วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

ข่าวภูเก็ต ประจำวันที่ 31 มี.ค.54

ภูเก็ต พร้อมเป็นเจ้าภาพ กีฬาเยาชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์”


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มี.ค. 54 ที่ห้องสีหราชบอลรูม โรงแรมสีหราช จ.อุตรดิตถ์ นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ดร.ศุภชัย เหลืองแสงทอง ผู้ว่าราชการจังหวัด อุตรดิตถ์ นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นางสมคิด ปิ่นทอง รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายเชษฐวิทย์ ตันติพันธุ์วดี นายกสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต และนายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าว การเตรียมความพร้อมของจังหวัดภูเก็ต ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-28 มีนาคม 2555 ณ จังหวัดภูเก็ต โดยมีสื่อมวลชน แขนงต่างๆ ทั้งจากส่วนกลาง และภูมิภาค พร้อมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 150 คน

หัวข้อการแถลงข่าวที่สำคัญ ได้แก่ การแนะนำจังหวัดภูเก็ต การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่จะใช้ในพิธีปิดการแข่งขันและรับธงเจ้าภาพจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในวันที่ 31 มี.ค.54 การแนะนำตราสัญลักษณ์การแข่งขัน LOGO “มุกมังกร” และสัญลักษณ์นำโชค Mascot “มังกรทะเล” นอกจากนี้ ยังได้มีการแนะนำข้อมูลสนามการแข่งขัน สนามฝึกซ้อมและสถานที่พักสำหรับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และกองเชียร์ ตลอดจนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตให้ผู้เข้าร่วมแถลงข่าวรับทราบ

โอกาสเดียวกัน นี้ได้มีพิธีลงนามในสัญญาการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยนายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กับ จังหวัดภูเก็ต โดย นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดภูเก็ต ได้มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาทให้กับทางการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการยืนยันถึงความพร้อมในการรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแหง่ชาติในครั้งต่อไปด้วย

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าจังหวัดอุตรดิตถ์ นั้นเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่เขามีความร่วมมือร่วมใจ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงาน โรงเรียน ต่างๆ ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ และขอบอกว่า เป็นการจัดการแข่งขันที่มีปัญหาน้อยที่สุด ในการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่ผ่านมา เยาวชนจำนวน 12,000 คน ทั่วประเทศมารวมอยู่กันที่นี้ แต่ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน อาจจะมีบ้างบางอย่างที่จะต้องปรับปรุง ที่มีปัญหามากที่สุดคือเรื่องที่พักเนื่องจากเป็นจังหวัดเล็ก ในส่วนของปีหน้า ที่ทางจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพ คิดว่าปัญหานี้คงจะหมดไปเพราะว่าเป็นจังหวัดใหญ่ และส่วนใหญ่จะใช้โรงแรมเป็นที่พัก ซึ่งจริงๆ แล้ว ในเรื่องของที่พักนั้นทาง กกท.จะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น แต่ว่าปัจจัยต่างๆ มันมากมายเหลือเกิน ในการแข่งขันเยาวชนฯปีหน้า ที่จังหวัดภูเก็ต เราใช้ระบบใหม่ในการคัดเลือกภาค วิธีการคัดเลือกทั้งประเภททีมและประเภทบุคคล จะถูกนำมาใช้ที่ภูเก็ต โดยจะเริ่มที่การแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดต่อไป สำหรับรอบชิงชนะเลิศ จะเพิ่มศักยภาพของนักกีฬา เยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติ ให้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว เนื่องจากว่าความเข้มข้นในการคัดเลือกภาคจะมีมากขึ้น ฉะนั้นจะต้องกรองนักกีฬาที่มีศักยภาพที่จะเข้ามาชิงชัย จำนวนนักกีฬาอาจจะมากหรืออาจจะน้อยลงนั้นก็แล้วแต่ศักยภาพของนักกีฬา เพราะว่าเราต้องการใช้กลไกทั้งสองเกมส์นี้เป็นเครื่องมือในการเฟ้นหานักกีฬาทีมชาติของเรา หรือว่าให้นักกีฬาทีมชาติของเราได้เตรียมตัว เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไป

ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า สิ่งที่บางคนห่วงว่า จังหวัดภูเก็ตจะมีปัญหาในเรื่องของการจราจรติดขัดเนื่องจาก คิดว่า ภูเก็ตเป็นเกาะ แต่จริงๆ แล้ว ในแต่ละสถานที่แข่งขันมีถนนเชื่อมต่อ ปัจจุบันนี้ค่อนข้างจะสะดวก ก็คงจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย แต่จะพยายามให้ทางจังหวัดเจ้าภาพ จัดสถานที่พักให้เหมาะสมว่าแข่งที่ไหนให้พักใกล้ๆ ที่นั้น เพื่อจะได้ลดระยะเวลาในการเดินทาง

ทางด้านนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในนามจังหวัดภูเก็ต เรามีความพร้อมในการที่จะรับกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 18-28 มีนาคม 2555 เพราะว่า จังหวัดภูเก็ตเองมีประสบการณ์ในการจัดแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ระดับโลก มาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น วอลเลย์บอลชายหาด แข่งขันเรือใบคิงส์คัพรีกัตต้า ไตรกีฬา ดังนั้นเชื่อว่ากีฬาเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ตเราพร้อม เพราะว่าเรามีสถานที่พักโรงแรม มากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งยังไม่รวม รีสอร์ท อพาร์ตเม้นต่างๆ และ สถานที่พัก ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งเรามีอยู่ 2 มหาวิทยาลัย ซึ่งสิ่งที่หลายคนเป็นห่วงเรื่องที่พักนั้น ตนคิดว่าจังหวัดภูเก็ตพร้อมและรับได้ แม้กระทั่ง แขกผู้ใหญ่ ของเยาวชน หรือของทีมการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งระดับชาติ ระดับโลกจะมาสังเกตุการณ์ เราคิดว่าเราทำได้ ในเรื่องของที่พัก ส่วนปัญหาเรื่องการจราจรนั้น ยอมรับว่าภูเก็ตเป็นเมืองเก่า ที่อาจจะมีปัญหาเรื่องถนนแคบอะไรต่างๆ ก็ตามแต่จังหวัดภูเก็ตก็มีศักยภาพในการบริหารจัดการเรื่องการจราจรพอสมควร เพราะว่าจังหวัดภูเก็ต รับชาวต่างประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งเข้ามาเยี่ยมเยียนภูเก็ตบ่อยครั้ง ดังนั้นตนคิดว่าคนที่จะไปร่วมงานแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” จะต้องประทับใจ เพราะว่าอย่างน้อยภูเก็ต มีทะเล มีอาหารการกิน ที่ค่อนข้างจะเป็นความต้องการของผู้ไปเยือนเป็นอย่างมาก สิ่งที่คนต้องการไปบ่อยๆ คือ การท่องเที่ยวทางทะเล ไปดูเกาะแก่งต่างๆ รวมถึงการดำน้ำ การตกปลา และสิ่งที่เชิดชูของจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และมีแหล่งสนามกีฬาอีกหลายอย่างที่เยาวชนต้องชอบ ดังนั้นจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเตรียมต้อนรับการมาเยือนของเยาวชนทั่วประเทศในปี 2555 “ภูเก็ตเกมส์”

...จามร สมพงษ์ - สารภี ศรีธรรมรัตน์/ข่าว โสภณ เคี่ยมการ/ ส.ปชส.ภูเก็ต ทาน
---------------------------------------------
เทศบาลนครภูเก็ต จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรวันสงกรานต์ประจำปี 2554

เทศบาลนครภูเก็ต เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์และแม่ชีจำนวน 199 รูป ในวันที่ 13 เมษายน 2554 เวลา 07.00 น.สมโภชพระพุทธสิหิงส์ และร่วมรดน้ำ ดำหัว ขอพรผู้สูงอายุ ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี ถ.ถลาง

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันสงกรานต์ ถือว่าเป็นวันปีใหม่ของไทย เทศบาลนครภูเก็ตตระหนักถึงความสำคัญของเทศกาลดังกล่าว จึงกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย ให้คงอยู่สืบไป โดยในวันที่ 13 เมษายน 2554 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัด, ข้าราชการ, ผู้บริหาร, พนักงานเทศบาลนครภูเก็ต และพ่อค้าประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระสงฆ์และแม่ชีจำนวน ๑๙๙ รูป ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะให้เกียรตินำสรงน้ำพระพุทธ

สิหิงส์ หลังจากนั้นข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ร่วมรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้สูงอายุ

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวต่อว่า การอนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมให้คงอยู่นั้นเป็นหน้าที่หลักอีกด้านหนึ่งที่ทางเทศบาลนครภูเก็ตได้ให้ความสำคัญ และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาติคงอยู่ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรมอันดีงามดังกล่าวเพื่อให้เกิดความรู้สึกประทับใจและซึมซับประเพณีอันทรงคุณค่านี้ไว้ เพื่อเป็นพลังในการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยให้คงอยู่สืบไป

...ปชส.เทศบาลนครภูเก็ต/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
เทศบาลนครภูเก็ต เตรียมส่งมอบถนนโครงการพัฒนาเมืองหลัก 2 สาย แก่เทศบาลตำบลวิชิต

เทศบาลนครภูเก็ต กำหนดส่งมอบถนนโครงการพัฒนาเมืองหลักรอบที่ 2 ระยะแรก ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ประกอบด้วยถนนวิรัช หงษ์หยกเชื่อมถนนบางกอก (PH-RB-12) และถนนศักดิเดช (PH-RB-12) แก่เทศบาลตำบลวิชิต ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เพื่อความสะดวกในการบำรุงรักษา ถือฤกษ์ ดี วันเทศบาล 24 เมษายน 2554 นี้

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยว่า ตามที่เทศบาลนครภูเก็ต ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ตามโครงการพัฒนาเมืองหลัก รอบที่ 2 ระยะแรก เพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบถนนและสะพาน รวมทั้งสิ้น 6 โครงการ และเนื่องจากโครงการก่อสร้าง ถนน๒ สายประกอบด้วย ถนนวิรัช หงส์หยกเชื่อมถนนบางกอก (PH-RB-12) และถนนศักดิเดช (PH-RB-14) ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลวิชิต ดังนั้นเพื่อให้การบำรุงรักษาถนน เป็นไปด้วยความสะดวก คล่องตัว และประชาชนสามารถใช้ถนนได้อย่างสะดวกปลอดภัย เทศบาลนครภูเก็ตและเทศบาลตำบลวิชิตจึงมีความเห็นร่วมกันที่จะส่งมอบและรับมอบถนนทั้ง 2 สายให้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของพื้นที่ โดยมีรายละเอียดของถนนทั้ง 2 โครงการดังนี้

ถนนวิรัช หงส์หยกเชื่อมถนนบางกอก (PH-RB-12) เริ่มจากสามแยกถนนบางกอกตัดถนนพูนผล ถึงสามแยกเจ้าฟ้าตะวันตก เชื่อมทางหลวงหมายเลข 4022 (ด้านวัดนาคา) ระยะทาง 1,920 เมตร อยู่ในเขตเทศบาลตำบลวิชิตเริ่มจากบริเวณลำรางสาธารณะหน้าสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถึงสามแยกเจ้าฟ้าตะวันตก เป็นถนน คสล.ขนาด 6 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 25 เมตร รางระบายน้ำกว้าง 0.40 เมตร 0.60 เมตร และ 0.80 เมตร มีกำแพงดิน ท่อลอดถนน ไฟฟ้าส่องสว่าง เกาะกลางถนน และต้นไม้ เป็นส่วนประกอบใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น 67,000,000 บาท โดยจ่ายจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจโครงการพัฒนาเมืองหลักรอบที่ 2 ระยะแรก จำนวน 43,550,000 บาท และเงินเทศบาลนครภูเก็ตสมทบจำนวน 23,450,000 บาท

ถนนศักดิเดช (PH-RB-14) เริ่มจากสี่แยกถนนศักดิเดช ตัดถนนสายหลักทางด้านใต้ (ทางไปอ่าวมะขาม) ถึงสามแยกถนนเจ้าฟ้าตะวันตก เชื่อมถนนทางหลวงหมายเลข 4022 (ด้านศาลเจ้านาคา) ระยะทาง 1,500 เมตร อยู่ในเขตเทศบาลตำบลวิชิตเริ่มจากบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถึงสามแยกเจ้าฟ้าตะวันตก เป็นถนน คสล. ขนาด 6 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 25 เมตร รางระบายน้ำ 0.40 เมตร 0.60 เมตร และ0.80 เมตร มีกำแพงดิน ท่อลอดถนน ไฟฟ้าส่องสว่าง เกาะกลางถนนและต้นไม้ เป็นส่วนประกอบ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 73,000,000 บาทโดยจ่ายจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โครงการพัฒนาเมืองหลัก รอบที่ 2 ระยะแรกจำนวน 47,840,000 บาท และเทศบาลนครภูเก็ต จำนวน 25,760,000 บาท ซึ่งทั้งสองโครงการได้ทำการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการประชาชนใช้สัญจรไปมาแล้ว

ทั้งนี้ เทศบาลนครภูเก็ต ได้ดำเนินการก่อสร้าง ระบบถนน และสะพาน ภายใต้โครงการพัฒนาเมืองหลักอีก ๔ โครงการประกอบด้วย โครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนเยาวราช (PH-RB-9) ,โครงการปรับปรุง ถนนบางกอกและถนนพูนผล (PH-RB-10) และโครงการปรับปรุงถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี (PH-RB-11) ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และโครงการก่อสร้างถนนสายหลักทางด้านใต้ (PH-RB-3A) ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วบางส่วนยังเหลือการก่อสร้างผ่านพื้นที่ป่าชายเลนคลองเกาะผี ระยะทาง 600 เมตรและทางเชื่อมบางส่วน ซึ่งเทศบาลนครภูเก็ต มุ่งหวังว่าเมื่อการดำเนินการโครงการแล้วเสร็จจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการสัญจรและคมนาคม อีกทั้งส่งเสริมให้การพัฒนาด้านธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตขยายตัวได้ยิ่งขึ้น นอกจากนี้การส่งมอบพื้นที่ถนนดังกล่าว แก่เทศบาลตำบลวิชิตนอกจากจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังจะส่งผลดี ในการพัฒนาจังหวัด แบบบูรณาการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนต่อไป

....ปชส.เทศบาลนครภูเก็ต/ข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
ภูเก็ต จัดประชุม กรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดภูเก็ต สำรวจสภาพปัญหา จำนวนเด็กและเยาวชนในพื้นที่ รวมถึงป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อาคารใหม่ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะ กรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2554 โดยมี นางสาวพรรณี สิทธิการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นางสาวพรรณี กล่าวว่า สถานการณ์เด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม นับเป็นปัญหาสังคมที่ทวีคูณความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในการดูแลเยาวชนของประเทศไทย สำหรับสถานการณ์เด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมจังหวัดภูเก็ต ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต ได้รวบรวมข้อมูลสถิติของเด็กอายุไม่เกิน 20 ปี ที่คลอดบุตร จากโรงพยาบาลของภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 6 โรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลป่าตอง โรงพยาบาลมิชชั่น โรงพยาบาลสิริโรจน์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต ซึ่งข้อมูลในปี 53 พบว่าเด็กคลอดบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 15 คน อายุระหว่าง 16-18 ปี จำนวน 391 คน และ 19-20 ปี จำนวน 656 คน รวมทั้งสิน 1,072 คน เด็กคลอดบุตรที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 11 ปี โดยศูนย์พึ่งได้โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตได้เก็บสถิติข้อมูลตั้งครรภ์ไม่พร้อมปี 2553 พบว่าอายุ ต่ำกว่า 15 ปี ตั้งครรภ์ไม่พร้อมจำนวน 1 คน อายุ 16-18 ปี จำนวน 1 คน และอายุ 19-20 ปี จำนวน 2 คน ซึ่งการจัดประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับทราบ บทบาท ภารกิจตามยุทธศาสตร์ สำรวจสภาพปัญหา จำนวนเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมในพื้นที่ ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ แนวทางปฏิบัติ โดยใช้ยุทธศาสตร์เป็นกรอบแนวคิดและจัดทำแผนปฏิบัติของจังหวัด

ด้านนายสมเกียรติ กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ เพื่อให้มีการสร้างกระแสสังคมในภาพรวมทั่วประเทศ ให้เกิดภาวะตระหนักเพื่อป้องกัน ดูแลบุตรหลานมิให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อมก่อนวัยอันควร

....สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------
จังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมประกาศราชสดุดี เนื่องในวันที่ระลึก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า

เมื่อเวลา 09.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 ที่ศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีประกาศราชสดุดี เนื่องในโอกาส วันที่ระลึก พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า โดยมีข้าราชการพลเรือน ข้าราชการท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนชาวภูเก็ตทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมในพิธี

นายสมเกียรติ กล่าวว่า กิจกรรม พิธีประกาศราชสดุดี เนื่องในโอกาสดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นการประกาศเฉลิมพระเกียรติคุณและเพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เพื่อคงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ ที่ทรงปกแผ่พสกนิกรชาวไทย ให้ร่มเย็นเป็นสุข

โดยในห้วง ที่พระองค์ทรงเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัตินั้น บ้านเมืองเริ่มเผชิญปัญหาด้านสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ทั้งในยุโรปและอเมริกา แต่ด้วยพระปรีชาญาณอันสุขุมลึกซึ้ง ได้ทรงผ่อนปรนมิให้กระทบกระเทือนผลประโยชน์ของประเทศ และสัมพันธไมตรีระหว่างกัน ในส่วนความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง และประชาชนนั้น ได้เห็นประจักษ์ชัดว่า การเศรษฐกิจของประเทศในรัชสมัย ของพระองค์มีความมั่งคั่งและมั่นคง ทรงทำนุบำรุงการพาณิชย์นาวี ได้มีการติดต่อค้าขายกับนานาประเทศอย่างกว้างขวาง รายได้หลั่งไหลเข้ามา เป็นงบประมาณบำรุงแผ่นดินเต็มที่ ข้าราชการได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดเงินเดือนเป็นครั้งแรก ทรงเพิ่มพูนรายได้ของประเทศ ด้วยการปรับปรุงการเก็บภาษีอากร ด้านการศึกษา โปรดให้จารึกความรู้นานาชนิดไว้ภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ทั้งวิชาวรรณคดี ตำรายา โหราศาสตร์ การช่าง เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาอย่างกว้างขวาง

ส่วนด้านความมั่นคงของประเทศนั้น ทรงยึดหลักการรักษาศักดิ์ศรีของประเทศเป็นสำคัญ ไม่ยอมให้ชาติใดดูหมิ่นหยามเหยียด ทรงทุ่มเทในการป้องกันข้าศึก ที่แผ่อิทธิพลเข้ามาทำลายความสงบสุข ภายในหัวเมืองในพระราชอาณาเขตด้วยการส่งกองทัพไปปราบปรามทำให้ข้าศึกหยุดยั้งลง

...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
-----------------------------------------------
ภูเก็ตเปิดงานสัมมนา การวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2554 เวลา 13.00 น.ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ นายสัมนา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนา การวิเคราะห์สถานการตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ร่วมบรรยายในช่วงเสวนา

นายสัมนา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจภาคสนามของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เป็นข้อมูลจากโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย เฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย ซึ่งพบว่าใน จ.ภูเก็ต มีหน่วยขายที่อยู่อาศัยในผังโครงการทั้งสิ้นประมาณ 16,800 หน่วย แบ่งเป็นหน่วยบ้านจัดสรรงบประมาณ 8,750 หน่วย อาคารชุดประมาณ 4,350 หน่วย บ้านพักตากอากาศประมาณ 950 หน่วย บ้านเอื้ออาทรประมาณ 300 หน่วย และอาคารชุดเอื้ออาทรประมาณ 2,450 หน่วย นอกจากนี้ในประเภทบ้านจัดสรร มีหน่วยที่อยู่ระหว่างการขายประมาณ 8,150 หน่วย มาจากประมาณ 60โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 31,500 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 6,150 หน่วย ส่วนมูลค่าที่ขายได้ประมาณ 22,500 ล้านบาท เหลือขายประมาณ 2,600 หน่วย ทั้งนี้มูลค่าเหลือขายประมาณ 9,000 ล้านบาท

นายสัมนา กล่าวอีกว่า ในประเภทอาคารชุด หน่วยที่อยู่ระหว่างการขายมีประมาณ 4,350 หน่วย มาจากประมาณ 45 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 23,700 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 2,450 หน่วย มูลค่าที่ขายได้ประมาณ 13,700 ล้านบาท เหลือขายประมาณ 1,900 หน่วย ส่วนประเภทบ้านพักตากอากาศ หรือวิลล่า นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขาย อย่างน้อย 1 หน่วย มีจำนวนประมาณ 30โครงการ รวมประมาณ 950 หน่วย จากจำนวนหน่วยทั้งหมดนี้ ขายได้แล้วประมาณ 400 หน่วย และมีเหลือขายประมาณ 550 หน่วย เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 300 หน่วย และยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 150 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 500 หน่วย และสร้างเสร็จเหลือขาย (เป็นห้องว่าง) ประมาณ 250 หน่วย

นอกจากนี้ยังมีประเภทบ้านเอื้ออาทร ซึ่งพัฒนาโดยการเคหะแห่งชาติ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีโครงการแนวราบที่อยู่ระหว่างการขาย 1 โครงการ รวมประมาณ 310 หน่วย สำหรับโครงการอาคารชุดเอื้ออาทรที่ยังอยู่ระหว่างการขายมีจำนวน 2 โครงการ รวมประมาณ 2,450 หน่วย จากจำนวนหน่วยทั้งหมดนี้ ขายได้แล้วประมาณ 2,050 หน่วย และมีเหลือขายประมาณ 400 หน่วย เป็นหน่วยก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 1,025 หน่วยและยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 1,425 หน่วย

...อารยา ตุลา ข่าว/ พิมพ์/ภาพ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป