จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาแพร่ระบาดทั้งด้านผู้ค้า-ผู้เสพ เร่งสร้างสมาชิกเฝ้าระวังยาเสพติดประจำหมู่บ้าน/ชุมชน
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2554 เวลา 09.30 น.ที่โรงแรมคาทีน่า นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมสมาชิกเฝ้าระวังยาเสพติดประจำหมู่บ้าน/ชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต และสมาชิกเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น จำนวน 200 คน เข้าร่วม
ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว อำเภอเมืองภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อ ฝึกอบรมสมาชิกเฝ้าระวังยาเสพติดประจำหมู่บ้าน/ชุมชน ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อเป็นแหล่งข่าวให้ข้อมูล เบาะแสสถานการณ์ยาเสพติดภายในหมู่บ้าน/ชุมชน จำนวน 2 รุ่นๆ ละ 200 คน ประกอบด้วย สมาชิกเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต 1 รุ่น จำนวน 200 คน และคณะกรรมการหมู่บ้าน 1 รุ่น จำนวน 200 คน เพื่อเป็นชุดเฝ้าระวังยาเสพติด “Seal” จุดรู้รั่ว สกัดกั้น ไม่ให้มียาเสพติดภายในหมู่บ้าน/ชุมชน ตลอดจนเป็นชุดเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้ยาเสพติดจากนอกหมู่บ้าน/ชุมชน เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ และมอบหมายภารกิจให้ผู้ผ่านการฝึกอบรม เป็นแหล่งข่าวของศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองภูเก็ต ทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการฟื้นฟูบำบัดรักษา
นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดนับเป็นภัยคุกคามสำคัญที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งนับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ในระดับรัฐบาลได้ประกาศเป็นนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน คือ รั้วชายแดน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน รั้วชุมชน และรั้วครอบครัว และได้กำหนด 3 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการด้านการป้องกัน ด้านการปราบปรามและด้านการฟื้นฟูการศึกษา โดยมุ่งเน้นการบูรณาการ การทำงานในทุกระดับ ถึงแม้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัด และเหตุปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องหลายประการ มีส่วนทำให้ปัญหายาเสพติดขยายตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
นายวีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในห้วงปีที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดทั้งด้านผู้ค้าและผู้เสพมากขึ้น เนื่องมาจากหลายปัจจัยด้วยกันไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของประชากรแฝงในพื้นที่ การเป็นสถานที่ท่องเที่ยว การเป็นเมืองที่มีการเคลื่อนย้ายอพยพแรงงานเข้ามาประกอบอาชีพ และสถานบริการต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดในจังหวัดภูเก็ต หลักๆ คือ ยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา และพืชกระท่อม และที่น่าสังเกตในห้วงที่ผ่านมา มีการจับกุมคดี เสพ และจำหน่ายเฮโรอีนเพิ่มขึ้นด้วย
ดังนั้น การฝึกอบรมสมาชิกเฝ้าระวังยาเสพติดประจำหมู่บ้าน/ชุมชน นับเป็นการดำเนินการที่สำคัญ สอดคล้องกับนโยบาย “มหาดไทย Clean & Seal ทำดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด” ที่ต้องการบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะปัญหายาเสพติดไม่ได้เป็นปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของชาติที่กระทบต่อสังคมโดยรวม ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของประเทศ
---------------------------------------
พ่อเมืองภูเก็ต หารือ คณะกรรมการและคณะทำงานแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาประชากรแฝง จังหวัดภูเก็ต โดยภายในปีงบประมาณ 2554 นี้ เร่งดำเนินการให้ได้ประมาณ 100,000 คน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ (ห้องใหญ่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน แนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาประชากรแฝง จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายนิวิทย์ อรุณรัตณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสุทธิ์ หัวหน้าเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5สาขาภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายตรี กล่าวว่า เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจทำให้มีประชากรเคลื่อนย้ายเข้ามาเพื่อประกอบอาชีพและศึกษาต่อในสถานศึกษาต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งในกลุ่มประชากรดังกล่าวก็ไม่ได้มีการย้ายทะเบียนบ้านเข่ามาด้วย คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 800,000 – 1,000,000 คน ในขณะที่ประชากรตามทะเบียนราษฎร ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภูเก็ตมีจำนวนประชากรรวม 347,664 คน แบ่งเป็นชาย 164,822 คน และหญิง 182,842 คน และมีบ้านเรือนจำนวน 182,950 หลัง
จากจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรซึ่งมีอยู่ประมาณ 340,000 คนเศษ ทำให้ภูเก็ตประสบปัญหาในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากจากการจัดสรรงบประมาณจะใช้จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรเป็นเกณฑ์ ทำให้ภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาน้อยมาก และไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
“ เมื่อสองปีที่ผ่านมาทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการแก้ปัญหาในเรื่องนี้มาแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ในครั้งนั้นกำหนดเป้าหมายใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกสังกัดทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น กลุ่มผู้เข้ามาทำงานในสถานประกอบการและประชาชนทั่วไป และกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในภูเก็ต ปรากฏว่าสามารถเพิ่มจำนวนประชากรในภูเก็ตได้ประมาณ 20,000-30,000 คน แต่ทราบว่ามีบางส่วนที่ต้องการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาแต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเจ้าของบ้านเช่าหรือหอพักไม่ยินยอม เพราะเกรงจะเกิดปัญหาตามภายหลังหากผู้ที่ย้ายเข้าไปก่อเรื่องขึ้น ซึ่งจะได้มีการทำความเข้าใจกันต่อไป ” นายตรี กล่าว
อย่างไรก็ตามนายตรี กล่าวด้วยว่า เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานขึ้น โดยได้มีการกำหนดแนวทางที่จะแก้ปัญหาประชากรแฝงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาทำงานหรือนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาต่อในภูเก็ตย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาให้ได้มากที่สุด โดยภายในปีงบประมาณ 2554 นี้จะดำเนินการให้ได้ประมาณ 100,000 คน
ด้านนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางขับเคลื่อนการแก้ปัญหาประชากรแฝงจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีกระบวนการเตรียมการวางแผน โดยจะทำในช่วงเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2554 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานแก้ไขปัญหาประชากรแฝง ประชุมคณะทำงานเพื่อระดมความคิดเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาประชากรแฝง ให้คณะทำงานแต่ละกลุ่มสำรวจจำนวนประชากรแฝง ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2554 ทำการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงข้อดี และประโยชน์ที่ได้รับของการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงรณรงค์ให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับผู้มาติดต่อราชการ โดยมีช่องทางพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดภูเก็ต ประชุมคณะทำงานผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม สถานบริการ หอพักฯ และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารศึกษา เพื่อร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติ รวมทั้งแบ่งมอบภารกิจให้ทุกสำนักทะเบียน รับผิดชอบในการรับแจ้งย้ายทะเบียนราษฎร โดยสำนักทะเบียน เพิ่มช่องทางพิเศษหรือเพิ่มเวลาการทำงานช่วงวันหยุดหรือพักเที่ยงเพื่อให้บริการแจ้งย้ายที่อยู่สำหรับสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ มีรถบริการทะเบียนเคลื่อนที่ออกไปให้บริการรับแจ้งย้ายที่อยู่ถึงสถานประกอบการ และช่วงเดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ดำเนินการเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร รวมถึงกำชับให้สถานประกอบการสถานศึกษา ส่วนราชการถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการขอความร่วมมือให้บุคลากรในความรับผิดชอบแจ้งย้ายทะเบียนบ้านให้ถูกต้อง
----------------------------------------------
ภูเก็ต หารือ คณะทำงานการกำกับดูแล การดำเนินงานการสร้างระบบความคุ้มครองและหลักประกันทางสังคมให้กับแรงงานนอกระบบ (ผู้ประกันตนมาตรา 40)
เมื่อเวลา 10.00 น. วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการกำกับดูแล การดำเนินงานการสร้างระบบความคุ้มครองและหลักประกันทางสังคมให้กับแรงงานนอกระบบ (ผู้ประกันตนมาตรา 40) โดยมี นายสงวน วงศ์สัมพันธ์สุข สำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายนิวิทย์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบของขวัญปีใหม่ 9 ภายใต้ แผนปฏิบัติการประเทศครอบบคลุมผู้มีรายได้น้อยและด้อยโอกาสทั่วไป เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2554 ซึ่งของข้อแรกคือ “การสร้างระบบความคุ้มครองและหลักประกันทางสังคมให้กับแรงงานนอกระบบ ” ประมาณ 2.4 ล้าน คน และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 เห็นชอบในหลักการ โดยให้สำนักงานประกันสังคมเร่งรัดการดำเนินการให้ความคุ้มครองแก่แรงงานนอกระบบตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2533 มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2554 เพื่อให้ดำเนินงานขยายประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ ตามนโยบายรัฐบาลบรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างครอบคลุมทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
ด้านนายสงวน กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแผนดำเนินงาน เตรียมความพร้อมจัดระบบการทำงาน กำหนดหลักเกณฑ์แนวการปฏิบัติ สนับสนุนส่งเสริม และแก้ไขปัญหา อุปสรรค รวมทั้งให้คำปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งเขตรับผิดชอบในแต่ละเขตดังนี้ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบในเขตอำเภอเมืองภูเก็ต ประกอบด้วย ตำบลตลาดใหญ่ ตำบลตลาดเหนือ ตำบลรัษฎา ตำบลวิชิต ตำบลฉลอง ตำบลราไวย์ และตำบลกะรน รวม 8 ตำบล สำนักงานแรงงานจังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบในเขตอำเภอถลาง ประกอบด้วย ตำบลศรีสุนทร ตำบลเชิงทะเล และตำบลป่าคลอก รวม 3 ตำบล และศูนย์พัฒนาแรงงานจังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบในเขตอำเภอถลาง ประกอบด้วย ตำบลไม้ขาว ตำบลเทพกษัตรี ตำบลสาคู รวม 3 ตำบล สำนักงานจังหางานในจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบในเขตอำเภอกะทู้ ประกอบด้วย ตำบลกะทู้ ตำบลป่าตอง และตำบลกมลา รวม 3 ตำบล ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่รับผิดชอบจะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ
สำหรับบุคคลที่มีสิทธิสมัครตามมาตรา 40 ได้แก่ เกษตรกร ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้รับจ้างอิสระ คนทำงานบ้าน ผู้ขับรถรับจ้าง นายจ้างหาบเร่แผงลอย นักศึกษา ผู้ประกอบการวิชาชีพเฉพาะ อาทิ วิศวกร แพทย์ ทนายความ ช่างเสริมสวย มัคคุเทศก์ เป็นต้น โดยคุณสมบัติผู้สมัคร อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปี บริบูรณ์ ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เอกสารประกอบการสมัครมี แบบคำขอสมัครเป็นผู้ประกันตน สปส. 1-40 , บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา , จำนวนเงินสบทบ ตามทางเลือกที่สมัคร ขณะเดียวกันจ่ายเงินสมทบ โดยมีทางเลือก 2 ทางเลือกด้วยกัน ได้แก่ 1 จ่ายเดือนละ 100 บาท หรือทางเลือกที่ 2 จ่ายเดือนละ 150 บาท ซึ่งจ่ายล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับการคุ้มครองได้แก่ เงินชดเชยรายได้เมื่อเจ็บป่วย จ่ายเงินสบทบ 3 เดือน ใน 4 เดือน รับเงินชดเชย 200 บาท ต่อวัน ไม่เกิน 20 วัน/ปี เป็นผู้ป่วยในอย่างน้อย 2 วันขึ้นไป ด้านทางทุพพลภาพ รับประโยชน์ชดเชย 15 ปี จ่ายเงิน 6 เดือนใน 10 เดือน รับ 500 บาท/เดือน จ่ายเงิน 12 เดือนใน 20 เดือน รับ 650 บาท/เดือน จ่ายเงิน 24 เดือนใน 40 เดือนรับ 800 บาท/เดือน จ่ายเงิน 36 เดือนใน 60 เดือนรับ 1,000 บาท/เดือน ส่วนเสียชีวิต จ่ายเงินสบทบ 6 เดือน ใน 12 เดือน รับค่าทำศพ 20,000 บาท และบำเหน็จชราภาพ ได้รับเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งทางเลือกที่ 1 จะไม่ได้รับการคุ้มครอง ส่วนทางเลือกที่ 2 ส่งเงินสบทบครบ 1 ปี จะได้เท่ากับ 50 บาท คูณ 12 เดือน คูณ ดอกผล
“ทั้งนี้ยอดผู้สมัคร (ผู้ประกันตนมาตรา 40) มีผู้สมัครกว่า 1,800 คน ใช้เวลา 1 เดือน ตรงตามกระทรวงต้องการ ในการรับสมัครเดือนต่อไปคาดว่าน่าจะเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะมีพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงไปในพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย และสมารถรับใบสมัครแล้วรับเงินสบทบได้เลย แต่เดิมมีการรับสมัคร ไปก่อนแต่เงินสบทบยังรับไม่ได้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในปี 2554 ไว้จำนวน 10,000 คน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่กระทรวงแรงงานทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ได้วางแผนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องการลงเจาะกลุ่มเป้าหมาย อยู่ในช่วงเลือกสถานที่ โดยเน้นสถานที่ประชาชนทั่วไปรู้จักและสะดวกแก่การเดินทาง เพื่อสร้างความสะดวกให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ” นายสงวน กล่าว
---------------------------------------------------
ภูเก็ต ประชุมคณะกรรมการ ศตส.จ.ภก. ครั้งที่ 4 /2554 พร้อมผลักดันให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) มีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมาย และสามารถในการตรวจยืนยันสารเสพติดได้
เมื่อเวลา 13.30 น. วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ศตส.จ.ภก. ครั้งที่ 4 /2554 โดยมี พ.ต.อ. พรศักดิ์ นวนหนู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต นาย ศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมือง นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ เป็นการกำหนดสถานตรวจพิสูจน์ และข้อหารือตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจับยึด และตรวจพิสูจน์ยาเสพติด พ.ศ. 2537 สืบเนื่องจากสำนักงานศตส.จ.ภก. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม
ทั้งนี้ในเรื่องการส่งปัสสาวะไปตรวจยืนยันสารเสพติดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางแพทย์ที่ 1 ตรัง ทำให้ขบวนการจัดส่งไม่สะดวก เสียเวลา และงบประมาณอาจทำให้สิ่งตรวจเกิดการเสียหายระหว่างนำส่งซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการตรวจ จังหวัดภูเก็ตจึงได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอความอนุเคราะห์ในการผลักดันให้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการในกระทรวง ทะบวง กรม เพื่อกำหนดให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) มีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมาย เท่ากับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1-12 และยกระดับความสามารถในการตรวจยืนยันสารเสพติดได้
ด้านนายประเจียด กล่าวว่า การดำเนินงานตามแผนตามปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วง 6 เดือนแรก ศตส.จ.ภก. ได้กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วง 6 เดือนแรก (ต.ค. 53 -,มี.ค 54) จำนวน 27 โครงการ งบประมาณกว่า 11 ล้าน 4 แสน บาท (งบ ป.ป.ส./งบ CEO) งบส่วนราชการ (กระทรวง/กรม) และงบ อปท. สำหรับโครงการที่ได้รับการจัดงบประมาณ ในส่วน งบ ป.ป.ส./งบ CEO และงบส่วนราชการ มีจำนวน 18 โครงการ งบประมาณกว่า 4 ล้าน 2 แสน บาท โดยขอให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการงบประมาณที่ได้รับให้แล้วเสร็จ
---------------------------------------------
ประชุมทางไกลกระทรวงมหาดไทยรายงานผลดำเนินงานช่วง 6 เดือน
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2554 เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุม ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ทางระบบ Video Conference ครั้งที่ 4 /2554 โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายศุภชัยโพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายไสว ช่วยดำรง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญคือ ข้อราชการสำคัญของผู้บริหาร ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อราชการของปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้อราชการของอธิกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ข้อราชการของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ข้อราชการของอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ข้อราชการของอธิบดีกรมการปกครอง ข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ โดยจะแบ่งหน้าที่ตามความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอหน้าที่ที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบ โดยผ่านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบไปด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานผลการบริหารงบประมาณ ของกระทรวงมหาดไทยประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 และผลการดำเนินการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ,กรมการปกครอง รายงานผลการแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วง 6 เดือนแรก และผลการดำเนินงานโครงการอาสาสมัครปกป้องสถาบัน, กรมการพัฒนาชุมชน ผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ปี 2554 ,กรมที่ดิน การจัดตั้งสำนักงานที่ดินส่วนแยก,กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสรุปสถานการณ์สาธารณภัย ประจำเดือนเมษายน 2554 สรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตูทางถนน และ 11 พ.ค. 2554 ดีเดย์ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน,กรมโยธาธิการ และผังเมือง โครงการเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนแก่บุตรของบุคลากร กรมโยธาธิการและผังเมือง “DPT Summer Camp 2011” ,กรมประปาส่วนภูมิภาค รายงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ทางภาคใต้ของประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาคจัดโครงการฝึกอบรมระบบประปาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการไฟฟ้านครหลวง รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือน ระยะที่ 7 (มกราคม ถึงกุมภาพันธ์ 2554 ) งวดประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2554
-----------------------------------------------
ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2554 เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จังหวัดภูเก็ต โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบไปด้วย การพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โครงการประเภทที่พักอาศัย และบริการชุมชน ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแจ้งความเห็นเบื้องต้นให้จังหวัดภูเก็ตดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอน จำนวน 8 โครงการ ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเขตพื้นที่สิ่งแวดล้อม จังหวัดภูเก็ต และคณะทำงานฯ พิจารณากลั่นกรองรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการตรวจสภาพพื้นที่ที่ตั้งโครงการเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้ โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม 4 ชั้น จำนวน 30 ห้องพัก ,โครงการโรงแรมภูมายา โฮเทล จำนวน 52 ห้องพัก ,โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม วิสิทธ์ อรุณ ลักซ์ชัวรี่ จำนวน 79 ห้องพัก ,โครงการจัดสรรที่ดิน สมบูรณ์ทรัพย์ วิลเลจ จำนวน 161 แปลง ,โครงการอาคารชุด เดอะ เบสท์ พ้อยท์ เฟส 2 จำนวน 75 ห้องชุด ,โครงการจัดสรรที่ดินบ้านสลิล จำนวน 17 แปลง ,โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม 5 ชั้น จำนวน 77 ห้องพัก และโครงการโรงแรม นัสวรรณ รีสอร์ท จำนวน 28 ห้องพัก
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โครงการบ้านพักอาศัยให้เช่าระยะยาว กมลาพาราไดซ์ จำนวน 41 หลัง ตั้งอยู่ที่ซอยกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ของบริษัท กมลา พาราไดซ์ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จัดทำรายงานโดย บรษัท ภูเก็ต เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด
---------------------------------------------
อบจ.ภูเก็ตจัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
วันที่ 27 เม.ย. 54 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุม โดยมีวาระที่สำคัญคือ การเลื่อนและแต่งตั้งข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่ง ในระดับที่สูงขึ้นสำหรับตำแหน่งที่กำหนดเป็นตำแหน่งระดับขั้นสูง และการปรับปรุงตำแหน่งพนักงานจ้างทั่วไป เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพิจารณาให้ผู้ที่มีความเหมาะสม และมีความสามารถให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามที่ทางองค์การบริหารจังหวัดภูเก็ตกำหนด และเป็นไปตามระเบียบของทางราชการในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ข้อมูลจาก..ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ข่าว อารยา ตุลา/พิมพ์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป