนเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมของภูเก็ตในการรับการค้าเสรีและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ภูเก็ตสามารถเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับประโยชน์ที่จะเกิดจากการค้าเสรีอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 3 ปี 8 เดือนข้างหน้านี้ โดยการยกระดับจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวในอาเซียน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การขยายฐานนักท่องเที่ยวและการลงทุนด้านการท่องเที่ยวจากไทยไปสู่อาเซียนให้มากขึ้น

ด้วยการศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามข้อตกลงการค้า บริการ การลงทุน และหัวใจสำคัญผู้ประกอบการจะต้องมีองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศอาเซียนให้ได้ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการมารองรับในรูปแบบสถาบันผู้ประกอบการหรือ Businees Club ทุกสาขากิจการ

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตจะต้องจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจระดับจังหวัด ด้วยการกำหนดตำแหน่งของภูเก็ตและระยะเวลาในการไปสู่ตำแหน่งที่กำหนดให้ชัดเจนรองรับการเปิดเสรีการค้าและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการเชื่อมภูเก็ตเชื่อมโลกโดยใช้ฐานการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น เช่น การทำตลาดเชื่อมโยงกับกลุ่มในประเทศรอบๆอ่าวเบงกอล ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอ่าวเบงกอลเข้าสู่ภูเก็ต เพราะมีประชากรสูงถึง 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งภูเก็ตก็จะเป็นเกตเวย์ทางด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนและของโลกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวเพื่อที่จะรองรับการเปิดการค้าเสรีและการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในระยะเวลาอันใกล้นี้ ด้วยการทำตลาดในเชิงรุกและมองตลาดให้กว้างขึ้น โดยการมองตลาดให้ครอบคลุมทั้งอาเซียนที่มีประชากรกว่า 590 ล้านคน แทนที่จะมองเฉพาะภูเก็ตและประเทศไทยเท่านั้น รวมทั้งผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาสินค้าบริการให้สามารถแข่งกันกับสินค้าที่มีอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน

ด้านสมเกียรติ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยวในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยว ที่จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 5 ล้านคน เป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอันดามันและของประเทศโดยมวลรวม ซึ่งการค้าเสรีอาเซียน(AFTA) และการรวมกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน(AEC) มีผลกระทบต่อจังหวัดภูเก็ตโดยตรงในทุกภาคส่วนการสร้างความเข้าใจในเรื่ององค์ความรู้เกี่ยวกับการค้าเสรีอาเซียน(AFTA) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ให้กับสังคมภูเก็ตจึงเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่จังหวัดภูเก็ตจะต้องขับเคลื่อนให้มันเป็นไปอย่างต่อเนื่องต่อไป

“เชื่อว่าการสัมมนาในครั้งนี้ คงสร้างช่องทางและโอกาสให้ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชน ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาได้มีองค์ความรู้ในเรื่องการค้าเสรีอาเซียน(AFTA) และเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) มากขึ้นและตงนำความรู้ไปใช้เป็นองค์ประกอบในอันจะเตรียมความพร้อมแต่ละภาค เพื่อสร้างดุลยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้อยู่ร่วมกับกฎของการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสมเกียรติ กล่าว

-------------------------------
ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ยังยึด นโยบายแยกสนามการค้าและสนามรบออกจากกัน ขณะที่ ปีที่แล้วอยู่ 55,000 ล้านบาท เฉพาะชายแดนอีสานใต้ 2,400 ล้านบาท หรือวันละ 10 ล้านบาท

วันที่ 28 เมษายน 54 เวลา นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุม การสัมมนา เรื่อง “คนภูเก็ตจะเตรียมตัวอย่างไรกับการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ถึงผลกระทบด้านการค้าชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา จากกรณีที่มีการปะทะของทหารทั้งสองประเทศ ว่า การค้าชายแดนระหว่างกับกัมพูชาได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากการค้าชายแดนในพื้นที่อีสานใต้มีมูลค่าเพียง 5% ของการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเท่านั้น โดยการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปีที่แล้วอยู่ 55,000 ล้านบาท เฉพาะชายแดนอีสานใต้ 2,400 ล้านบาท หรือวันละ 10 ล้านบาท ซึ่งปัญหาการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชายังไม่ได้ส่งผลกระทบขยายต่อไปยังพื้นที่การค้าชายแดนในส่วนของภาคตะวันออกในฝั่งพื้นที่สระแก้ว จันทบุรี และตราด ซึ่งมีมูลค่าสูงในแต่ละปี และทั้งสองประเทศก็ยังยึดนโยบายแยกสนามการค้าและสนามรบออกจากกัน

“ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่กัมพูชาจะเปลี่ยนการนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นแทน เพราะกัมพูชาต้องพึ่งพาสินค้าจากไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งน้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภค เพราะการซื้อสินค้าจากประเทศอื่นๆจะทำให้ต้นทุนสูงกว่าประเทศไทย” นายอลงกรณ์ กล่าวและว่า ปัญหาเรื่องความมั่นคงจะต้องแยกออกจากปัญหาปากท้องของประชาชน เพราะทั้งไทยและกัมพูชาไม่สามารถที่จะย้ายจะประเทศได้ จะต้องอยู่ใกล้กันต่อไป ซึ่งการปะทะกันตามแนวชายแดนไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดน มีกลไกลที่สามารถดำเนินการได้ ปัญหาเขาพระวิหารที่จะขึ้นเป็นมรดกโลกรวมกันก็สามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้ หากปัญหาไม่จบก็เสมือนหนึ่งเสี้ยนตำมือพร้อมที่จะอักเสบได้ตลอดเวลา ไม่ส่งผลดีทั้งไทยและกัมพูชา ”
---------------------------------------
ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 มั่น ในช่วงอนาคตใกล้นี้คดีลดน้อยลง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จังหวัดภูเก็ต
นายเอกชัย ชินณพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 กล่าวถึง ระบบศาลในประเทศไทย ได้แบ่งศาลออกเป็น 3 ชั้น คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุด ศาลชั้นต้นนั้นส่วนมากจะกระจายไปอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ และในกรณีที่จังหวัดมีพื้นที่ ที่มีประชากรมากก็อาจจะมีการแต่งตั้งศาลตามอำเภอ โดยมีอำนาจเป็นศาลจังหวัดโดยพิจารณาคดีได้ โดยที่ไม่จำกัดจำนวน และลงโทษได้โดยไม่จำกัดโทษ สำหรับกรณีหลังจากที่ศาลชั้นต้น พิพากษาคดีแล้วหากคู่ความไม่เห็นด้วยทางศาลชั้นต้นจะอุทธรณ์มาทางศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ก็เป็นศาล 1 รับผิดชอบพิจารณาคดี ที่อุทธรณ์มาจากผู้พิพากษามาจากศาลชั้นต้นนอกจากนั้นอาจจะมีคดีพิเศษที่เข้ามาเริ่มต้นที่ศาลอุทธรณ์เลย เช่นคดีเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นศาลอุทธรณ์ชั้นต้น ก็คือเป็นศาลในชั้นที่ 2

เนื่องจากว่าประเทศไทยมีอาณาเขตที่กว้างขวาง เพื่ออำนวยความสะดวกและซอยเขตอำนาจศาลออกไปซึ่งศาลอุทธรณ์มีด้วยกันทั้งหมด 13 คือศาลอุทธรณ์กลาง ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ทั่วราชอาณาจักรแต่ว่า ส่วนใหญ่จะรับพิพากษาคดีเฉพาะคดืที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ หรือคดีที่อยู่ในเขตปริมณฑล หลังจากนั้นก็มีศาลอุทธรณ์ภาคซึ่งก็จะกระจายไปยังภาคต่าง ๆ สำหรับศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่ทำการอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เดิมศาลอุทธรณ์ภาค 8 อยู่ที่ กรุงเทพ ฯ ต่อมาวันที่ 1 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา ฎีกาเปิดศาลอุทธรณ์ภาค 8 เปิดที่ทำการ ก็ย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 8 จากกรุเทพฯ มาอยู่ที่ จังหวัดภูเก็ต เป็นการให้ความสะดวกแก่ทนายความ ประชาชน เพื่อที่จะได้ดำเนินการระบบยุติธรรมได้รวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทางสำนักงานศาลยุติธรรมดูแล เกี่ยวกับทางด้านบริการประชาชนและเป็นผู้ดำริจัดตั้งขึ้นมา

สำหรับคดีที่อยู่ในช่วงพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ภาค 8 เป็นคดีทุกประเภททุกชนิดที่เกิดขึ้นในเขต ทางภาคใต้ ซึ่งตอนนี้มีกฎหมายพิเศษยกเว้นอยู่ คือคดีที่เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด หลังจากศาลชั้นต้นตัดสินแล้วก็จะอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์กลาง ซึ่งคดีนอกจากนั้นก็จะมามาสู่การพิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 8

ขณะเดียวกันจำนวนคดีค้างมีจำนวนหนึ่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตอยู่คดี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของ ศาลอุทธรณ์คือ คือปัจจุบันทางศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีการเขียน คำพิพากษา จำนวนคดีที่ออกไปในแต่ละเดือน มากกว่าจำนวนคดีที่เข้ามา เพราฉะนั้นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้จำนวนคดีจะลดน้อยลง ซึ่งเป็นการสะดวกและยุติธรรมของคู่ความคือ คดีจะได้พิจารณา ในชั้นอุทธรณ์ไปโดยเร็วแต่อย่างไรก็ตาม จำนวนคดีนี้ก็ขึ้นอยู่กับ สิ่งต่าง ๆ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจ สงคราม ภาวะสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เป็นสิ่งที่อ่อนไหวซึ่งอาจเพิ่มหรือลดลงไปก็ได้

“ส่วนกฎหมายเลือกตั้ง จะพิจาณาคดีเบื้องต้นที่ศาลอุทธรณ์ ขณะนี้เรื่องคดีเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีเสร็จไปแล้ว ก็มีคดีส่วนหนึ่ง และอีกบางคดีก็อยู่ในช่วงพิจารณาคดีของศาล โดยคดีเลือกตั้งอาจจะมีวิธีที่พิจารณาที่อาจแตกต่าง จากคดีทั่วไป ด้านขอสังเกตการณ์เลือกตั้ง หวังว่าประชาชนชาวไทยออกมาใช้สิทธิ การเลือกตั้งให้มากที่สุด และเลือกคนดีเข้าสู่สภา เพื่อเป็นตัวแทนพัฒนาประเทศชาติ ” ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8
----------------------------------------
ภุเก็ตจัด โครงการ SPEET up #2 เล่นดนตรีแก่เยาวชน (ไวโอลิน) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยใช้ดนตรีเป็นตัวช่วย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 ที่โรงแรมเมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกูล เป็นประธานเปิดโครงการ SPEET up #2 (สปีดอัพชาร์ปทู) เล่นดนตรีแก่เยาวชน (ไวโอลิน) โดยมีวิทยากรจากวง ทรีโอ มาเป็นแบบอย่าง

สำหรับการจัดโครงการ SPEET up #2 เล่นดนตรีแก่เยาวชน (ไวโอลิน) ครั้งนี้ มีเด็กเข้าร่วมโครงการ ทั้งหมด 14 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 8-14 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยใช้ดนตรีเป็นตัวช่วย และเพื่อให้ยุวทูตได้สร้างทัศนคติในเชิงบวก ซึ่งมีการแสดง พูดคุยเรื่องการเป็นคนดีโดยใช้ดนตรีประกอบ มีการเข้าค่าย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 จัดขึ้น เพื่อช่วยในการปรับปรุงให้มีมาตรฐานในการเล่นดนตรี และที่สำคัญมีเป้าหมายเพื่อเป็นการต่อยอดเป็นโครงการของอำเภอ ในการสร้างทัศนคติ และปรับด้านบุคลิกภาพให้แก่เยาวชนต่อไป

ข้อมูลจาก...อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------------------------
ผู้ว่าฯ ย้ำ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาจราจร เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 4/2554 โดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ คือสรุปผลการปราบปรามอาชญากรรมในรอบเดือนที่ผ่านมา และการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผลการจับกุมยาเสพติด และผลการปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้มงวดกวดขันสถานบริการ,การกวดขันปราบปรามหวยใต้ดิน และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า ปัญหาประการแรกคือ ปัญหาความลาดชันในจุดต่าง ๆ ยังมีอันตรายอยู่ เพราะยังไม่ได้มีการแก้ไข ฉะนั้นยังเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบนท้องถนนอยู่ อยากให้ทางวิศวกรรมทางจราจรไปดูว่าควรจะแก้ไขปัญหาความลาดชันว่ามีลูกระนาดหรือไม่ และมีสัญญาณเตือนอย่างไร ส่วนประการที่สอง ข้อมูลเรื่องการทำผิดกฎจราจร เพราะว่าปัญหาจราจรในจังหวัดภูเก็ตเป็นปัญหาที่ต้องร่วมมือกันแก้ไข และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถติดมากเกิดจาก การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ตามเครื่องหมาย ตามสัญญาณจราจร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการ โดยใช้มาตรการบังคับทางกฎหมายอย่างจริงจัง แต่อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้มีการจับกุมจากหลายกรณี เช่น จอดรถขวางทางจราจร จับกุมได้ 54 ราย,จอดรถในที่ห้ามจอด 728 ราย,ใช้รถแซงในที่คับขัน 38 ราย,เดินรถผิดช่องทาง 23 ราย ,เดินรถย้อนทาง 32 ราย และฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร 136 ราย ,ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 184 ราย ,ไม่ชำระภาษี 377 ราย ,ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 57 ราย,ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 4,645 ราย และที่สำคัญโทรศัพท์ขณะขับรถ 151 ราย ,ไม่สวมหมวกนิรภัย 2,040 ราย ลการขับขี่ขณะเมาสุรา 40 ราย ซึ่งตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้มงวดในทุกๆด้านอย่างต่อเนื่อง แต่การกระทำความผิดก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันรณรงค์ และช่วยกันแก้ไข

ข้อมูลจาก...อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป