ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต 31 คนร่วมปฏิญาณตน ก่อนเข้ารับหน้าที่ ให้มีความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ มีความเป็นกลาง รักษาวินัยและจริยธรรมเช่นเดียวกับผู้พิพากษา
เมื่อเวลา 09.45 น. วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องบอลรูม ชั้น 1 โรงแรมเพิร์ล อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต นางพฤษภา พนมยันต์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายอรรถการ ฟุเจริญ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต นายคณิต ยงสกุล ประธานผู้พิพากษาสมทบ/ผู้นำกล่าวปฏิญาณตน พล.ต.ต พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายอรรถการ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้อนุมัติให้ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการอบรมและคัดเลือกผู้พิพากษาสบทบ นั้น บัดนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2554 และพร้อมปฏิญาณตนว่า “ข้าพเจ้า ขอปฏิญาณตนว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ปราศจากอคติทั้งปวง และจักรักษาไว้ ซึ่งความลับในราชการ โดยเคร่งครัด ” ต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง จำนวน 31 คน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 25 วรรคสอง กำหนดว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบจะต้องปฏิญาณตนต่อหน้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวซึ่งตนจะเข้าสังกัดแล้วแต่กรณี ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ด้วยความเที่ยงธรรมตลอดจนรักษาความลับในทางราชการ
ด้านนางพฤษภา กล่าวว่า ผู้พิพากษาสมทบต้องมีจริยธรรมและวินัยทำนองเดียวกับ ผู้พิพากษา ซึ่งคำว่าจริยธรรม เป็นเกณฑ์และแนวทางในการประกอบวิชาชีพที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ อันจะเห็นได้จากการประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 44 มีบทบัญญัติว่า ให้นำประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการนี้มาใช้กับผู้พิพากษาสมทบ โดยอนุโลมและพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 30 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยวินัยและรักษาวินัยสำหรับข้าราชการตุลาการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมมาใช้บังคับ แก้ผู้พิพากษาสมทบด้วยโดยอนุโลม ผู้พิพากษาสมทบ จึงต้องมีอุดมการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ มีความเป็นกลาง รักษาวินัยและจริยธรรมเช่นเดียวกับผู้พิพากษา
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------------
ประธาน กกต.ภูเก็ต มอบนโยบายการเลือกตั้งชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 3 ก.ค. นี้ พร้อมย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง หลัง กกต.รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 54 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ชุดปฏิบัติการสืบสวนหาข่าว ชุดปฏิบัติการป้องปราม และชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2554 ว่า ทาง กกต.ได้มีการมอบนโยบายให้กับชุดเฉพาะกิจของ กกต.จังหวัดภูเก็ต ไปครึ่งหนึ่งแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ก็รายงานผลเข้ามายัง กกต.โดยตลอด และการมอบนโยบายในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งก็จะเป็นช่วงที่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นการที่ชุดต่าง ๆ เหล่านี้จะลงไปปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อสืบสวนหาข่าว และไปดำเนินการในเรื่องที่คิดว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ตนก็ได้พยายามเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่โดยเข้มแข็งภายในกรอบกฎหมาย ให้เป็นที่พึ่งของคนทั่ว ๆ ไป แล้วถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมาก็จะรับผิดชอบร่วมกัน
นายตรี กล่าวต่อไปถึงเรื่องของการขายหวยผู้แทน ซึ่งในขณะนี้ มีร้องเรียนเข้ามาหลายจุด ในพื้นที่เลือกตั้ง 2 เขต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตนได้รับแจ้งยืนยันมาในขณะนี้ ว่าบริเวณชุมชนสะพานกอจ๊าน ชุมชนสะพานร่วม 1,2 ที่เกาะสิเหร่ หลายๆ จุด หรือซอยชุมชนแสนสุข ที่เริ่มดำเนินการขายหวยผู้แทน ในขณะนี้ ตนก็ได้บอกทางชุดเฉพาะกิจทุกชุดว่า ให้ไปดูแลว่าข่าวที่ได้มาเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน และเมื่อลงไปปฏิบัติในพื้นที่แล้ว พบว่าเป็นข่าวจริง มีการปฏิบัติจริง ก็ให้มีการปฏิบัติหน้าที่ให้เข้มแข็ง
ขณะที่ในเรื่องของการซื้อบัตรประจำตัวประชาชน นายตรี กล่าวว่า ในการซื้อขายบัตรประจำตัวประชาชน มีวิธีการโดยการจดบัตร จดรายชื่อบัตรประจำตัวประชาชน และบางกรณีก็จะเอาบัตรประจำตัวประชาชนไปแล้วก็ให้เงินมัดจำ โดยช่วงแรกอาจจะให้ 500 หรือ 1,000 บาทก่อน แล้วก็จะคืนบัตรประจำตัวประชาชนให้ในวันไปใช้สิทธิ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ จะนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งผู้สมัครสามารถจะเช็คได้ว่าผลคะแนนที่ออกมาสมดุลกันมากน้อยแค่ไหนกับที่จ่ายไป ซึ่งก็จะต่างกับการเลือกตั้งท้องถิ่น จะเอาบัตรทั้งหมดไปนับที่รวมคะแนน ที่ทาง กกต.กำหนดไว้ เมื่อซื้อสิทธิไปแล้วจะไม่สามารถรู้ได้ว่าหน่วยนั้น ที่พี่น้องประชาชนที่เอาเงินไปแล้วจะลงคะแนนให้หรือไม่อย่างไร แต่การเลือกตั้ง ส.ส.นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นคนที่ซื้อสิทธิไปแล้วเขาสามารถจะคำนวณ ได้ว่าเงินที่จ่ายไปกับคะแนนที่เขาได้รับสมดุลกันหรือไม่ เงินที่ใช้ในการวางมัดจำซื้อบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อไปใช้สิทธิแล้วถ้าคะแนนเป็นไปตามเป้าก็จะมีการจ่ายครั้งที่สอง โดยจะมีหัวคะแนนตามไปจ่ายตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก
"ในเรื่องของการซื้อบัตรประจำตัวประชาชน นั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ ส.ส.ทางภาคอีสานทำกันมาโดยตลอด แล้วตอนนี้มาระบาดที่จังหวัดภูเก็ตของเรา ถ้าย้อนหลังไปจริงๆ แล้ว ภูเก็ตถือว่าการเลือกตั้งทุกครั้งเกือบจะเรียบร้อยสมบูรณ์ การซื้อสิทธิขายเสียงจะไม่ระบาดเหมือนกับครั้งนี้ จากที่ได้ฟังข่าวบางกระแสมา หรือแม้แต่หวยใต้ดิน ที่ผมได้กล่าวไปแล้วหลายครั้ง ว่าจะได้ทั้งคนที่เป็นตัวเต็ง และคนที่เป็นมวยรองด้วย ก็เพิ่งจะเริ่มมาระบาดในที่จังหวัดภูเก็ต" นายตรี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประธาน กกต.ภูเก็ต ยังได้ขอความร่วมมือผู้สมัคร ให้หาเสียงอยู่ในกรอบของกฎหมาย ใครจะแพ้ หรือชนะ ให้ว่ากันไปตามที่พี่น้องประชาชนเลือกเข้ามา เพราะถ้าไปเล่นนอกกฎกติกา และผลสุดท้ายออกมา แล้วได้ใบเหลือง ใบแดง ก็จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้เสียทั้งภาษีพี่น้องประชาชนที่มาใช้ในการเลือกตั้ง แล้วก็เสียทั้งเวลา ฉะนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย จึงขอฝากไปยังผู้สมัครทุกท่าน ในการหาเสียงขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
***สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------------
ภูเก็ต ประชุม คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต หลังใหม่ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุม คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัด (ก.บ.จ.)ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการ ก.บ.จ. ซึ่งเป็นกลไกในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ รวมทั้งการจัดทำแผนจังหวัดแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณของจังหวัดนั้น ทางจังหวัดจึงได้กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการ ก.บ.จ. จังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 2/2554 เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2554 และการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตลอดจนการเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายจ่ายงบประมาณได้ แต่การดำเนินการดังกล่าวก็จะดำเนินการไปตามกรอบต่าง ๆ ที่วางไว้
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีหาเสียงช่วยผู้สมัครที่ภูเก็ตโค้งสุดท้าย 24 มิ.ย.นี้ ด้านเรวัตมั่นใจเสียงตอบรับจากชาวบ้านดีมาก พร้อมเดินหน้าทำให้ชาวภูเก็ตมีความสุขยิ่งขึ้น
นายเรวัต อารีรอบ ผู้สมัครส.ส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 มิ.ย. 2554 พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงอีกครั้งหนึ่ง ที่บริเวณสนามหญ้าโรงยางพารา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ภายหลังจากที่ได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงไปแล้วหนึ่งรอบที่บริเวณปลายแหลมสะพานหินเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ นำขุนพลทางภาคใต้มาพบปะกับชาวภูเก็ตจำนวนมาก
โดยการเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงในครั้งนี้นำทีมโดยนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และมีขุนพลของพรรคร่วมปราศรัยจำนวนมาก เช่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมัย เจริญช่าง ส.ส.กรุงเทพฯ นายอาคม เอ่งฉ้วน นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นต้น นายเรวัต กล่าวต่อว่า หลังจากลงพื้นที่พบปะชาวบ้านในพื้นที่เขต 2 ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากพี่น้องชาวภูเก็ตเป็นอย่างดี เนื่องจากชาวบ้านชื่นชอบผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ และในช่วงที่ตนทำหน้าที่
ส.ส.ภูเก็ตได้ผลักดันงบประมาณมาดำเนินการโครงการต่าง ๆ เช่น การยกระดับสถานที่อนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต ก่อสร้างแหล่งน้ำ พัฒนาโรงเรียน ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติ เป็นต้น ซึ่งประชาชนเห็นเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะเดินหน้าทำต่อไปและต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนในภูเก็ต คือ การแก้ไขปัญหาการจราจร เพราะขณะนี้เป็นที่ทราบแล้วว่าการจราจรในภูเก็ตติดขัดมากโดยเฉพาะตามแยกต่าง ๆ ในเวลาเร่งด่วน รวมไปถึงปัญหายาเสพติดที่มีการระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว เนื่องจากในปัจจุบันมีคนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาทำมาหากินในภูเก็ตจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมบ่อยครั้ง รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอ จะต้องมีการขอเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กับภูเก็ตในสอดคล้องกับจำนวนประชาชนที่อยู่จริงตามทะเบียนบ้านและประชากรแฝง และสุดท้ายคือการเพิ่มคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวภูเก็ตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
***จันจิรา สิตบุศย์ สนับสนุนข่าว ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
---------------------------------------
ภูเก็ต จัด “โครงการรณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ขณะที่รองผู้ว่าฯภูเก็ต วอนประชาชนทั้งหลายช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องจามจุรี 1 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมชี้แจงโครงการรณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายกิตติพงษ์ เหล่านิพนธ์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ วิทยากร ตอลอดจน นายจ้าง ลูกจ้าง คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ คณะกรรมการปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เจ้าหน้าที่ปลอดภัยในการทำงาน สหภาพแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 300 คน
นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ด้วยมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ในวัน อาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม 2554 ซึ่งการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการ และผู้ใช้แรงงาน มีหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กระทรวงแรงงานจึงได้มีการประกาศฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ขอความร่วมมือนายจ้าง สถานประกอบการกิจการ และผู้ที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ลูกจ้าง ไปเลือกตั้ง ส.ส. หรือเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยไม่ถือเป็นวันลาหรือวันหยุด
อย่างไรก็ตามทางสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต ได้เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดประชุมชี้แจง “โครงการรณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนสร้างเครือข่ายเพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลต่อไป
ด้านนายนิวิทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึงประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย หรืออำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่การที่ประชาชนทั้ง 64 ล้านคนในประเทศ จะเข้าไปปกครองบริหารประเทศทั้งหมดด้วยตนเองย่อมทำได้ยาก การเลือกตั้งจึงเป็นกลไกลหนึ่งของการใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเรียกกันว่า “ผู้แทนราษฎร” แต่การได้ผู้แทนราษฎรดังกล่าวจะต้องมีกระบวนการ มีวีธีที่สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับขอประชาชนโดยทั่วไป จึงขอความร่วมมือประชาชนทั้งหลายช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง
*** สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------------
ภูเก็ต ประชุมหน่วยเกี่ยวข้องเตรียมการ พิธีเปิด-ปิด การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์”ย้ำต้องยิ่งใหญ่ สวยงาม อลังการ ให้เห็นถึงคำว่าภูเก็ต
เมื่อเวลา 09.00 น. วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องโสตทัศนศึกษาใหม่ โรงเรียนสตรีภูเก็ต ครั้งที่ 1 นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์ ” โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ปิลวาสน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต นางสาวสดใส ตันสุธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้เป็นการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบให้แก่หน่วยงาน หรือโรงเรียนที่รับผิดชอบ ซึ่งวันนี้มีการเปิดวีดีทัศน์จัดงานในพิธีเปิด พิธีปิด และกำหนดงานของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีเปิด และพิธีปิด อาทิ ฝ่ายพิธีการ ฝ่ายการแสดงเปิด ปิด ฝ่ายพาเหรด ฝ่ายแปรอักษร ฝ่ายแสงสีเสียง ฯลฯ เป็นต้น ตลอดจนกำหนดกรอบงานของแต่ละฝ่ายให้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร งานการเงิน งานบริการอาหารเครื่องดื่มสำหรับครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาในการฝึกซ้อม งานติดต่อประสานงาน งานจัดเตรียมอุปกรณ์ งานสถานที่ งานรักษาความปลอดภัย งานยานพาหนะขนส่ง และงานฝ่ายสรุปผล รายงานผล ขณะเดียวกันเมื่อแต่ละฝ่ายได้แบ่งหน้าที่ให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือได้จัดสรรงบประมาณในการจัดงานของแต่ละฝ่ายต่อไป
ทั้งนี้มีเวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 7-8 เดือน จึงขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการของตน ให้เห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่างานพิธีเปิดและพิธีปิดต้องยิ่งใหญ่ สวยงาม อลังการ เพื่อทำให้คนไทยทั่วประเทศ ร่วมถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เล็งเห็นและจดจำได้ว่า สิ่งที่แสดงในพิธีเปิดและพิธีปิดคือจังหวัดภูเก็ต
*** สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
---------------------------
ภูเก็ต จัดประชุมคณะกรรมการ ศตส.จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6 / 2554
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่
นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการ ศตส.จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6 / 2554 โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบด้วย การสรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ,สรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน,สรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาในสถานศึกษา ,สรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูฯ สรุปผลการประชุมโต๊ะข่าวประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลเฝ้าระวัง
นายวีระวัฒน์ กล่าวถึง การสรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ในห้วงเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน ว่า ในห้วงดังกล่าวมี นักค้าสำคัญ เป้าหมาย 7 ราย จับกุมได้ 7 ราย นักค้ารายย่อย เป้าหมาย 150ราย ดำเนินการจับกุมได้ 104 ราย คดีจับกุมตามหมายจับ เป้าหมาย 10 ราย ดำเนินการจับกุมได้ 9 ราย เรื่องร้องเรียน เป้าหมาย 10 ราย 10 เรื่องและในห้วงเดือนตุลาคม 2553-เดือนตุลาคม 2554 ผลการจับกุม มีกัญชาแห้ง เป้าหมาย 215 ราย 234 คน ซึ่งมีปริมาณของกลาง 18,300 กรัม ยาอี จับกุมได้ 4 ราย ผู้ต้องหา 10 คน โคเคน จับกุมได้ 7 ราย ผู้ต้องหา 11 คน ยาไอซ์ จับกุมได้353 ราย ผู้ต้องหา 404 คน ยาแก้ไอ จับกุมได้ 3 ราย ผู้ต้องหา 3 คน ฯลฯ และผลสรุปของการประชุมคณะอนุกรรมการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน มีการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ส่วนการสรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาในสถานศึกษา ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้ว ซึ่งในแต่ละรอบเดือนนี้ มีการจัดการดูแลนักเรียนในสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งได้มีการแจ้ง และประสานกับโรงเรียนต่าง ๆ ให้รณรงค์ในเรื่องของปัญหายาเสพติด และแจ้งให้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมต่าง ๆให้แก่นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมด้วย นอกจากนี้ เมื่อมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ แล้วยังให้ทางโรงเรียนรายงานสภาพการใช้สารเสพติดของนักเรียนที่มั่วสุมกับยาเสพติด ทุก ๆ สามเดือน
นอกจากนี้ยังมีการสรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมความเข้มแข็งครอบครัว ได้มีการจัดกิจกรรมในเรื่องของการป้องกันยาเสพติด โดยมีครอบครัวต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม
*** อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป