พาณิชย์ภูเก็ตห่วงราคาไข่สูงขึ้น สั่งการค้าภายในลงสำรวจข้อมูลส่งส่วนกลางหามาตรการช่วยเหลือประชาชน ส่วนราคาเนื้อหมูในตลาดสดเทศบาลไม่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ตามตลาดนัดราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 140 บาท
วันที่ 21 เมษายน 54 เวลา 11.30 น. นายสมพงษ์ อ่อนประเสริฐ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาไข่ไก่และเนื้อสัตว์ในจังหวัดภูเก็ต ว่า สินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีการปรับขึ้นราคาเพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้นั้น ทางกระทรวงพาณิชย์กำลังหามาตรการมาดำเนินการเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะราคาไข่ไก่ที่ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากที่ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อนปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดมีจำนวนน้อยลง ส่งผลให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้น ทางพาณิชย์ได้มอบหมายให้การค้าภายในจังหวัดภูเก็ตลงไปตรวจสอบราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในส่วนของเนื้อสัตว์และราคาไข่ไก่
โดยในส่วนของราคาเนื้อสัตว์นั้นพบว่ามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย จากความต้องการบริโภคที่มีสูงทั้งในส่วนของประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาภูเก็ตในขณะนี้ รวมทั้งไข่ไก่และเนื้อสัตว์นั้นภูเก็ตจะต้องนำเข้ามาจากต่างจังหวัดเกือบทั้งหมด แต่ในส่วนของผัก ผลไม้ และอาหารต่างๆ นั้น ไม่ได้มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด สำหรับเนื้อสัตว์ในภูเก็ต โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูชำแหละนั้น ในตลาดเกษตร (ตลาดเทศบาล 2) ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งไม่ได้ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ส่วนที่ขายกันตามตลาดนัดต่าง ๆ ราคาจะอยู่ที่ 130-140 บาท แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้ คือ ราคาไข่ไก่ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ทางพาณิชย์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการสำรวจข้อมูลส่งไปยังกระทรวงพาณิชย์ทุกวัน เพื่อให้ทางกระทรวงหามาตรการในการดูแลไม่ไห้ประชาชนเดือดร้อนมากนัก
ด้านนายสมชาย สักษณะโสภิณ พ่อค้าขายไข่ไก่ในภูเก็ต กล่าวว่า จากการที่ราคาไข่ไก่ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าซื้อไก่ไข่น้อยลงจากราคาที่แพงขึ้น อย่างกรณีไข่ไก่เบอร์ศูนย์เดิมราคาอยู่ที่ 3 บาทกว่า ๆ ตอนนี้ราคาสูงถึง 4.20 บาท และเบอร์อื่น ๆ ราคาก็เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของร้านค้าก็สั่งไข่ไก่เข้ามาขายน้อยลงเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการ รวมทั้งลูกค้าจะเลือกซื้อไข่ไก่เบอร์เล็กที่ราคาถูกกว่าเบอร์ใหญ่
...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ
-----------------------------------------------------------------
ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จัดสัมมนาสร้างความเข้าใจระหว่างตำรวจกับประชาชนด้านการปฏิบัติงานการ
แก้ไขปัญหาในชุมชนร่วมกัน ทั้งปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และการจราจร
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 เมษายน2554 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนา โครงการสัมมนาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดภูเก็ตและสถานีตำรวจ ต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติด ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในสังกัด และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตและสถานีตำรวจ (กต.ตร.) ต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม
พ.ต.อ.ชาณุชาญ ชลสุวัฒน์ ผกก.ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 8 ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการจัดสัมมนา ตามโครงการสัมมนาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดและสถานีตำรวจ ต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติด เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางการพัฒนา กต.ตร.ในทุกระดับ ประสานความเข้าใจระหว่างข้าราชการตำรวจกับประชาชนในการปฏิบัติงานร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การจราจร ที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง กำหนดข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนาด้านการบริหารจัดการสถานีตำรวจหรือหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการสัมมนามีวิทยากรจาก ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 8 ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ เกี่ยวกับสภาพปัญหายาเสพติด มาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ ในการที่จะระดมแนวความคิดในการต่อต้านปัญหาอาชญากรรม และยาเสพติด ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้
ด้าน พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เป้าหมายของการสัมมนาฯ มุ่งเน้นที่จะให้การประสานความเข้าใจของข้าราชการตำรวจกับภาคประชาชนเกิดประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาหน่วยงานแบบมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง มุ่งเน้นให้ความรู้ความเข้าใจกับคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชน เพื่อจะได้ปรับกลยุทธ์ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อหน่วยงาน และทราบถึงปัญหาในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การจราจร และปัญหาอื่น ๆ เพื่อนำมาเสนอแนะและกำหนดแนวทางในการพัฒนาร่วมกัน
ทั้งนี้ภารกิจของ กต.ตร.นั้นจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการทำงานระหว่างภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์/ภาพ
พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ส่งเสริมสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยวจัดกิจกรรมเผยแพร่เกษตรอินทรีย์กับชีวิตที่เลือกได้ พร้อม ประกวดเมนูสุขภาพจากเกษตรอินทรีย์ ของเชฟโรงแรมดังในจังหวัดภูเก็ต
เมื่อเวลา 10.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต นายสมพงศ์ อ่อนประเสริฐ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เชฟกิตติมศักดิ์ นูรอ โซ๊ะมณี เสต๊ปเป้ ทูตวัฒนธรรม นำอาหารไทยสู่สากล และผู้เกี่ยวข้อง ได้จัด การประกวดเมนูสุขภาพจากเกษตรอินทรีย์ ของเชฟโรงแรมดังในจังหวัดภูเก็ต
นายสมพงศ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้จัดสัมมนา ภูเก็ต ช่องทางเกษตรอินทรีย์กับชีวิตที่เลือกได้ “Organic : Alternative Life” โดยเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดสินค้า เกษตรอินทรีย์ และเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการบริโภคเพื่อสุขภาพ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมากมายประกอบด้วย การประกวดเมนูสุขภาพจากเกษตรอินทรีย์ ของเชฟโรงแรมดังในจังหวัดภูเก็ต และกิจกรรมการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสัมมนาโดยวิทยากรผู้ส่งคุณวุฒิทางด้านสินค้าเกษตรอินทรีย์ และทีมงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งเสริมการตลาด โดยการออกบู๊ธแสดงสินค้า ของกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพจากจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 30 บู๊ธ รวมทั้งกิจกรรมกระตุ้นเพื่อส่งเสริมการตาด โดยการโชว์การปรุงเมนูพิเศษเกษตรอินทรีย์ของเชฟกิตติมศักดิ์ รวมทั้งกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ จากแหล่งผลิตต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงาน นั้น
ทั้งนี้ในวันนี้ ได้มีการจัดการประกวดเมนูสุขภาพจากเกษตรอินทรีย์ของเชฟโรงแรมดังในจังหวัดภูเก็ต โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอินทรีย์ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และต่างประเทศ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ทำให้เกิดการตื่นตัวให้ประชาชนนิยม บริโภคเพื่อสุขภาพ รวมถึงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักถึงความสำคัญ โอกาสทางการตลาด และมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยว ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัยเรื่องอาหาร โดยให้กลุ่มเป้าหมายร่วมขับเคลื่อนการนำเกษตรอินทรีย์สู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เมนูอาหารจากเกษตรอินทรีย์ สปาอินทรีย์ จัดมุมจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และร้านอาหารเกษตรอินทรีย์
... สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์
---------------------------------------------------
ป.ป.ส.ภาค 8 สนับสนุนงบกว่า 2 แสนบาทใน 30 หมู่บ้าน/ชุมชน หวังดำเนินกิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต หลังใหม่ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางดำเนินการโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนจังหวัดภูเก็ตโดยมี นายพีระบูรณ์ ทองศิริเศรษฐ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย 30 หมู่บ้าน, ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง , วิทยากรกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งหมู่บ้าน/ชุมชน , ปลัดอำเภอที่รับผิดชอบงานยาเสพติด , ประธานชมรมพลังแผ่นดินท้องถิ่นท้องที่สามัคคีอำเภอเมืองภูเก็ต , ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดภูเก็ต , ประธาน ศตส.ภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ ศตส.จ.ภก. รวม 50 คน เข้าร่วม
นายพีระบูรณ์ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต (ศตส.จ.ภก.) ร่วมกับชมรมพลังแผ่นดินท้องถิ่นท้องที่สามัคคีอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนจังหวัดภูเก็ต โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 จำนวน 240,000 บาท เพื่อดำเนินกิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน/ชุมชนให้ปลอดยาเสพติดและพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้นำ/อาสาสมัครในการเฝ้าระวังป้องกันยาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย ที่ได้พิจารณาคัดเลือกจากศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอ (ศตส.อ.) ในพื้นที่ 15 ตำบล จำนวน 26 หมู่บ้าน 4 ชุมชน รวม 30 หมู่บ้าน/ชุมชน
ทั้งนี้ผลจากการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้คาดว่าผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จะนำเอาความรู้ที่ได้ไปขับเคลื่อนกิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังป้องกันยาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบเงินให้แก่ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ทั้ง 30 หมู่บ้าน เพื่อนำไปดำเนินกิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนๆ ละ 8,000 บาท ประกอบด้วย อำเภอเมืองภูเก็ต 6 ตำบล 14 หมู่บ้าน ต.เกาะแก้ว 7 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.1 บ้านสะปำ, ม.2 บ้านบางคู , ม.3 บ้านบางเหนียว , ม.4 บ้านเกาะแก้ว , ม.5 บ้านหัวควน , ม.6 บ้านเกาะมะพร้าว และ ม.7 บ้านแหลมหิน ต.รัษฎา 1 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.6 บ้านลักกงษี ต.วิชิต 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.3 บ้านตีนเขา และ ม.6 บ้านบ่อแร่ ต.ฉลอง 1 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.5 บ้านนากก ต.ราไวย์ 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.1 บ้านในหาน และ ม.7 บ้านใสยวน ต.กะรน 1หมู่บ้าน ได้แก่ ม.2 บ้านกะตะ อำเภอถลาง 6 ตำบล 10 หมู่บ้าน ต.เทพกระษัตรี 1 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.6 บ้านแหลมทราย ต.ป่าคลอก 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.4 บ้านพารา และ ม.5 บ้านเกาะนาคา ต.ศรีสุนทร 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.3 บ้านท่าเรือ และ ม.6 บ้านยา ต.ไม้ขาว 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.2 บ้านคอเอน และ ม.7 บ้านหยิด ต.เชิงทะเล 1 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.3 บ้านหาดสุรินทร์ ต.สาคู 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.1 บ้านในยาง และ ม.4 บ้านในทอน อำเภอกะทู้ 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 4 ชุมชน ต.กมลา 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.5 บ้านหัวควน และ ม.6 บ้านนาคา ต.กะทู้ 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนควนลิ้มซ้าน และ ชุมชนบ้านตากแดด ต.ป่าตอง 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านไสน้ำเย็น และ ชุมชนบ้านโคกมะขาม
ด้านนายวีระวัฒน์ กล่าวว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการร่วมมือกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาชน - ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับข้อมูล พื้นที่ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จะต้องนำเงินที่ได้รับมอบในวันนี้ กลับไปเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชนโดยการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญตามแนวทางของโครงการดังนี้ จัดประชาคมในหมู่บ้าน/ชุมชนเป็นระยะ จัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน จัดระบบเฝ้าระวัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือดูแลผู้เสพผู้ติดในหมู่บ้าน/ชุมชนให้เข้าสู่กระบวนการ บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างครอบวงจร จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนผ่านสื่อต่างๆ เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ หอกระจายข่าว เป็นต้น
“เชื่อมั่นว่าทุกท่านที่ได้ร่วมประชุมอบรมตามโครงการดังกล่าว จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน และพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นหมู่บ้าน กองทุนแม่ของแผ่นดิน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้นำ/อาสาสมัครในหมู่บ้าน/ชุมชน ในการเฝ้าระวังป้องกันยาเสพติดอย่างยั่งยืนต่อไป นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ กล่าว”
...สิรินทร สินอนันต์ ข่าว/พิมพ์ เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป