25 เรือนจำ/ทัณฑสถาน 14 จว.ภาคใต้ ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์คุณภาพ ในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 8 วันแรกประชาชนแห่ร่วมงานแน่น
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 3 มิ.ย.ที่เวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุรินทร์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนาพฤตินิสัย เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2554 พร้อมเป็นประธานมอบเกียรติบัตรชนะเลิศผลการประกวดผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ให้แก่ผู้ชนะการประกวด รวมถึงมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับนักแสดง และมอบของที่ระลึกให้กับผู้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ โดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ผู้บัญชาการเรือนจำ ทัณฑสถาน จาก 14 จังหวัดภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานต่างๆ บริษัท เอกชน มูลนิธิ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมในพิธีเปิด และเที่ยวชมภายในงาน
นายสุชน ดำกระเด็น ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ในฐานะทำหน้าที่ประธานเขต 8 ในนามของเรือนจำและทัณฑสถาน 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า ด้วยกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้เห็นชอบให้เรือนจำจังหวัดภูเก็ต เป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 8 ขึ้น ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 3-12 มิ.ย.54 ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น.
การจัดงานนิทรรศการครั้งนี้ มีเรือนจำและทัณฑสถานในเขต 8 และ เขต 9 รวม 25 แห่ง ได้นำผลิตภัณฑ์อันเกิดจาการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งผลิตจากฝีมือของผู้ต้องขังมาจำหน่าย งานนิทรรศการครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ภารกิจของเรือนจำและทัณฑสถานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมภายนอก เป็นการนำผลิตภัณฑ์งานด้านการฝึกวิชาชีพสาขาต่างๆ ในระหว่างต้องโทษออกเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อต้องการให้ประชาชนโดยทั่วไป ได้มีโอกาสเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ที่มีความคงทน ประณีตสวยงาม คุณภาพดี และราคาประหยัด ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งรายได้จากการจำหน่ายสินค้าจะเป็นทุนหมุนเวียนในการฝึกวิชาชีพให้กับผู้ต้องขังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมทั้งกำไรจากการจำหน่ายจะแบ่งปันผลให้กับผู้ต้องขังเพื่อให้ผู้ต้องขังเป็นค้าใช้จ่าย ขณะต้องโทษในเรือนจำ อันเป็นการลดภาระของครอบครัวและผู้ต้องขังสามารถเก็บเงินรางวัลปันผลเป็นทุนสำรองในการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้
***สารภี ศรีธรรมรัตน์ / สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------
อบจ.ภูเก็ต ร่วมจัดอบรมผู้ประกอบการบริการอาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2554 เวลา 09.00 น. นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมผู้ประกอบการบริการอาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุมศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายจีระศักดิ์ ท่อทิพย์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ผู้ประกอบการจากสถานประกอบการต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 70 คน เข้าร่วมการอบรม ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.ปรีชา อนุรักษ์ และนายนัสเซอร์ มาลาวัยจันทร์ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านฮาลาล
นายจีระศักดิ์ ท่อทิพย์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต และชมรมธุรกิจฮาลาล จัดอบรมผู้ประกอบการบริการอาหารฮาลาลขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจฮาลาลในจังหวัดภูเก็ต และวางแนวทางการให้บริการอาหารฮาลาลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อเตรียมความพร้อมและส่งเสริมให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการสถานประกอบการด้านฮาลาลสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม โดยได้กำหนดให้มีการอบรมฯ จำนวน 4 ครั้ง และในการจัดอบรมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งได้จัดอบรมครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ไปแล้ว
ปัจจุบัน แนวโน้มตลาดอาหารมุสลิมมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ประกอบการธุรกิจฮาลาล ถือเป็นตัวกลางหนึ่งที่สำคัญในตลาดอาหารฮาลาล เนื่องจากอาหารฮาลาล เป็นอาหารที่ไม่มีสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลามเจือปน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวมุสลิมในการบริโภค ข้อห้ามสำหรับการบริโภคของชาวมุสลิมมีหลายประการ ซึ่งต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง จึงจะสามารถขอรับรองตราฮาลาล ที่เป็นตราติดบนสลากผลิตภัณฑ์อาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์อาหารนั้นเป็นที่ฮาลาลสำหรับมุสลิมใช้บริโภค ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการอาหารฮาลาลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล สามารถปฏิบัติถูกต้องตามหลักศาสนาเป็นที่เชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม จึงจำเป็นต้องมีการอบรมผู้ประกอบการบริการอาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวขึ้น”
ทางด้าน นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “ผู้ประกอบการธุรกิจฮาลาลเป็นตัวกลางที่สำคัญสำหรับธุรกิจฮาลาล หากผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ก็จะส่งผลให้ธุรกิจฮาลาลในระดับจังหวัด รวมไปถึงระดับประเทศขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากในปัจจุบัน อาหารฮาลาล เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสังคมไทย มิใช่เพียงแต่ชาวไทยมุสลิมที่จำเป็นต้องบริโภคอาหารฮาลาลเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการซึ่งต้องการผลิตอาหารฮาลาลจำหน่ายแก่ผู้บริโภคมุสลิมในประเทศ และผลิตเพื่อการส่งออกในตลาดโลกมุสลิม ก็จำเป็นต้องให้ความสนับสนุนอย่างจริงจังและดำเนินกระบวนการผลิตอาหารฮาลาลให้ถูกต้องตามบัญญัติศาสนาอิสลามและระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าในตลาดท่องเที่ยวทั้งใหม่และเก่าหันกลับมาท่องเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น
***ปชส. อบจ.ภูเก็ต/สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
------------------------
ตำรวจภูเก็ตเร่งตามล่า โจรบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนปลอม จี้ร้านทองธเนศ 2 กลางเมืองภูเก็ต กวาดทองคำหนัก 200 บาทหลบหนีไปได้.
พ.ต.ท.ยงยุทธ์ กรองมาลัย สารวัตรเวร สภ.เมืองภูเก็ต เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายเข้าจี้ร้านทอง ธเนศ 2 ถนนปฏิพัทธ์ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อเวลาเที่ยงวันที่ผ่านมา (4 มิ.ย. 54)
จากการสอบสวน นางจันทนา ธเนศธนะสมบัติ์ เจ้าของร้าน ให้การว่า ได้มีผู้ชายสวมเสื้อยืดสตาร์บัค กางยีนส์ เข้ามาทำทีเป็นมาซื้อทอง เมื่อหยิบทองหนัก 1 บาทให้ดู คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนมาจี้ เมื่อสังเกตเห็นว่าเป็นปืนปลอม จึงได้ใช้ปืนจริงขนาด .38 มม.ออกมาต่อสู้ แต่ถูกคนร้ายแย่งไปได้ จากนั้นได้กวาดเอาสร้อยคอทองคำหนัก 1 - 3 บาท จำนวนหลายเส้น น้ำหนักรวมประมาณ 200 บาท วิ่งออกจากร้านแล้วขับรถจักรยนต์หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.จรูญ พลายด้วง รองผู้กำกับ สภ.เมืองภูเก็ต สั่งให้ตำรวจสายตรวจ ประสานกับตำรวจทั่วจังหวัดภูเก็ต ออกสกัดจับ ต่อมาตำรวจได้พบจักรยานยนต์ สีขาว-ส้ม หมายเลขทะเบียน ขทค-6 ภูเก็ต จอดทิ้งอยู่ที่หมู่บ้านอนุภาษณ์มโนรมณ์ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นคันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ มีพยานเห็นว่า ได้มีรถยนต์ฟอร์ด สี่ประตู สีน้ำเงินมารับตัวคนขับจักรยานยนต์หลบหนีไป และยังตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ถูกเช่ามาจากร้านรถเช่าแห่งหนึ่งที่หาดป่าตอง ขณะนี้ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบ เพื่อติดตามตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วน คาดว่ายังหลบอยู่ในพื้นที่.
***สทท. 11 /สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------
ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รณรงค์การซื้อสิทธิ – ขายเสียง
โดยรณรงค์ฯ 3 ครั้ง ทั้ง 3 อำเภอ ประเดิมครั้งแรกในวันที่ 9 มิถุนายน 54 ที่บริเวณถนนบางลา หาดป่าตอง เพื่อปลุกให้ประชาชนชาวภูเก็ตได้ตระหนัก และปลูกฝั่งความเป็นประชาธิปไตยให้กับเยาวชนรุ่นใหม่มากขึ้น พลตำรวจตรี พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึง ช่วงใกล้การเลือกตั้ง ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการรณรงค์ในเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียงพอสมควร ซึ่งผู้สมัคร ส.ส จังหวัดภูเก็ต มีการเดินหาเสียงกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่นิยมใช้การปราศรัยในการหาเสียง และทุกพื้นที่ ที่ผู้สมัคร ส.ส. ลงไปหาเสียงจะมีจำหน้าที่ตำรวจคอยดูแล ขณะเดียวกันด้านความรุนแรงด้านอื่น ๆ ยังไม่มี นอกจากการทำลายป้าย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นคาดว่าไม่ได้เป็นทีมงาน หรือการกระทำของพรรคการเมืองใดการพรรคเมืองหนึ่ง โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มที่ไม่พอใจเรื่องส่วนตัว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็มีไม่มาก แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง
“สำหรับเรื่องหัวคะแนนดูแล้วความขัดแย้ง ที่เชื่อมไปถึงความรุนแรงนั้นไม่มี ส่วนใหญ่จะรู้จักกันหมด รู้ว่าใครอยู่ฝ่ายไหนทีมไหน รวมถึงทีมไหนที่ชอบอยู่ในใจก็รู้ ดังนั้นโอกาสที่จะเปลี่ยนทัศนคตินั้นค่อนข้างยาก” พลตำรวจตรี พิกัด กล่าว
ทั้งนี้การรณรงค์การซื้อสิทธิ - ขายเสียง เบื้องต้นมีแผนการ โดยวันที่ 9 มิถุนายน 2554 ที่บริเวณถนนบางลา หาดป่าตอง โดยระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 โรงพัก คือ สถานีตำรวจภูธรทุ่งทอง สถานีตำรวจภูธรกะทู้ และสถานีตำรวจภูธรกมลา รวมถึงระดมภาคเอกชนทุกภาคส่วน อาทิ โรงแรม สถานบริการ โรงงาน หน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนทุกชุมชนทุกหมู่บ้าน และมีพี่น้องประชาชนมาร่วมโดยทาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท) ส่งคนมาร่วมรณรงค์ดำเนินการการซื้อสิทธิ - ขายเสียงในครั้งด้วย เพื่อกระตุ้นกันในเรื่องการซื้อสิทธิ - ขายเสียง ให้ประชาชนชาวภูเก็ตได้ตระหนักถึงการซื้อสิทธิ-ขายเสียง ตลอดจนให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม คาดว่าการรณรงค์ครั้งนี้น่าจะประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตามในวันที่ 16 จะดำเนินการรณรงค์การซื้อสิทธิ - ขายเสียง ที่บริเวณอนุสาวรีย์เทพกษัตรี- ท้าวศรีสุนทร โดยร่วมกัน 3 โรงพักเช่นเดียวกัน คือ สถานีตำรวจภูธรถลาง สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล และสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรชัย เป้าหมายผู้เข้าร่วม คือ นิสิตนักศึกษา เป็นส่วนใหญ่
ขณะที่ในเขตเมืองมีความตั้งใจ มีการดำเนินการรณรงค์ หลังจากการรณรงค์ฯ ทั้ง 2 พื้นที่ข้างต้นแล้วเสร็จ โดยคาดว่า นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจะเป็นผู้นำในการรณรงค์ฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีประชากรมาก อีกทั้งมีส่วนราชการ สามารถระดมผู้เข้าร่วมรณรงค์ได้มาก โดยมี สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรฉลอง
“การรณรงค์การซื้อสิทธิขายเสียงในจังหวัดภูเก็ต ที่กำลังจะเริ่มดำเนินการนี้ เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีกระแสข่าววิพาก วิจารณ์ การซื้อสิทธิ – ขายเสียงมาก จึงต้องเร่งดำเนินการปลุกให้ประชาชนชาวภูเก็ตได้ตระหนัก ได้เข้าใจ ได้รู้ ว่าผู้รับเงินก็ผิด ส่วนผู้ให้ก็ผิด นอกจากนี้มีการปฏิญาณตน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมรณรงค์ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสามารถปลูกฝั่งความเป็นประชาธิปไตยให้กับเยาวชนรุ่นใหม่มากขึ้น ” พลตำรวจตรี พิกัด กล่าว
พลตำรวจตรี พิกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านชุดประจำหน่วย เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้งนั้นก็มีความพร้อม โดยมีเจ้าหน้าที่ กว่า 600 ราย ทั้งชุดสำรอง ชุดเคลื่อนที่เร็ว และชุดทีประจำอยู่ทุกโรงพักให้เตรียมความพร้อมไว้ตลอด ส่วนเรื่องหีบบัตร หลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มิถุนายน 2554 แล้ว ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับทาง กกต. ว่าจะให้หน่วยงานไหนรับผิดชอบดูแล ส่วนถ้าฝากไว้กับทางตำรวจก็ยินดี และดูแลอย่างโปร่งใส
***สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------
ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมนปส.ตำรวจท่องเที่ยว จับ เฮโรอีนกว่า 300 กรัม มูลค่ากว่า 5 แสนบาท อาวุธ พร้อมระบุหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นสมาชิกอบต.แห่งหนึ่งในภูเก็ต
เมื่อเวลา 09.30 น. วันเสาร์ ที่4 มิถุนายน 2554 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 รวมกันแถลงผลกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยปราบปรามยาเสพติดจับกุมผู้ต้องหาพร้อมเฮโรอีนจำนวน 4 คน ประกอบด้วยนายอุดม รัตนมณี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมของกลางเฮโรฮีนจำนวน 59.75 กรัม อาวุธปืนขนาด9มม.จำนวน 1 กระบอก ซึ่งจับกุมได้จากการวางแผนล่อซื้อ นอกจากนั้นยังจับนายนาคิน วิสุทธารมณ์ นายวิชัย กองทัพ และนายพรศักดิ์ วันทอง ชาวจังหวัดภูเก็ต โดยจับกุมได้พร้อมของกลางเฮโรอีนจำนวน 310.63 กรัม กัญชาสดประมาณ 3 กิโลกรัม อาวุธปืนขนด 9 มม. 1กระบอก ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่ขนำบนเขา ม.1 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รวมมูลค่าของกลางเฮโรอีนที่จับกุมได้ในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
สำหรับพฤติกรรมการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายอุดม มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดจึงได้วางแผนให้สายลับติอต่อซื้อเฮโรอีนจากผู้ต้องหา เมื่อผู้ต้องหานำเฮโรอีนมาส่งให้สายลับทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุมโดยจับกุมได้พร้อมของกลาง หลังจากนั้นนำตัวมาสอบสวนขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 3 คน คือนายนาคิ นายวิชัย และนายพรศักดิ์ พร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเลสอบสวนขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า สำหรับการจับกุมเอโรฮีนในครั้งนี้ถือเป็นรายใหญ่ในภูเก็ต ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้ในครั้งนี้มีตำแหน่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นมีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้คิดว่าจะต้องอาศัยเครือข่ายในพื้นที่ในการแจ้งเบาะแสการจับกุมซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งมากขึ้นเพื่อทำให้ทุกชุมชุมทุกหมู่บ้านเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด
*** สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป