วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต ประจำวันที่ 20 เม.ย.54

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ความรู้หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งรุ่นที่ 1 ระดับภูมิภาคที่จังหวัดภูเก็ต


เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 เมษายน 2554 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง รุ่นที่ 1 ประจำปี 2554 ระดับภูมิภาค (ภาคใต้) จำนวน 11 จังหวัด ยกเว้น จ.ยะลา นราธิวาสและปัตตานี ซึ่งทางสำนักพัฒนาบุคลากร สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย นักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชนผู้สนใจ จำนวน 80 คน ทั้งนี้ในปี 2554 กำหนดจัดการอบรมทั่วประเทศจำนวน 5 รุ่น

นายกฤช เอื้อวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาบุคลากร สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติถึงบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่านอกจากจะมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งทุกระดับให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแล้ว ยังได้บัญญัติให้มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนในการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

ซึ่งจากภารกิจตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยดำริของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้จัดให้มีการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงขึ้นในสำนักงานฯ และได้ดำเนินการศึกษาอบรมแล้ว 2 รุ่น โดยถือเป็นหลักสูตรอันเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง จึงทำให้เกิดแนวความคิดที่จะขยายผลการศึกษาอบรมในทำนองเดียวกันนี้มายังส่วนภูมิภาคต่างๆ และนำมาสู่การจัดทำหลักสูตรระยะสั้นตามโครงการฝึกอบรมในหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งประจำปี 2554 ที่จัดขึ้น โดยใช้ระยะเวลาการศึกษาอบรมเพียง 5 วัน จากหลักสูตรระดับสูงที่ใช้เวลาศึกษาอบรมรวมทั้งสิ้น 8 เดือน และคัดเลือกหัวข้อวิชาสำคัญไว้ทั้งสิ้น 10 วิชา 4 ส่วนความรู้ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง พรรคการเมือง และการเลือกตั้ง มี 4 วิชา ได้แก่ รัฐธรรมนูญกับปฎิรูปการเมืองไทย บทบาทของพรรคการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต จัดการเลือกตั้งอย่างไรให้สุจริตและเที่ยงธรรม ภาคประชาสังคมกับการตรวจสอบการเลือกตั้ง ส่วนที่ 2 การเสริมสร้างจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตย มี 2 วิชา ได้แก่ มาตรฐานทางการเมืองและการสร้างจิตสำนึกสาธารณะ : หลักการกับข้อเท็จจริง และคอรัปชั่นกับปัญหาการเมืองไทย ส่วนที่ 3 ภาวะผู้นำ มี 2 วิชา ได้แก่ การพัฒนาภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ และผู้นำทางการเมืองไทยที่ควรเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนที่ 4 อันเป็นส่วนที่ว่าด้วยประเด็นร่วมสมัย มี 2 วิชา ได้แก่ การเมืองโฉมใหม่กับการยุติปัญหาการแบ่งฝ่ายในสังคมไทย และแนวทางการเสริมสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

นายกฤช กล่าวด้วยว่า ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องระบบการเมือง การปกครอง ระบบพรรคการเมือง และการเลือกตั้งของไทย และสามารถเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง ตลอดจนสามารถที่จะพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะของการเป็นผู้นำทางการเมืองยุคใหม่ รวมทั้งจะช่วยในการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งสืบไป

...สาลินี ปราบ/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

---------------------------------------------
ภูเก็ต หารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประจำจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2 /2554 เพื่อพิจารณาจัดส่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ภายในวันที่ 25 เมษายน 54

เมื่อเวลา 10.00 น. วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ห้อง POC นายตรี อัครเดชาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม คณะทำงานโครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประจำจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่2 /2554 โดยมี นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายสมศักดิ์ สงนุ้ย พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต นายกฤษฎา ตันสกุล อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ เป็นการพิจารณารายละเอียดเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของจังหวัดภูเก็ต ที่จะจัดส่งเข้าประกวด หลังจากที่ผ่านการประชุมระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 21 มกราคม 54 และผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมคณะทำงานโครงการ ฯ ซึ่งคณะทำงานขับเคลื่อน ได้ยกร่างรายละเอียดตามแบบที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด ภายใต้กรอบความเห็นชอบของคณะทำงาน โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประจำจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้เพื่อพิจารณาจัดส่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ภายในวันที่ 25 เมษายน 54 ต่อไป

นายกฤษฎา กล่าวว่า ด้วยจังหวัดภูเก็ตมีศักยภาพและเอกลักษณ์ของเมืองชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยว มีจุดเด่นทางด้านภูมิสาสตร์ ในฐานะเป็นเป็นเกาะ รวมทั้งสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม ในอดีตเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแร่ดีบุก มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้ง ในและต่างประเทศ สำหรับจุดเด่นของเมืองที่นำเสนอ คือภูเก็ตเป็นเกาะแห่งการสร้างสรรค์ Creative Island เป็นเกาะแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงมาจาก บรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่นจนสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว ภายใต้ความพร้อม 5 มิติ ได้แก่ วัฒนธรรม บุคลากรเชิงสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ วิสาหกิจชุมชน บริการอุตสาหกรรม

สำหรับวัตถุประสงค์โครงการดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนสู่เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และร่วมกันผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยความคาดหวังต่อความสำเร็จของเมือง ชุมชนต้นแบบ และแนวทางที่จะถ่ายทอดความรู้สู่เมือง ชุมชนอื่น ๆ หากได้รับการคัดเลือกเป็นเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างแรกภูเก็ตจะเป็น Mini Gobal Villaage ที่มีชุมชนหลากหลายมาพำนักและทำให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งชุมชนจะได้รับการพัฒนา มีการจัดระเบียบผังเมืองที่ดีขึ้น รวมทั้งประชาชนในท้องถิ่นได้รับการสืบทอดวัฒนธรรมและร่วมกันรงณรงค์ ให้เกิดจิตสำนึกในการรักบ้านเกิด

ทั้งนี้ระบบการบริหารจัดการและการวางแผน โดยมีวิสัยทัศน์ ภูเก็ตเกาะแห่งการสร้างสรรค์เพื่อสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันโดยการสร้างความแตกต่าง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา สร้างบุคคลต้นแบบ รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนงานของเมืองชุมชนต้นแบบ เป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมทั้ง 3 อำเภอเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้นักท่องเที่ยวสามารถไปสู่จุดอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ ซึ่งการสร้างพื้นที่สำหรับบุคลากรที่มีความคิดเชิงสร้างสรรค์ ให้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมผลิตผลงานเชิงสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับผลิตกระจายรายได้สู่ชุมชนผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ ให้มีความเข้มแข็ง สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนและในท้องถิ่น รวมถึงจัดให้มีศูนย์สารสนเทศเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือ ซ่อมเรือสำราญ

...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ /โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

-----------------------------------------
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ปล่อยรถนำสิ่งของบริจาค จากธารน้ำใจชาวภูเก็ต จำนวน 1 คันรถ 6 ล้อ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพัทลุง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 19 เม.ย.54 ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าปุดจ้อ และศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยโบ้เก้ง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธีรวุธ ศรีตุลารักษ์ ประธานศาลจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง รวมทั้งกรรมการศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ศาลเจ้าปุดจ้อ และศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง สะพานหิน ร่วมกันปล่อยสิ่งของบริจาค จำนวน 1 คันรถ 6 ล้อตู้เย็น ซึ่งมีข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง โดยสิ่งของดังกล่าวพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตร่วมบริจาคผ่านทางศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ศาลเจ้าปุดจ้อ และศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง สะพานหิน โดยเปิดรับบริจาคมาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ก็ได้ทำการปล่อยสิ่งของบริจาค จำนวน 1 คันรถ 6 ล้อ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นรอบแรก

นายธีรวุธ กล่าวว่า ทางศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เต้าโบ้เก้ง ศาลเจ้าปุดจ้อ และศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง สะพานหินได้ร่วมกันเปิดรับบริจาคสิ่งของจากพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ต มาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา และของที่บริจาคเข้ามาส่วนใหญ่เป็นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเสื้อผ้า โดยในส่วนของเสื้อผ้านั้นจะนำไปบริจาคในแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทางภาคอีสาน

นายธีรวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับการรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายจังหวัด ของภาคใต้นั้น ศาลเจ้าทั้ง 3 แห่งยังคงเปิดรับบริจาคต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถช่วยตัวเองได้ โดยของบริจาคที่ส่งไปนั้น อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำหนดว่าจะส่งไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดใดก่อน และสิ่งของที่ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดพัทลุงวันนี้ จะส่งมอบผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงเพื่อจัดสรรนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามความเหมาะสมต่อไป

....สารภี ศรีธรรมรัตน์ /สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

-------------------------------------------------
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต รับมอบ เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวใต้และผู้ประสบภัยสึนามิญี่ปุ่น จำนวน 46,800 บาท

เมื่อเวลา 13.00 น. วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการนจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ พรหมจิตรา ผู้บริหารตลาดปล่อยของ และคณะ มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวใต้และผู้ประสบภัยสึนามิญี่ปุ่น จำนวน 17,565 บาท ต่อจากนั้น นายสุทิน ตรึกตรองกิจ ชมรมคนไทยเชื้อสายเวียดนามจังหวัดภูเก็ต และคณะ มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 46,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิน 64,365 บาท โดยมี นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานรับมอบเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุกภัยน้ำท่วมภาคใต้ และผู้ประสบภัยสึนามิญี่ปุ่นต่อไป

นายตรี กล่าวว่า ตามที่ได้มีอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และภัยสึนามิที่ญี่ปุ่น หน่วยงานและ กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต ต่างร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหลายหน่วยงาน นำอุปกรณ์กู้ภัยและข้าวของเครื่องใช้ ทั้งเสื้อผ้า ข้าวสาร และของใช้จำเป็นอื่นๆ ไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ เป็นที่รู้กันดีว่าจากที่เหตุการณ์อุกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ทำให้พี่น้องภาคใต้ ได้รับความเสียหาย อย่างมาก ทั้งเสียสหายในด้านที่อยู่อาศัย สถานที่ทำมาหากิน ทรัพย์สินเงินทอง รวมถึงสูญเสียคนที่รัก จังหวัดภูเก็ตถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งเมื่อทราบข่าวเช่นนี้ ให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ

... สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

---------------------------------------------
สอจร.จาก 14 จังหวัดภาคใต้แสดงผลงานพร้อมแลกเปลี่ยนเคล็ดลับลดอุบัติเหตุบนถนน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2554 เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูมโรงแรมเมโทรโพล มีการประชุมสัมมนาเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคใต้ เพื่อเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เคล็ดลับการทำงานของพื้นที่ต่างๆในปี 2553 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเตรียมพร้อมกับการดำเนินงานในระยะที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเข้าสู่ “ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน” โดยมี นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ สอจร.ภาคใต้

นพ.ธนพงษ์ จินวงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน นายสมศักดิ์ เหมรัญ ผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับกิจกรรมในการประชุมครั้งนี้ มีการบรรยายพิเศษโดย นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธาน สอจร.เกี่ยวกับ “ทิศทาง สอจร.ระยะที่ 5 ในการขับเคลื่อนงานทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่” ตามด้วยการสนับสนุนด้านวิชาการในการขับเคลื่อนงานทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่ โดย นพ.ธนพงษ์ จินวงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน จากนั้นมีการแสดงพิเศษเพื่อให้กำลังใจผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน โดยนายสมศักดิ์ เหมรัญ

นายสมศักดิ์ เหมรัญ ผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน กล่าวว่า หลังจากประสบอุบัติเหตุในปีพ.ศ. 2544 ช่วงแรกมีการดำเนินชีวิตที่ลำบากมาก แม้กระทั้งการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ แปรงฟัน ตลอดจนการดำรงชีวิตในอีกหลาย ๆ ด้านที่ต้องรับผิดชอบ การเกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้นนอกจากได้รับการพิการแล้ว ได้เสียแม่ซึ่งเป็นที่รักอีกด้วย ดังนั้นจึงขอฝากพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ให้ใช้ถนนอย่างระมัดระวัง หากผู้ใดที่กินของมึนเมา ไม่ควรขับรถ อันจะทำให้เกิดอันตรายได้ การเกิดอุบัติเหตุนั้นเราไม่สามารถรับรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และหากเราเสียสิ่งเรารักไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้

... อารยา ตุลา ข่าว /ภาพ/ พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

----------------------------------
ชาวบ้านเกาะราชาใหญ่ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมการขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 เม.ย.54 ชาวบ้านเกาะราชาใหญ่ หมู่ที่ 3 ต.ราไวย์ นำโดยว่าที่ร้อยตรียุทธนา จันทร์ดี ตัวแทนชาวบ้านเกาะราชาใหญ่ ยื่นหนังสือขอเป็นธรรมการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะราชา ถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และประธานชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ต โดยมีนายพีระพงษ์ ผลประมูล ประธานชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ตรับหนังสือ

ว่าที่ร้อยตรียุทธนา กล่าวว่า การยื่นหนังสือถึงประธานชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ตและสื่อมวลชนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากชาวบ้านบนเกาะราชาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานราชการในการขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน แต่ในขณะที่นายทุนสามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินได้แล้วไม่ต่ำกว่า 8 แปลง โดยชาวบ้านบนเกาะราชาได้ยื่นขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินมาตั้งแต่ปลายปี 2546 และในช่วงต้นปี 2547 กรมที่ดินได้แจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะราชาได้ เนื่องจากติดกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พื้นที่ที่เป็นเกาะไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินได้) รวมทั้งไม่มีภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ติดต่อสอบถามไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินได้ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2554 ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รับแจ้งจากนายสุชาติ ใจเหล็ก ว่าได้รับหนังสือจากสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ที่ภก.0019/5218 ลงวันที่ 10 มี.ค. 2554 เรื่องการรังวัดชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองเขตที่ดินกรณีออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ของบริษัท จำกัดธีรโชติ โดยนายสุพรรณ อานุ เป็นผู้แทนบริษัทฯ เพื่อขอออกโฉนดที่ดิน ตามหลักฐาน น.ส. 3 ไม่ระบุเลขที่ และไม่ระบุที่ดินระวาง ตั้งอยู่ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในวันที่ 22 เม.ย.2554 เวลา 10.00 น. โดยมีนายโฆษิต ธัมรงค์ เป็นช่างรังวัด และมีนายพิเชษฐ สายชู พนักงานเจ้าหน้าที่ ลงนามในหนังสือดังกล่าว

จึงเป็นประเด็นคำถามในหมู่ชาวบ้านผู้มีที่ดินทำกินบนเกาะราชาใหญ่ ถึงความไม่ชอบมาพากลของการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินบนเกาะราชาใหญ่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังคงมีการออกเอกสารสิทธิ์บนเกาะราชามาโดยตลอด แต่ชาวบ้านไม่สามารถสามารถนำข้อมูลมาอ้างอิงได้เท่าที่ควร เนื่องจากถูกปกปิดข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต แต่มาครั้งนี้ชาวบ้านได้ประสบเหตุด้วยตนเองจากกรณีของนายสุชาติ ใจเหล็ก คำถามจึงอยู่ที่ว่าทำไมในขณะที่กรมที่ดินได้แจ้งกับชาวบ้านว่าไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินบนเกาะราชาใหญ่ให้กับชาวบ้านได้ แต่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตยังสามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินบนเกาะราชาใหญ่ให้กับนายทุนได้ ซึ่งชาวบ้านคาดว่าที่ดินที่จะทำการรังวัดคือแปลงที่ดินที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ภูเก็ต ได้มีมติเพิกถอนไปแล้ว

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า ที่ดินของนายทุนบนเกาะราชาใหญ่ที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ไปแล้วในขณะนี้ มีไม่ต่ำกว่า 8 -9 แปลง และในส่วนของชาวบ้านนั้นยังถือครองที่ดินอยู่ประมาณ 30 แปลง จากทั้งหมดที่มีประมาณ 80 แปลง และเท่าที่ทราบขณะนี้ทางกลุ่มนายทุนกำลังวิ่งเต้นขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะราชาบริเวณทิศตะวันตกของอ่าวสยามอีก 2-3 แปลง เนื่องจากที่ดินในบริเวณดังกล่าวมีความสวยงาม สามารถลงทุนก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ทได้เป็นอย่างดี และขณะนี้บนเกาะราชาใหญ่มีโรงแรม

รีสอร์ท เกิดขึ้นแล้วประมาณ 5 แห่ง

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ชาวบ้านที่มีที่ดินทำกินบนเกาะราชาใหญ่ซึ่งมีประมาณ 60-70 คน จะรวมตัวกันยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตต่อศาลปกครอง ในข้อเลือกปฏิบัติและไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน

...จันจิรา สิตบุศย์/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป