จัดหางานจังหวัดภูเก็ตเปิดศูนย์ One Stop Service จดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 15 มิ.ย. - 14 ก.ค. นี้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. 54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมหารือการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีนายนภดล พลอยอยู่ดี จัดหางานจังหวัดภูเก็ต พร้อมส่วนราชการฝ่ายปกครอง สาธารณสุข เทศบาล เข้าร่วม
นายนภดล กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2554 เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ โดยมีมาตรการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา เพื่อผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้เป็นการชั่วคราวระหว่างรอการส่งกลับเป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมหารือรายละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการ
กรมการจัดหางานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ประกอบด้วยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรมการปกครอง กองทัพไทย กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการจัดหางาน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ระยะเวลาดำเนินการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ดำเนินการจดทะเบียนเป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2554 ส่วนการดำเนินการในรูปแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ดำเนินการ ณ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร 50 เขต ในส่วนภูมิภาคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานจัดหางานจังหวัด ประสานการดำเนินการร่วมกันถึงความพร้อมในการดำเนินการแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมหรือความจำเป็นของแต่ละจังหวัด สำหรับจังหวัดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดไม่มีความพร้อมไม่เหมาะสมหรือไม่จำเป็นต้องดำเนินการแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เนื่องจากมีนายจ้างและแรงงานต่างด้าวจำนวนไม่มากนัก สามารถให้บริการตามขั้นตอนปกติของแต่ละหน่วยงานได้ให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติของแต่ละหน่วยงาน ประกอบด้วย การแจ้งจำนวนคนต่างด้าวและการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนประวัติของคนต่างด้าว (ท.ต.1) เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2554 ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2554 (30วัน) การขอนัดตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2554 ถึงวันที่ 12 กันยายน 2554 (90 วัน) การยื่นคำขออนุญาตทำงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2554 (120 วัน)
**โสภณ เคี่ยมการ /ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
-------------------------------------------------
ทัพเรือภาคที่ 3 นำประชาชน กว่า 500 คน ร่วมปลูกป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปีมหามงคล 84 พรรษา 5 ธันวามหาราช
วันนี้(2 มิ.ย.54) ที่บริเวณศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปลูกป่าชายเลน
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา ใน 5 ธันวาคม 2554 โดยมี นาวาเอก ปริญญาธรรม พูลพิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 3 และข้าราชการทัพเรือภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนสถานศึกษา และชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ที่เข้าร่วมกิจกรรม
พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ประธานในพิธี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำรัสในการพัฒนาและปลูกป่าชายเลน และเป็นการปลูกต้นไม้เนื่องในโอกาสใกล้กับวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ซึ่งทางองค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก การปลูกป่าชายเลน ในวันนี้ มีพันธุ์กล้าไม้ 1,290 ต้น และ ฝัก 10,000 ฝัก มีพื้นที่ในปลูกป่าชายเลน จำนวน 30 ไร่ โดยมี หน่วยงานจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต สถานีรายงานภูเก็ต (กองทัพอากาศ) สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต โรงเรียนเมืองถลาง โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา (ในพระอุปถัมภ์ฯ) มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอก โรงเรียนบ้านแหลมทราย โรงเรียนบ้านป่าคลอก โรงเรียนบ้านพารา และรวมทั้งประชาชนทั่วไปเกือบ 500 คน เข้าร่วมในพิธีฯ ณ บริเวนศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต หมู่ที่ 4 บ้านพารา ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
“สาเหตุที่เลือกบริเวณดังกล่าวเพราะบ้านป่าคลอกเป็นพื้นที่สีเขียวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพดำรงอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งทางทะเล ชายฝั่ง และบนบก โดยทั้งสามส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน จนทำให้เกิดสังคมวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญยิ่งของจังหวัด สำหรับป่าชายเลนถือเป็นแหล่งสะสมอาหาร และที่พักพิงของสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา นานาชนิด โดยเฉพาะอย่างเป็นที่อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา นอกจากนี้ป่าชายเลนยังเป็นตัวช่วยควบคุมระดับอุณหภูมิชายทะเล ไม่ให้ร้อนจัด เย็นจัด หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไป รวมทั้งยังเป็นแหล่งที่ทำมาหากินให้กับประชาชนในพื้นที่ ” พลเรือโท ชุมนุม กล่าว
พลเรือโท ชุมนุม กล่าวต่ออีกว่า การปลูกป่าชายเลนในครั้งนี้ เป็นการปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีความรัก ความผูกพันและอนุรักษ์กับธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันเริ่มถูกทำลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไป จนสุดท้ายจะมีกระทบกลับมาถึงชุมชนในพื้นที่ ขอฝากให้ประชาชนในพื้นที่จงช่วยกันดูแลและรักษาป่าชายเลนนี้ไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลังต่อไป
**สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------------------------
อัยการจังหวัดภูเก็ตจัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบนักษัตร
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2554 นายพงษ์ศักดิ์ แก้วกมล อธิบดีอัยการ ร่วมกับ นายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ อัยการจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวการดำเนินการโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบนักษัตร โดยมีข้าราชการอัยการและสื่อมวลชน เข้าร่วม
นายชัยนันท์ กล่าวว่า เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งตลอดระยะเวลาพระองค์ได้ทรงทำคุณประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ให้กับพสกนิกรชาวไทยเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตให้กับประชาชนมาโดยตลอดเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้น สำนักงานคดีแรงงานภาค 8 (จังหวัดภูเก็ต) สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลสูงจังหวัดภูเก็ต สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ตและสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหน่วยงานของสำนักงานอัยการสูงสุดทั้ง 5 หน่วยงานในจังหวัดภูเก็ต เห็นร่วมกันในการจัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบนักษัตร ขึ้น โดยกำหนดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การให้บริการทางด้านกฎหมาย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ตลอดปี 2554 (ครั้งแรก ในวันที่ 7 มิถุนายน 2554 สำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ครั้งที่ 2 วันที่ 6 กันยายน 2554 สำหรับบุคลากรภาครัฐและหน่วยงานของเอกชนที่ช่วยเหลือภาครัฐ ซึ่งมีอำนาจแจ้งความ จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ส่วนครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2554 คือก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา 7 วัน และหลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาอีก 7 วันรวม 15 วัน สำหรับกลุ่มพลังมวลชนทุกกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน) และในปีงบประมาณ 2555 เดือนมกราคม – มีนาคม 2555 ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทำให้กับพสกนิกรชาวไทย อันเป็นแบบอย่างที่ผู้เข้ารับการอบรมควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำไปปฏิบัติ ในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาภายในชุมชนและหมู่บ้านของตน ตลอดจนเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้เข้าอบรมฯ มีความรู้ ความเข้าใจทางด้านกฎหมายต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งแก่ตนเอง ครอบครัวและชุมชนหมู่บ้านของตน อีกทั้งได้รู้จักบทบาท หน้าที่และสิทธิตามกฎหมายอันพึงมีของตน และเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เข้ารับการอบรมฯ ในการไกล่เกลี่ยประนอมและระงับข้อพิพาท เพื่อสามารถลดความขัดแย้ง สร้างความสงบสุขให้กับชุมชนหมู่บ้านของตนได้
**โสภณ เคี่ยมการ/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/พิมพ์
-------------------------------------
เทศบาลตำบลราไวย์ จัดโครงการ สืบสานขนมไทย กาละแม ราไวย์ ประจำปี 2554
วันนี้ (2 มิ.ย. 54) ที่บริเวณสำนักสงฆ์ในหาน ม.1 ตำบลราไวย์ นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมทีมบริหาร และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมแรงร่วมใจกวนกาละแม ซึ่งถือเป็นการสืบสานขนมไทย กาละแม ราไวย์ ที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
สำหรับการจัดโครงการ สืบสานขนมไทย กาละแม ราไวย์ นั้น ทางเทศบาลตำบลราไวย์ ได้เล็งเห็นว่าเป็นการส่งเสริมทางด้านศาสนาและประเพณีไทย ทั้งยังเป็นการสืบสานการกวนขนมไทย อย่างขนม กาละแม ซึ่งเป็นการสานต่อจากเจ้าอาวาสวัดในหาน หรือ ปลัดเลียบ เจ้าอาวาสคนแรกของวัดในหานมาเป็นเวลา กว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง เจ้าอาวาสคนปัจจุบันยังคงต้องสืบทอดต่อไป และคงไว้ให้ชาวบ้านตำบลราไวย์ และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ได้มีโอกาสทำบุญ และรักษาเอกลักษณ์ขนมไทยไว้ ที่สำคัญยังก่อให้เกิดความสามัคคีกันในหมู่คณะ ประกอบกับ พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 ซึ่งเทศบาลมีหน้าที่ต้องบำรุงศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ดังนั้นทางเทศบาลตำบลราไวย์ จึงจัดโครงการ สืบสานขนมไทย กาละแม ราไวย์ ในครั้งนี้ขึ้น
**city news/สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------
งานวิวาห์บาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน 10 -11 มิ.ย. นี้ ที่ภูเก็ต
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 54 ที่ผ่านมาที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายแพทย์ โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากัน ร่วมแถลงข่าวในโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพบสื่อมวลชน เรื่อง การจัดงาน “วิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน” ซึ่งทางสมาคมเพอรานากัน เทศบาลนครภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต (ถนนถลาง) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และมูลนิธิเมืองเก่าภูเก็ต ร่วมกันจัดขึ้น
นายแพทย์โกศล กล่าวว่า ด้วยในย่านเมืองเก่าเทศบาลนครภูเก็ต จะเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวบาบ๋า(ลูกผสมไทย-จีน) ที่มีเอกลักษณ์ที่งดงามทั้งในด้าน การแต่งกายชุดย่าหยา อาหารฮกเกี้ยนภูเก็ต สถาปัตยกรรมชิโนโปตุกิส และประเพณีต่างๆ เช่นการกินผัก งานพ้อต่อ ไหว้เทวดา เป็นต้น ประเพณีหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ การแต่งงานแบบบาบ๋าภูเก็ต ซึ่งมีหลักปรัชญาที่เน้นความบริสุทธิ์จริงใจ ความกตัญญูกตเวที ความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์
และในปีนี้ ระหว่างวันที่ 10-11 มิ.ย.จะมีการจัดงานมงคลสมรสหมู่แบบบาบ๋าภูเก็ต ในชื่อ “วิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน 2554” ประกอบด้วยพิธีที่ยิ่งใหญ่ เช่นงานเลี้ยงวันทำหนมสด พิธีผ่างเต๋ ร่วมถ่ายรูปหมู่ ณ สถานที่สวยงามหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต เช่น จวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต บ้านหงษ์หยก โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นคู่สมรสกิตติมศักดิ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมของชาวบาบ๋าภูเก็ตให้คนรุ่นปัจจุบันได้สัมผัส และสืบสานให้บังเกิดความยั่งยืนสืบไป
**สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
----------------------------------
การแข่งขันกีฬาร่มร่อนครั้งที่ 2 คึกคักนักกีฬาทั้งในและต่างประเทศตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันแล้วกว่า 30 คน
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 มิ.ย.54 ที่โรงแรม all Seasons หาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าว การจัดการแข่งขันร่มร่อนภูเก็ต ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 (Phuket Fun Fly) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย.54 ณ บริเวณเนินกังหันลมและหาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ระหว่างเวลา 08.00-18.00 น.โดยมีนาย ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต นาง บังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นาย อรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นาย บัวยัญ สุวรรณมณี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ทันตแพทย์ประเสริฐ เทพละออง ประธานชมรมร่มร่อนภูเก็ต และนางสาว อริยาภรณ์ เธียรวิโรจน์ จากบริษัทแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง(ไทยแลนดฺ) จำกัด ร่วมแถลง และมีแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนภูเก็ตทุกแขนง ร่วมฟังการแถลงข่าวครั้งนี้
นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กีฬาร่มร่อนเป็นกีฬาที่ตื่นเต้น ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นกีฬาใหม่ที่น่าสนใจและน่าส่งเสริมในระยะยาว เพราะเป็นกีฬาที่สามารถสร้างสีสันให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดได้ อีกทังยังเป็นกีฬาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่มีเครื่องยนต์กลไกใดที่ทำให้เกิดมลพิษ นักบินทุกคนทั้งที่อาศัยอยู่ในภูเก็ต และสมาชิกชมรมจากส่วนกลาง ก็มีความตั้งใจจริงในการผลักดันกีฬาชนิดนี้ให้ได้รับความนิยมในวงกว้าง
“จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมความพร้อมการแข่งขันครั้งนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ประธานชมรมร่มร่อนภูเก็ต ได้เข้าพบและหารือเมื่อวันที่ 24 มี.ค.54 หลังจากนั้นจึงได้มอบหมายให้ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการในการออกหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการ และได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมกับคณะทำงาน เมื่อวันที่ 26 เม.ย.54 และได้มีการแถลงความพร้อมในวันผู้ว่าราชการจังหวัดพบสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 6 พ.ค.54 ที่ผ่านมา นับเป็นการดำเนินงานที่เป็นขั้นตอน และมีความพร้อมในการจัดงานอย่างยิ่ง” นายตรี กล่าว และว่า
จังหวัดภูเก็ตมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชมรมเครื่องร่อนประเทศไทย และชมรมร่มร่อนภูเก็ตได้ให้เกียรติเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็น 1 ในจังหวัดของภาคใต้ที่จัดการแข่งขันครั้งนี้ขึ้น และยินดีสนับสนุนการจัดการแข่งขันครั้งนี้รูปแบบเพื่อให้กีฬาร่มร่อนเป็นที่แพร่หลาย และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ตต่อไป และในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดภูเก็ตร่วมกันเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันร่มร่อนภูเก็ต ครั้งนี้ ด้วยการสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ในการมาเยือนจังหวัดภูเก็ต ในช่วงนี้เช่นกัน
ด้านนาย ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า กิจกรรมการแข่งขันกีฬาร่มร่อนในครั้งนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และยังสร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัด รวมถึงธุรกิจในท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตตำบลราไวย์ที่ได้รับประโยชน์จากนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นที่เข้าร่วมชมงานกีฬาร่มร่อน จึงเป็นการกีฬาที่ช่วยสร้างสินค้าชนิดใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต อบจ.ภูเก็ต จึงยินดีให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันครั้งนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการประชาสัมพันธ์ในท้องถิ่นทุกรูปแบบ การสนับสนุนด้านการจัดสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และการจัดงานเลี้ยงอำลาให้กับนักกีฬา ผู้ติดตาม ผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน และสื่อมวลชนเพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
ขณะที่ทางด้านนาย อรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีราไวย์ กล่าวว่า เทศบาลตำบลราไวย์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชมรมเครื่องร่อนประเทศไทย และชมรมร่มร่อนภูเก็ต ได้เลือกสถานที่ท่องเที่ยวในเขตตำบลราไวย์เป็นสถานที่แข่งขันในครั้งนี้ จากความสำเร็จของการจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 2553 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น และมีผู้สนใจทำการบินทั้งแบบบินด้วยตัวเอง และแบบผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น และเชื่อแน่ว่าจะมีจำนวนผู้ให้ความสนใจมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน
ส่วนทางด้านผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นาง บังอรรัตน์ ชินะประยูร กล่าวว่า ททท.ภูเก็ต ได้ให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การบินร่มร่อนตั้งแต่การแข่งขันในปี 2553 ที่ผ่านมา โดยได้แนะนำกีฬาร่มร่อนในเอกสารแนะนำการท่องเที่ยว ให้เป็นหนึ่งในกิจกรรม สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในจังหวัดภูเก็ตในช่วงกรีนซีซั่น รวมถึงได้จัดพิมพ์โปสเตอร์นำกีฬาประเภทนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ อีกด้วย
ในกิจกรรมครั้งนี้ ททท.ภูเก็ตได้ร่วมสนับสนุนโดยการประชาสัมพันธ์ ทางสื่อออนไลน์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทั้งเว็บไซด์ และเครือข่ายสังคมต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ณ ที่ทำการ ททท.ทั่วโลกอีกด้วย รวมถึงการจัดพิมพ์คู่มือชมการแข่งขันร่มร่อนภูเก็ต ครั้งที่ 2 นี้ ประชาสัมพันธ์ตามแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ชมรม สมาคมต่างๆ และที่ทำการ ททท.ภูเก็ตเอง เพื่อประชาสัมพันธ์งานอย่างเต็มที่อีกด้วย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะให้ความสนใจและเข้าร่วมชมการแข่งขันร่มร่อนครั้งนี้อย่างมากมาย
ทันตแพทย์ประเสริฐ เทพละออง ประธานชมรมร่มร่อนภูเก็ต กล่าวถึง สถานการณ์กีฬาร่มร่อนในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีประชาชนทั่วไปรู้จักและให้ความสนใจทั้งชมการแข่งขัน และฝึกบินมากขึ้น ทั้งนี้อาจจะด้วยทางชมรมเครื่องร่อนประเทศไทย มีการจัดการแข่งขันตลอดทั้งปีหมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้กีฬาประเภทนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ตลอดจนชมรมฯ ก็สนับสนุนให้นักกีฬาร่มร่อนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับเอเชียหลายประเทศ ทั้งการสนับสนุนจากชมรมฯ เอง การใช้ทุนส่วนตัว และการสนับสนุนโดยสินค้าที่เกี่ยวข้อง ถึงแม้ในปัจจุบัน สถิติของนักกีฬาทีมชาติไทยจะยังไม่ถึงระดับชั้นนำ แต่ก็ทำให้นักกีฬาสะสมประสบการณ์เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันในแต่ละครั้ง
ทันตแพทย์ประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก นักกีฬาทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้มีนักกีฬาตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันแล้วประมาณ และคาดว่าจะมีนักกีฬาตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มถึง 40 คนอย่างแน่นอน
นาย บัวยัญ สุวรรณมณี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้จัดงานและผู้ประสานงาน กล่าวว่า ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันเอเชียน บีชเกมส์ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งการแข่งขันร่มร่อน หรือพาราไกลดิ้ง เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่บรรจุในการแข่งขันนี้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้การแข่งขันครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มของการท่องเที่ยวด้วยกีฒาทางอากาศของเกาะภูเก็ตในอนาคตต่อไป
**สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
--------------------------
จังหวัดภูเก็ตเตรียมความพร้อมการประกวดจังหวัด/ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ก่อนจะมีการแข่งขันฯ วันที่ 23 มิ.ย. นี้ ที่เมืองทองธานี
วันนี้ (2 มิ.ย. 54) ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมถอดบทเรียน ทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 8/ 2554 โดยมี นายแพทย์ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วม
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญการแจ้งกำหนดการประกวดจังหวัด/ชมรม ทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดภูเก็ต ระดับประเทศ ประจำปี 2554 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ณ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร รวมถึงมีการติดตามการดำเนินงาน การเตรียมความพร้อมที่จะประกวดจังหวัด/ชมรม ทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดภูเก็ต ระดับประเทศประจำปี 2554 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ณ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร ส่วนเรื่องของพิจารณา มีการถอดบทเรียนการตรวจประเมินจังหวัด/ชมรม ทูบีนัมเบอร์วัน ระดับประเทศรอบพื้นที่ประจำปี 2554 ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ในหลักเกณฑ์การตัดสินกิจกรรมในโครงการทูบีนัมเบอร์วันประเภทจังหวัดทูบีนัมเบอร์วัน (รอบแรก) จังหวัดภูเก็ต จะใช้หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการตัดสิน ประกอบด้วย การบริหารงานที่มุ่งประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดในการดำเนินงานโครงการฯ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในจังหวัด การรณรงค์จัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแส จำนวนสมาชิกใครติดยายกมือขึ้น และวิธีการบัดบัด รักษาฟื้นฟู การฝึกอลพัฒนาอาชีพจนสามารถกลับสู่ชุมชนได้ตามปกติ ตลอดจนหลักเกณฑ์ความสำเร็จของการดำเนินโครงการฯ ในภาพรวมจังหวัดที่เห็นเป็นรูปธรรมและการนำเสนอ
สำหรับการจัดการประกวดจังหวัด/ชมรม ทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดภูเก็ต ระดับประเทศ ประจำปี 2554 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ณ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็น ชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านลิพอนเขาล้าน ทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ ทูบีนัมเบอร์วัน สถานประกอบการ โดยภูเก็ตแฟนตาซี และทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต
**อารยา ตุลา/ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
ตำรวจภูธรภาค 8 ซักซ้อม ชี้แจง ทำความเข้าใจ มอบนโยบายการปฏิบัติงานด้านการเลือกตั้งแก่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 4 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท. ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8 เป็นประธานการประชุมซักซ้อมและชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานด้านการเลือกตั้งของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อให้นำไปถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป โดยมีพล.ต.ต. กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต. พิกัด ตันติพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในจังหวัดภูเก็ตทั้ง 8 สถานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตรในพื้นที่เข้าร่วม
ทั้งนี้ได้มีการบรรยายสรุปสถานการณ์เลือกตั้งของจังหวัดภูเก็ต ว่า มี 2 เขตเลือกตั้ง โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 ได้แก่พื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต ยกเว้น ต.รัษฎากับ ต.เกาะแก้ว มีผู้สมัครประกอบด้วย นาย วิสิษฐ์ ใจอาจ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 1, นาย จตุพงศ์ เลิศศิลป์จิรดา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน หมายเลข 2, นาง อัญชลี วานิช เทพบุตร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 และนาย วีรศักดิ์ วรเนติวงศ์ พรรคแทนคุณ แผ่นดิน หมายเลข 17 กับเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้แก่พื้นที่ อ.ถลาง อ.กะทู้ และ ต.รัษฎากับ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ประกอบด้วย นาย สมาน เก็บทรัพย์ จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1, นาย เรวัต อารีรอบ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 และนายจิรายุส ทรงยศ พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 16 มีเขตเลือกตั้งทั้งหมดรวม 377 หน่วย ทั้งนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.ภูเก็ต ได้มีการขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูและความปลอดภัยในการเลือกตั้งทั้งประจำหน่วยสำนักงาน กกต. จังหวัด กกต.เขตเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง การดูแลรักษาความปลอดภัยหีบบัตรเลือกตั้ง การติดตามหาข่าวการเลือกตั้ง การจัดชุดเคลื่อนที่เร็วร่วมกับ กกต.จังหวัด
ในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ที่เกี่ยวข้องมีการขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยแล้ว 3 ราย มีการแจ้งความเกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียงแล้วจำนวน 8 ป้าย ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 6 ป้าย เป็นของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย และเขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 2 ป้าย เป็นของพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่เป็นลักษณะของการกรีดทำให้ฉีดขาด แนวโน้มการหาเสียงทั่วไปเขตเลือกตั้งที่ 1 ไม่มีแนวโน้มของความรุนแรง ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 2 มีแนวโน้มการแข่งขันสูง โดยยังไม่ปรากฏการเข้ามาของมือปืนรับจ้างและการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
พล.ต.ท.ก่อเกียรติ กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานสถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้งของภูเก็ตนั้นยังไม่พบความรุนแรง ส่วนการซื้อขายบัตรประจำตัวประชาชนนั้นก็เป็นเพียงกระแสข่าว เช่นเดียวกับการประทุษร้ายร่างกายของผู้สมัครหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ยังไม่พบความผิดปกติ และในส่วนของตำรวจภูธรภาค 8 ก็ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ลงมาประจำในพื้นที่แล้วจำนวนหนึ่ง ส่วนของกลุ่มมือปืนรับจ้างตามประกาศของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นมีจำนวน 75 ราย อยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 23 ราย
“ได้เน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลาง และจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตามที่ กกต.จังหวัดร้องขอ การติดตามสืบสวนหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง การเฝ้าระวังการทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัครฯ ตลอดจนการปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงของการเลือกตั้ง ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – วันที่ 13 มิถุนายนนี้ ส่วนผลการกวาดล้างฯ ในระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 12-26 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และมีผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรภาค 8 ได้กวาดล้างจับกุมอาวุธปืนได้ถึง 200 กระบอก นอกจากนี้ยังได้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคุ้มครองผู้สมัคร ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว และยังกำหนดให้แต่ละจังหวัดจัดตั้งจุดตรวจเข้มแข็งซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ด่านตรวจจังหวัดภูเก็ต (ท่าฉัตรไชย) และอีกจุดในตัวเมืองขึ้นอยู่กับความเหมาะสม” พล.ต.ท.ก่อเกียรติกล่าว
**สาลินี ปราบ/สนับสนุนข่าว
-----------------------------------------
อบจ. ภูเก็ตจับมือสำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย จัดงานภูเก็ตอันดามันฮาลาล สืบสานวัฒนธรรมมุสลิม 23-25 มิถุนายนนี้ ที่จังหวัดภูเก็ต
วันนี้ (2 มิ.ย. 54) ที่ห้องประชุมสภา อบจ. ภูเก็ต นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ. ภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมติดตามผลการเตรียมความพร้อมโครงการภูเก็ตอันดามันฮาลาล ประจำปี 2554 โดยมี นายมาโนช พันธุ์ฉลาด นายก อบต. เชิงทะเล ส่วนราชการ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสรธรรม กล่าวว่า ด้วยสำนักจุฬาราชมนตรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการ ภูเก็ตอันดามันฮาลาล สืบสานวัฒนธรรม นำผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทยสู่สากล ประจำปี 2554 ขึ้นในระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2554 ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน และจัดประชุมวิชาการนานาชาติมาตรฐานฮาลาล ณ โรงแรมในจังหวัดภูเก็ต จึงได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามผลการดำเนินงานพร้อมพิจารณาการดำเนินงานของคณะทำงานแต่ละฝ่าย เพื่อให้การจัดงานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการภูเก็ตอันดามันฮาลาลประจำปี 2554 กำหนดจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต กระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เผยแพร่วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชาวมุสลิมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทราบ
**อารยา ตุลา/ข่าว/พิมพ์ โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต /ทาน
---------------------------------------
วันสุดท้ายยื่นคำขอใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้านอกเขตจังหวัดภูเก็ต คึกคัก มีประชาชนจากทุกสาขาอาชีพมายื่นคำขอใช้สิทธิ
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2554 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการยื่นคำขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) เป็นการทั่วไป นอกเขตจังหวัด บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนจากทุกสาขาอาชีพ รวมถึงเยาวชนที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรก ที่มาอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางมาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงเช้าจนกระทั่งถึงเวลา 16.30 น.เจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อให้บริการแก่ประชาชน ตรงส่วนนี้
ส่วนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต ณ นายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 13-17 มิ.ย.2554
ขณะที่การลงคะแนนเลือกตั้ง ล่วงหน้า กรณีนอกเขตจังหวัดภูเก็ต จะมีขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 ณ สถานที่เลือกตั้ง ศาลาประชาคม อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. และสถานที่การลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง กรณีในเขตเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ หอประชุมเทศบาลนครภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 2 ณ หอประชุมโรงเรียนถลางพระนางสร้าง จะมีขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 ณ สถานที่เลือกตั้ง ศาลาประชาคม อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.
สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป