เอฟซี ภูเก็ต เปิดบ้านถล่ม พยัคฆ์ล้านนา เชียงใหม่ เอฟซี 4-0 รั้งอันดับ 4 ของตาราง ฟุตบอลไทยแลนด์ ดิวิชั่น 1
ศึกฟุตบอลไทยแลนด์ ดิวิชั่น 1 นัดที่8 เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นการพบกันของอดีตแชมป์ ลีกภูมิภาค ฤดูกาล 2010 ระหว่างเจ้าบ้าน "กิเลนทะเลใต้" เอฟซี ภูเก็ต ทีมอันดับ 8 ของตาราง เกมนี้ได้กลับมาเล่นใน ส.สุระกุล รังเหย้าของตัวเอง พบกับทีมโซนท้ายตาราง "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี อันดับ 16
เปิดฉากขึ้นนักเตะ เอฟซี ภูเก็ต เจ้าบ้าน เล่นด้วยความมุ่งมั่นกับชัยชนะในนัดนี้อย่างมาก เป็นฝ่ายเดินเกมรุกเข้าใส่ เชียงใหม่ อย่างหนัก เพียง น.7 เจ้าบ้าน ก็ได้เฮอย่างใจชื้นเมื่อ เจ้าบ้านขึ้นนำ อย่างรวดเร็ว จังหวะที่ ระพีพันธ์ พูลสวัสดิ์ ทุ่มบอลทางริมเส้นขวาเข้ามาในเขตโทษให้ สารัช อยู่เย็น พาบอลเข้าไปก่อนแตะบอลเข้าเท้าขวา ข้างถนัดซัดมุมแคบเต็มข้อแสกหน้า พรรษา มีสัตย์ธรรม ประตูทีมเยือนเสียบเสาไกล เข้าไปอย่างสวยงาม
ทีมเยือน เชียงใหม่ เอฟซี ที่ยังไม่ทันได้ตั้งเกมบุกอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่ก็ต้องมาเสีย ศรัญย์ ศรีเดช กองหน้าตัวเก่งของทีม ที่เข้าปะทะหนัก กับ นิรันดร์ พันทอง จนทำให้ข้อเท้าขวาหัก ทาง แพทย์ประจำสนามต้องส่งตัวเข้าไป ตรวจอย่างละเอียดที่ โรงพยาบาล กรุงเทพ ภูเก็ต
หลังจากโดนนวดอยู่นาน น. 31 ทีมเยือน เชียงใหม่ เอฟซี ก็มาได้โอกาสลุ้นประตูตีเสมอ บ้างจากจังหวะ อดิสร สัพโส กระชากบอลมาทางริมเส้นซ้ายก่อนวางบอลเข้ามาหน้าประตูให้ เมธี ปุ้งโพ ขึ้นโขกเต็มหัว แต่ไม่ดีพอบอลพุ่งข้ามคานออกไป ได้โต้เพียงอึดใจเดียว
เกมก็กลับมาเป็นของ เจ้าบ้าน เอฟซี ภูเก็ต อีกครั้ง น.38 เมื่อ สารัช อยู่เย็น ได้โอกาสปั่นฟรีคิกด้วยเท้าขวาบริเวณเยื้องกรอบประตู ระยะ 22หลา บอลพุ่งเข้าทางโคนเสาไกล แต่ พรรษา มีสัตย์ธรรม ไม่พลาดตะปบไว้ได้ ถัดมาอีกเพียง 3 นาที ภูเก็ต ก็มาได้ประตูหนีเป็น 2-0 จาก การพาบอลมาทางริเส้นขวาของ นิรันดร์ พันทอง ก่อนหาเหลี่ยมเหมาะเจาะเปิดด้วยว้ายเข้ามาถึง เนเนบี้ ขึ้นสะบัด เต็มแรง บอลพุ่งตุงตาข่าย
เริ่มเกมครึ่ง เพียง 2 นาที ทีมเยือนมีการเปลี่ยนตัวเอา ศุภนนท์ ปรางค์จันทร์ ออก ส่ง สาธิต ป้อมเสมา ลงเล่นแทนหวังเติมเกมแดนกลางที่เป็นรอง แต่เกมส่วนใหญ่ ก็ยังไม่ดีขึ้น น. 49 ทาง มาร์ค แอนโทนี่ ก็มาโดนใบเหลืองอีกจากการเข้าไปอัด สารัช อยูเย็น และได้ฟรีคิกระยะ 22 หลามุมกรอบเขตโทษ
สารัช ลุกมาวางบอลเข้าไปถึง โคเน่ โหม่งเช้ดให้ เนเนบี้ ขึ้นโขกเต็มหัวแต่บอลเหินออกหลังไป น.40 เจ้าบ้านได้ลุ้นประตูอีกจาก เปิดบอลเข้ามาให้ โคเน่ อดาม่า ซัดเต็มข้อแต่ พรรษา มีสัตย์ธรรม ยังเชฟไว้ได้
น.70 โค้ชจั๊บ ถอด สารัช อยู่เย็น ออกและส่ง นิธิโรจน์ โสขุมา ลงเล่นเน้นเกมตั้งรับมากขึ้น ทำให้การหาทางเจาะประตูขอเชียงใหม่ ทำได้ยากขึ้น น.75 ภูเก็ต ถอดทาง โคเน่ อาดาม่า ออกและส่ง วัชรพงษ์ จันทร์งาม ใช้ความสดลงบี้แผงหลังอีกคน
ถัดมา นาทีที่ 77 เจ้าบ้าน ได้เฮ อีกครั้งจากจังหวะสวนกลับเร็วขอ ถวิล บุตรสมบัติ พาบอลมาทางขวาก่อนปาดเข้ากลางให้ นิธิโรจน์ โสขุมา จับบอลกระดอนพื้นหนึ่งจังหวะก่อนฮาร์พวอลเล่ย์ ด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ พรรษ เสียบมุมแคบเข้าไป
น.81 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ต้องเฮเก้อเมื่อ นิธิโรจน์ โสขุมา ได้บอลหลุดเข้ามาในกรอบโทษ แต่ไม่ยอมยิงกลับส่งให้ ถวิล บุตรสมบัติ ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าวัดเข้าไป อภิสิทธิ์ อ้นรักษ์ ผู้ตัดสินยกมือเป็นลูกล้ำหน้า พร้อมใบเหลืองเจ้าตัวไปอีก
จนกระทั่ง น.86 ก็มาได้ประตูย้ำชัยจาก จังหวะเปิดเตะมุมทางขวาของ นิรันดร์ พันทอง ปั่นให้ วัชรพงษ์ จันทร์งาม โหม่งฝัง ให้ เอฟซี ภูเก็ต เปิดบ้านถล่ม เชียงหม่ เอฟซี 4-0 เก็บสามแต้มสำคัญพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับ 5 มีลูกได้เสียที่ดีกว่า ชัยนาท เอฟซี
...โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------
สรุป 7 วันอันตรายภูเก็ตเสียชีวิต7 ราย อุบัติเหตุทางถนน 43 ครั้ง
นาย สันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปสถิติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2554 จังหวัดภูเก็ตระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2554 ว่า มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น รวม 43 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ราย ในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต 6 ราย และ อ.ถลาง 1 ราย มีผู้บาดเจ็บ (Admit) จำนวน 52 คน เป็นชาย 35 คน และเป็นหญิง 17 คน แบ่งเป็นช่วงอายุ 1-14 ปี จำนวน 2 คน อายุ15-19 ปี จำนวน 6 คน อายุ 20-24 ปี จำนวน 9 คน อายุ 25-29 ปี จำนวน 8 คน อายุ 30-39 ปี จำนวน 16 คน อายุ 40-49 ปี จำนวน 6 คน และ อายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 5 คน โดยเหตุเกิดในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต จำนวน 31 คน อำเภอกะทู้ จำนวน 11 คน อำเภอถลาง จำนวน 10 คน สาเหตุมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ เมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนดประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ ถนนกรมทางหลวงและถนนในเมือง /ถนนทางตรงและทางโค้ง
“อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ภูเก็ตได้วางเป้าหมายที่จะให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่เกิน 57 ครั้ง ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพียง 43 ครั้ง ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งเกิด 60 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่เกิน 60 คน ปรากฏว่ามีผู้บาดเจ็บ 52 คน ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 64 คน และเสียชีวิตไม่เกิน 2 คน แต่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คน เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 คน”
จากการตั้งด่านตรวจจำนวน 11 ด่าน เพื่อบังคับใช้มาตรการตามกฎหมาย ประกอบด้วย หมวกนิรภัย เรียกตรวจ 4,865 ราย ดำเนินคดี 1,219 ราย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย เรียกตรวจ 5,807 ราย ดำเนินคดี 56 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เรียกตรวจ 8,618 ราย ดำเนินคดี 208 ราย, เมาไม่ขับ เรียกตรวจ 10,215 ราย ดำเนินคดี 45 ราย, ใบขับขี่ เรียกตรวจ 19,344 ราย ดำเนินคดี 2,597 ราย, ความเร็วเกินกำหนด เรียกตรวจ 2,173 ราย ดำเนินคดี 13 ราย, ฝ่าฝืนไฟจราจร เรียกตรวจ 2,026 ราย ดำเนินคดี 30 ราย, ขับรถย้อนศร เรียกตรวจ 1,784 ราย ดำเนินคดี 13 ราย, แซงที่คับขัน เรียกตรวจ 1,605 ราย ดำเนินคดี 7 ราย และใช้มือถือขณะขับรถ เรียกตรวจ 3,563 ราย ดำเนินคดี 19 ราย รวมเรียกตรวจทั้งสิ้น 60,000 ราย ดำเนินคดี 4,207 ราย
สำหรับรายชื่อของผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย 1.นาย นรภัทร สุธารักษ์ อายุ 49 ปี สัญชาติ ไทย ที่อยู่ 150/22 หมู่9 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เหตุเกิด ตรงข้ามวิทยาลัยเทคนิคถลาง ถนนเมืองใหม่-สนามบิน รถตู้ชนรถสามล้อพ่วงผู้ซ้อนท้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2.นาย ทองแดง ผิวจันทร์ อายุ 41 ปี สัญชาติไทย 3.นาย ปี อายุ 25 ปี สัญชาติ พม่า 4.นาง นอ อายุ 25 ปี สัญชาติ พม่า 5.นางสาว เย็น อายุ 25 ปี สัญชาติ พม่า เด็กหญิงชิด อายุ 13 ปี สัญชาติ พม่า และ 7.เด็กหญิงนันจา อายุ 4 ปี สัญชาติ พม่า เหตุเกิดบริเวณโค้งหักศอกทางขึ้นเขาพระใหญ่นาคเกิด ซอยยอดเสน่ห์ ม.8 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รถยนต์กระบะเสียหลักเทกระจาดบริเวณโค้งหักศอกทางลงจากเขานาคเกิด
...สาลินี ปราบ/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------------------------------------
อบจ.ภูเก็ต จัดอบรมพัฒนาศักยภาพสตรีมุสลิมใน จ.ภูเก็ต ประจำปี 2554
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 เวลา 09.00 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานกล่าวเปิดการฝึกอบรม โครงการพัฒนาศักยภาพสตรีมุสลิมในจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 ณ ห้องประชุมศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต นายวัชรินทร์ ปฐมวัฒนพงศ์ รองปลัด อบจ.ภูเก็ต นายจิรศักดิ์ ท่อทิพย์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต ด้านสังคมและกิจกรรมอิสลาม นายจิรายุส ทรงยศ ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต ด้านคุณภาพชีวิต นายณรงค์ สิงฆาฬะ รองประธานสภา อบจ.ภูเก็ต นายไกรวุฒิ คุ้มบ้าน รองประธานสภา อบจ.ภูเก็ต นายสวัสดิ์ มัจฉาเวช สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายสมาน การะเกศ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จาก อบจ.ภูเก็ต และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม
สำหรับการจัดฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีมุสลิมในจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเพิ่มพูนความรู้ วิสัยทัศน์และประสบการณ์ นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพสตรีทั้งด้านผู้นำและผู้ตาม ส่งเสริมการสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มสตรีมุสลิมในการคิดสร้างสรรค์พัฒนากลุ่มให้เข้มแข็ง ส่งเสริมการเพิ่มพูนทักษะด้านการประกอบอาชีพ นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนารายได้ โดยการจัดฝึกอบรมครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม เป็นสตรีมุสลิมจากตำบลเกาะแก้ว วิชิต รัษฎา ราไวย์ ไม้ขาว ป่าคลอก เชิงทะเล สาคู เทพกระษัตรี ป่าตอง และตำบลกมลา รวม 375 คน ซึ่งลักษณะของการจัดฝึกอบรม คือ การอบรมให้ความรู้จากวิทยากร และการศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ ในระหว่างวันที่ 19-23 เมษายน 2554 ณ จังหวัดทางภาคกลางและภาคตะวันออก เพื่อให้เกิดความรู้จากประสบการณ์จริงนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของสตรีมุสลิม การส่งเสริมอาชีพพัฒนารายได้และด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า สตรีเป็นผู้ที่มีความสำคัญของครอบครัว เป็นผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมกิจกรรมของครอบครัวในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การดูแลส่งเสริมบุคคลในครอบครัวให้ประสบความสำเร็จ การบริหารจัดการในครอบครัว และการช่วยลดรายจ่าย การหารายได้เพิ่ม เพื่อให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ดังนั้น ด้วยนโยบายและอำนาจหน้าที่ ในการสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีเพื่อส่งเสริมให้สตรีได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ จึงเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคคลสำคัญในครอบครัวให้ได้มีบทบาทหน้าที่ในการนำไปสู่การพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ จึงขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตั้งใจรับและเพิ่มพูนความรู้ในการอบรม และเพิ่มพูนความรู้จากประสบการณ์ศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ นำมาพัฒนาศักยภาพของตน เพื่อการพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป และขอขอบคุณวิทยากร ผู้จัดฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้มีส่วนร่วมให้การจัดฝึกอบรมครั้งนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ และในโอกาสนี้ ขอให้พระอัลเลาะห์โปรดประทานพรให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุขความเจริญ และเดินทางโดยสวัสดิภาพ.
... ปชส.อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------------------
โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตงานแสดงมุทิตาจิตผู้สูงอายุ ปี 2554 ภายใต้ “ผู้สูงวัยมีคุณค่า ช่วยพัฒนาสังคม”
เมื่อเวลา 13.00 น. วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ ตึกผู้ป่วยนอกชั้น 3 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดงานแสดงมุทิตาจิตผู้สูงอายุ ปี 2554 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ภายใต้ “ผู้สูงวัยมีคุณค่า ช่วยพัฒนาสังคม” ซึ่งภายในงานมีการแสดงเต้นย้อนยุค แสดงเต้นตำระเบิด และการรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ โดยมี นายแพทย์กฤษณ์ สกุลแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม ประธานชมรมผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ ตลองจนคณะกรรมการดำเนินงานวันผู้สูงอายุ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายแพทย์กฤษณ์ กล่าวว่า ทุกคนย่อมตระหนักดีว่าการเข้าร่วมสู่วัยสูงอายุเป็นวงจรของชีวิต การสำนึกถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ การสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี ให้โอกาสได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง มีครอบครัวที่อบอุ่น ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมได้รับสวัสดิการและการบริการที่มีประสิทธิภาพ ได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในสังคมที่ดี มีคุณค่าพึ่งตนเองได้ รวมถึงมีอัตภาพส่วนร่วมทำประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นขบวนการสร้างความมั่นคงให้แก่สังคม อย่างยิ่งทางหนึ่ง เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของบุคคลในครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะสังคมไทย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของผู้สูงอายุ ความเอื้ออาทรของสังคมต่อผู้สูงอายุการรำลึกถึงความดีและคุณประโยชน์ที่ผู้สูงอายุได้เคยปฏิบัติต่อประเทศชาติ สังคม และครอบครัว อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายแพทย์เจษฎา กล่าวว่า โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ถือว่างานดังกล่าวเป็นภารกิจที่สำคัญและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นต่อสังคม เห็นคุณค่า เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ เนื่องจากตระหนักดีว่าจะเป็นตัวอย่างในการพัฒนาความมั่นคงของสังคมโดยรวม
นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับวันนี้รู้สึกชื่นชมยินดีที่ได้เห็นผู้สูงอายุทั้งหลาย มาร่วมพบปะสละเวลาให้ลูกหลานได้แสดงออกถึงความเคารพนับถือ มีความรัก ความผูกพัน และเอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุ ซึ่งเปรียบเสมือนหลักชัยของครอบครัวเป็นวัฒนธรรมที่สมควรยกย่อง และสืบทอดต่อไปในสังคมไทย รวมทั้งเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานได้ประจักษ์ถึงคุณค่า และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุในฐานะสมาชิกของสังคม รวมถึงในฐานะผู้มีประสบการณ์ที่เป็นเสมือนคลังสมองของสังคมและชุมชน ซึ่งสมควรได้รับการเอาใจใส่และเอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุอย่างจริงใจ
... สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์
---------------------------------------------------
เรือนจำจังหวัดภูเก็ต จัด ฝึกอบรมลูกเสือ-เนตรนารี วิสามัญสำหรับผู้ต้องขัง หวังผู้ต้องขังยึดมั่นในกฎ ปลูกฝังกล่อมเกลาให้ มีจิตใจเมตตาเสียสละ มีสัมพันธภาพอันดี กับเพื่อนมนุษย์ทั่วไป
เมื่อเวลา 09.00 น. วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมลูกเสือ-เนตรนารี วิสามัญสำหรับผู้ต้องขัง โดยมี นายระพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการดำเนินงาน คณะวิทยากร เจ้าหน้าที่ สมาชิกลูกเสือ-เนตรนารี วิสามัญ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายระพินทร์ กล่าวว่า ด้วยกรมราชทัณฑ์ มีภารกิจในการควบคุม บำบัด ฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อคืนคนดีมีคุณค่าสู่สังคม จึงได้จัดแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พุธศักราช 2552-2554 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาพฤตินิสัย เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ลดภาระภาครัฐ โดยกำหนดกลยุทธ์ว่า ผู้ต้องขังได้รับการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย ผู้ต้องขังติดยาเสพติดได้รับการบำบัดฟื้นฟู จึงได้จัดดำเนินการ จัดการศึกษาทั้งวิชาสามัญ วิชาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัยตลอดจนอบรมในลักษณะ
ต่าง ๆ
นายระพินทร์ กล่าวต่ออีกว่า เรือนจำจังหวัดภูเก็ต ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ และประโยชน์ของกิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารีวิสามัญเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ดำเนินการ จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้ต้องขังมีสิ่งยึดเหนียวทางด้านจิตใจ ได้ยึดมั่นในกฎ คำปฏิญาณของลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมถึงปลูกฝังกล่อมเกลาให้ผู้ต้องขัง มีจิตใจเมตตาเสียสละ และมีสัมพันธภาพอันดี กับเพื่อนมนุษย์ทั่วไป ตลอดจนเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคนอก ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
โดยกำหนดจัดการอบรม ระหว่างวันที่ 18-21 เมษายน 54 จำนวน 4 วัน มีต้องขังชาย 40 คน ผู้ต้องขังหญิง จำนวน 40 คน รวมทั้งหมด 80 คน สำหรับเนื้อหาการฝึกอบรมเป็นความรู้ด้านภูมิหลังลูกเสือไทยและลูกเสือโลก วินัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสัญญาณ กฎและคำปฏิญาณของลูกเสือ ทักษะของลูกเสือ กิจกรรมผูกแน่น กิจกรรมรอบกองไฟ ลูกเสือกับชุมชน ลูกเสือกับคุณธรรม รวมทั้งความรู้ด้านการป้องกันชีวิตและสุขภาพ ตลอดทั้งความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การดำเนินงาน รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ด้วยการจัดวิทยากรฝึกอบรมตลอดหลักสูตร
ด้านนายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ภารกิจลูกเสือ เนตรนารี มิได้มีแต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ได้มีการดำเนินกิจการของลูกเสือ เนตรนารี ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญทุกคน จงมีความภาคภูมิใจ เมื่อได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจการ ซึ่งมีความสำคัญในระดับชาติ และระดับนานาชาติ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงขอให้ทุกคนตั้งใจร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ ซึ่งจะได้นำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ให้ผู้อื่นได้ทราบ รวมถึงร่วมกิจกรรมของคณะลูกเสือแห่งชาติ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการร่วมภารกิจกับคณะลูกเสือแห่งชาติ อย่างต่อเนื่องต่อไป
...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป