เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ตประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 1
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ นายวิชาญ รัตนบุรี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 1 โดยมีนายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อำนวยการโครงการฯ นางสาวปิยรัตน์ เจริญทรัพย์ เลขาคณะกรรมการโครงการฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบไปด้วย ผลการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2553 และ2554 ซึ่งมีกรอบหลักประกอบด้วย กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร กรอบการใช้ประโยชน์ กรอบการสร้างจิตสำนึก นอกจากนี้ยังมีเรื่องแนวทางการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต ได้ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และเอกชน ให้เข้าร่วมสนองพระราชดำหริ โดยดำเนินงานกิจกรรมตามกรอบการดำเนินงานที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กำหนดไว้ ซึ่งได้มีผู้ประสงค์จะสนองพระราชดำริเพิ่มขึ้น และการจัดนิทรรศการในการประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย ก้าวสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจ ตลอดจน การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระยะ 5ปีที่ 5 (1 ตุลาคม 2554 -30 กันยายน 2559) กลุ่มที่ 8 กลุ่มจังหวัดที่ร่วมสนองพระราชดำริ
นายวิชาญ กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้จังหวัดภูเก็ตยังมีจุดเด่นที่สำคัญก็คือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงามมาก และเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเยอะ ทางจังหวัดก็เลยเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว มีหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วย เข้าร่วมโครงการด้วย
*** อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
นายสำราญ จินดาพล ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารตำบลฉลอง นำนักกีฬาเยาวชนเลือดเนื้อเชื้อไขชาวจังหวัดภูเก็ตเข้าพบผู้ว่าฯ
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 เวลา 09.00 น. ที่ห้องทำงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารตำบลฉลอง ตลอดจนผู้ปกครอง ของ ด.ช.ชินทันธ์ จักรทอง นักกีฬาเยาวชน เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
โดย ด.ช.ชินทันธ์ จักรทอง นักกีฬาเยาวชน อายุ 13 ปี ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนโสมาภานุสสรณ์ รามอินทรา กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต แต่เมื่อได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาเยาวชน ทางโรงเรียนโสมภานุสรณ์รามอินทรา กรุงเทพฯ จึงดึงตัวให้เข้าไปศึกษาที่โรงเรียนโสมภานุสรณ์รามอินทราฯ ซึ่งตอนที่อยู่ภูเก็ตได้เป็นตัวแทนของเทศบาลเมืองภูเก็ต ตั้งแต่อายุ 10 ขวบขึ้นไป ซึ่งโรงเรียนแรกที่ได้ศึกษา และเริ่มเล่นกีฬาฟุตบอล คือโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา โดยขณะศึกษาอยู่โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาได้เล่นกีฬาฟุตบอลมาโดยตลอด ซึ่งตั้งแต่ ป.3 เป็นตัวแทนในนามเทศบาล และตัวแทนจังหวัด ล่าสุดได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันฟุตบอล จากประเทศมาเลเซีย และหลังจากนี้ต้องไปเล่นกีฬาเยาวชนไทยลีก เพื่อเป็นตัวแทนของพัทยายูไนเต็ด เพื่อไปแข่งขันที่สนามเมืองทอง กรุงเทพฯ เป็นรุ่นน้องเยาวชนไทยลีกของทีมรุ่นพี่ที่เป็นไทยลีกอยู่ขณะนี้
นางพัชมณฑ์ จักรทอง มารดาของ ด.ช. ชินทันธ์ จักรทอง นักกีฬาเยาวชน กล่าวว่า มีความภูมิใจมาก ที่บุตรชายได้นำชื่อเสียงกลับมายังจังหวัดภูเก็ต และนำชื่อเสียงกลับมาให้หมู่บ้านฉลอง ทำให้ลูกได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และที่สำคัญการประสบความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นการฝึกให้บุตรชายได้มีความอดทน กล้าหาญ และมีความมั่นใจในทุกๆด้าน ทำให้รุ่นน้องที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นได้เห็นเป็นตัวอย่าง และสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ รุ่นต่อไป เพราะกว่าจะได้มาไม่ได้ง่าย ซึ่งจะต้องผ่านการคัดเลือกจากจำนวนเด็กที่เยอะมาก และเด็กที่ได้ถูกคัดเลือกจะเป็นเด็กภูเก็ตแค่คนเดียว คือ ด.ช.ชินทันธ์ จักรทอง นอกจากนั้นจะเป็นเด็กจากภาคกลางทั้งหมด จึงทำให้ผู้ปกครองมีความภาคภูมิใจมากสำหรับความสำเร็จของบุตรชายในครั้งนี้
***อารยา ตุลา ข่าว/ภาพ/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------
ตร.ภูเก็ตเตรียมความพร้อมอำนวยความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง ส.ส.54 ย้ำต้องทำตัวเป็นกลาง
เมื่อวานนี้ (12 มิ.ย. 54) ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ พล.ต.ต. พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อมอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 2554 โดยมี พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ พ.ต.อ.พรศักดิ์ นวนหนู และพ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายกิตติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผอ.กกต.ภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้น ที่ปฏิบัติการงานด้านการเลือกตั้งเข้าร่วม กว่า 1,000 นาย
พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า ได้เน้นย้ำนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะการวางตัวเป็นกลางทั้งนี้จะต้องไม่มีพฤติกรรมที่จะให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคการเมืองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะหากพบว่ามีการกระทำผิดจะถูกดำเนินการทางวินัย นอกจากนี้ยังได้กำชับเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการดูแลบริเวณหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เพื่อป้องกันการกระทำผิดของผู้ที่อาจจะก่อเหตุ โดยได้ร่วมมือกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง และหน่วยอื่น ๆ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการรายงานผลการนับคะแนนด้วย
อย่างไรก็ตามในส่วนของการร้องเรียนนั้น พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นหนังสือมายังตำรวจอย่างเป็นทางการ จะมีการร้องเรียนและแจ้งผ่านทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง การเล่นการพนันผลการเลือกตั้ง ส.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตัวไม่เป็นกลางซึ่งมี 2 ราย แต่เป็นพฤติกรรมที่ไม่รุนแรง โดยเป็นการพูดคุยในที่สาธารณะโดยไม่ระมัดระวังทำให้ถูกมองว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสม
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
ตร.ภูเก็ตวิสามัญคนร้ายตาย 1 เจ็บ 1 หลังยิงตำรวจจราจรในพื้นที่กะรน
ตำรวจภูเก็ตวิสามัญคนร้ายตาย 1 เจ็บ 1 หลังก่อเหตุยิงตำรวจจราจรในพื้นที่กะรน ขณะสกัดจับหลังได้รับแจ้งมีชายวัยรุ่นท่าทางมีพิรุธขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในพื้นที่ พบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ใกล้คนตายขณะที่คนเจ็บพบกระสุนปืนเพียบ เจ้าหน้าที่ตรวจเส้นทางหนีต้องตะลึงหลังพบคนร้ายโยนแผ่นหนังเสือและแผ่นทองแดงลงอักขระไว้ตลอดทางขณะที่ตัวคนร้ายทั้ง 2 คนพกของขลังจำนวนมาก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2554 พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง สารวัตรเวร สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ถูกเจ้าหน้าที่อีกชุดที่ติดตามจับกุมปิดล้อมมีการยิงปะทะกันจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ซอยเกศขวัญ ถนนปฎัก ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากนั้น พ.ต.อ.โกมล วัตรกรณ์ รองผู้บังกับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดภูเก็ต ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรฉลอง เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ แพทย์จากโรงพยาบาลเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นอาคารที่กำลังก่อสร้างตึก 3 ชั้น พบชายวัยรุ่นถูกยิงเสียชีวิตอยู่ระหว่างประตู 1 คน และผู้มีได้รับบาดเจ็บ 1 คน นอนอยู่ในห้องของอาคารที่กำลังก่อสร้าง และร่วมกันชันสูตรพลิกศพคนร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิตทราบชื่อ คือนายอดิศร ทองย่น อายุ 18 ปี ชาว ต.เชิงทะเล สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ ตรวจสอบในเบื้องต้นพบอาวุธปืน.38 จำนวน 1 กระบอก มีดพกสั้นจำนวน 1 ด้าม ที่ร่างกายมีบาดแผลถูกยิงหลายจุดและที่เอวของคนร้ายพบเครื่องรางของขลังจำนวนมาก
ส่วนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บคือนายสมคิด คงถิ่น อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/3 ม.3 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินและสวมทับด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตสีกากีคล้ายเสื้อของทหารและสวมกางเกงลายพราง ซึ่งนอนร้องครวญครางอยู่ในห้องไม่ห่างจากผู้เสียชีวิต โดยถูกยิงเข้าที่บริเวณขาขวา และข้อมือตรวจสอบพบซองอาวุธปืน 1 ซอง มีด 1 ด้าม และกระสุนปืน จุด 38 ซึ่งใส่อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำจำนวน 35 นัด มีหมวกแก็ปคล้ายของตำรวจ ซองใส่บัตรประจำตัวคล้ายของตำรวจ และใส่เครื่องรางของขลังที่เอวจำนวนมาก
จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ฉลอง กำลังขับรถตรวจการณ์ตามปกติ ในพื้นที่ตำบลราไวย์ จนกระทั่งมาถึงบริเวณหนองน้ำในหาน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบชายวัยรุ่น 2 คน ขับขี่รถจักรยายนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาวเหลือง หมายเลขทะเบียน ขฉร 199 ภูเก็ต มีท่าทางมีพิรุธโดยเอามือจับกระเป๋าที่ซุกไว้ระหว่างคนขับและคนซ้อนท้าย โดยคนขับมีลักษณะผอมสูง ส่วนคนซ้อนท้ายมีลักษณะอ้วนใหญ่ จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่ยอมหยุด และได้เร่งเครื่องขับรถหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ประสานไปยังศูนย์วิทยุ สภ.ฉลอง ให้ช่วยแจ้งสกัดจับ
โดย ขณะนั้น ส.ต.อ.หัฐพร ทองขาวบัว ผบ.หมู่งานจราจร สภ.ฉลอง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ต.กะรน พบเห็นบุคคลต้องสงสัยตามแจ้งที่บริเวณแยกหน้าร้านอาหารต้มยำกุ้ง ต.กะรน จึงได้ขับรถตามมาแต่คนร้ายก็พยายามขับรถหนีจนตำรวจตามมาเจอที่หน้าโรงแรมบริเวณโรงแรมอาทีน่า ซอยเกศขวัญ พยายามเรียกเพื่อขอตรวจค้น แต่คนร้ายได้ชักปืนยิงเข้าใส่ตำรวจทันที กระสุนโดนที่บริเวณขาทั้ง 2 ข้าง จำนวน 4 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชักอาวุธปืนประจำกายยิงเข้าใส่คนร้ายซึ่งได้จบบาดเจ็บเลือดไหลเป็นทาง แต่คนร้ายยังพยายามขับรถหลบหนีเข้าไปในซอยโดยขับรถไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีเข้าไปทางด้านข้างของโรงแรม ซึ่งเป็นป่ากล้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งและติดตามจับกุมคนร้ายอีกชุดจึงเข้าทำการปิดล้อม คนร้ายได้ยิงเข้าใส่เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งโดยเจ้าหน้าที่ยิงสวนกลับไป หลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในอาคารที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเมื่อเสียงปืนสงบลงทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าตอง
พ.ต.อ.โกมล กล่าวว่า จากการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณเส้นทางที่คนร้ายวิ่งหนีเพื่อค้นหาอาวุธปืนที่คาดว่าน่าจะถูกทิ้งหรือตกหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ยิง พบว่าตลอดเส้นทางที่คนร้ายวิ่งหนีพบแผ่นหนังเสือขนาดต่างๆตั้งแต่ 3 นิ้วประมาณ 7 แผ่น นอกจากนั้นยังมีแผ่นทองแดงที่ลงอักขระอีกจำนวนมาก ที่ถูกคนร้ายโยนทิ้งไว้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าคนร้ายทั้ง 2 เกี่ยวของกับคดีอะไรบ้าง
***สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว
--------------------------------------------
สสจ. จังหวัด หารือเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง เชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพ ใน รพ.สต. จังหวัดภูเก็ต
เมื่อเวลา 09.00 น. วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเมโทรโพล อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ศักดิ์ แท่นชัยสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ. สต.) จังหวัดภูเก็ต โดยมี นาแพทย์เกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ดร. ประพรศรี นรินทร์รักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นางสุธิมา สงวนศักดิ์ สำนักประสานการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตลอดจนคณะกรรมการพัฒนา รพ. สต. ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 200 คน
ดร. ประพรศรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นในการปรับปรุงระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยการยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เปลี่ยนจากเน้นงานรักษาพยาบาลแบบตั้งรับ มาเป็นการดำเนินงานเชิงรุกโดยการส่งเสริมให้มีการสร้างสุขภาพของบุคคล ครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะมีผลทำให้ระบบบริการสุขภาพในภาพรวมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดปริมาณผู้ป่วยที่ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ลง รวมถึงลดภาวะใช้จ่ายของประชาชนและประหยัดงบประมาณของชาติในระยะยาว และมีนโยบายพัฒนาคุณภาพและบริการ ตามนโยบายโรงพยาบาลสาธารณสุขยุคใหม่ เพื่อคนไทยดี มีรอยยิ้ม (รพ.3 ดี) คือ บรรยากาศดี, บริการดี และบริหารจัดการดี เพื่อให้เกิดมาตรฐานและบริการด่านหน้าเป็นที่ประทับใจของประชาชน ลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตได้ยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในปีงบประมาณ 2553 จำนวน 6 แห่ง และขยายเต็มพื้นที่จังหวัดในปีงบประมาณ 2554 รวม 21 แห่ง
“การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการพัฒนา รพ.สต. ตลอดจนร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพระบบบริการสุขภาพ และแผนความต้องการจัดการเรียนรู้โดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐาน อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ ภายในงานมีการมอบโล่รางวัลแก่ท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอำเภอที่มีผลงานดีเด่น ประกอบด้วย รางวัลท้องถิ่นดีเด่นด้านมีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งด้านสุขภาพ จำนวน 8 แห่ง, รางวัลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 4 แห่ง , รางวัลโรงพยาบาลยุคใหม่เพื่อคนไทยสุขภาพดีและมีรอยยิ้ม ระดับ The Best จำนวน 11 แห่ง และรางวัลโรงพยาบาลอำเภอต้นแบบสร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพด้วยกระบวนการจัดการเรียนโดยใช้บริบทชุมชนเป็นฐาน จำนวน 1 แห่ง” ดร. ประพรศรี กล่าว
ด้านนายแพทย์ศักดิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลส่งสุขภาพตำบลจังหวัดภูเก็ตมีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับ และยังพบว่าจังหวัดภูเก็ตได้ขับเคลื่อนนโยบาย 3 ดี นโยบายเรื่องการสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพโดยมีส่วนร่วมจากชุมชน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนโดยใช้บริบทเป็นฐาน ซึ่งหันมาเน้นการพัฒนาระบบคุณภาพการให้บริการ ในหน่วยบริการที่เป็นปราการด่านหน้า เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพให้ประชาชน สามารถดูแลสุขภาพตนเองทางสุขภาพได้ในที่สุด
*** สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-------------------------------------
“กิเลนทะเลใต้” เอฟซี ภูเก็ต อัด “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี 4-1
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2554 เวลา 18.00 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และประธานสโมสรเอฟซีภูเก็ต พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และรองประธานสโมสรเอฟซีภูเก็ต นายอาซิ่น อร่ามเมธาพงศา ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ กองเชียร์ และแฟนคลับ ร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกดิวิชั่น 1 ระหว่างทีม “กิเลนทะเลใต้” เอฟซีภูเก็ต เจ้าบ้าน กับทีมเยือน “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ณ สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต
สำหรับการแข่งขันในนัดนี้ “กิเลนทะเลใต้” เอฟซีภูเก็ต ยังโชว์ฟอร์มเก่งในบ้านเอาชนะ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ไป 4-1 ส่งผลให้เอฟซี ภูเก็ต เก็บ 3 คะแนน ซึ่งสร้างความดีใจให้กับเหล่าแฟนบอล กองเชียร์ ที่มาเป็นกำลังใจให้กับทีมเอฟซีภูเก็ตเป็นอย่างมาก.
***ปชส. อบจ. ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว
----------------------------------------
นักวิ่งมาราธอนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลกกว่า 4 พันคน ร่วม แข่งขันลากูน่าภูเก็ต มาราธอนนานาชาติ.
การแข่งขัน ลากูน่าภูเก็ตมาราธอนนานาชาติ ที่จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติว่า 4 พันคน อาทิ จาก สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกา รายการนี้เป็นมาราธอนสไตล์ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย
จุดปล่อยตัวนักกีฬาบริเวณภายในโรงแรมลากูน่า วิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดภายในพื้นที่โรงแรมเครือลากูน่า ตำบลเชิงทะเล โดยเส้นทางที่ผ่านแวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพอันสวยงาม ผ่านธรรมชาติป่าเขตร้อน สวนยางพารา ชายหาดที่สวยงาม และหมู่บ้านชนบทการแข่งขัน ประกอบด้วย วิ่งมาราธอนระยะทาง 42 กิโลเมตร ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กิโลเมตร และวิ่งยุวชน 2 กิโลเมตร
ผลการแข่งขัน วิ่งมาราธอนระยะทาง 42 กิโลเมตร ตกเป็นของ นักวิ่งปอดเหล็กจากรัสเซีย วัยเพียง 22 ปี เชเวลอฟ คุดยาคอฟ โดยทำสถิติใหม่ 2 ชั่วโมง 33 นาที 51วินาที ทิ้งห่างรองอันดับหนึ่ง คริสโตเฟอร์ พอลเลตต์ ชาวอเมริกันที่วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 51 นาที 24 วินาที ตามด้วยรองอันดับสอง เล็กคำ กระหลัดหลวง นักวิ่งปอดเหล็กจากไทยที่วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 54 นาที 31 วินาที
ส่วนการวิ่งมาราธอนประเภทหญิง นักวิ่งสาวจากฟินแลนด์ มารี คูรีย์ เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกโดยทำเวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที 46 วินาที ตามมาด้วยโมร่า โลเว่ จากสหราชอาณาจักร ที่ทำเวลา 3 ชั่วโมง 39 นาที 07 วินาที และอันดับสามแอนเจล่า สตีเฟน จากประเทศออสเตรเลีย ทำเวลา 3 ชั่วโมง 42 นาที 45 วินาที.
***สทท.11 ภูเก็ต สนับสนุนข่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป