วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ศตส.จ.ภก.ร่วมถกแนวทางแก้ไขปัญหาตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะ

ศตส.จ.ภก.ร่วมถกแนวทางแก้ไขปัญหาตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะ ได้ข้อยุติ ผลักดันให้พิสูจน์หลักฐานตำรวจ-ศูนย์วิทยาศาสตร์กรแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) สามารถตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะ เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ก.พ. 54 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต (POC) ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต(ศตส.จ.ภก.)ได้มีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะ ครั้งที่ 1/2554 โดยมี พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นประธานการประชุม

พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวการ การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการ ศตส.จ.ภก.ครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต มีประเด็นและสาระสำคัญในการประชุม เรื่องการตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะของพิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 14 (ภูเก็ต) ซึ่งมีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุมมาโดยตลอด ศตส.จ.ภก.จึงได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการพิจารณากำหนดให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) เป็นสถานตรวจพิสูจน์ และได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ในการขอความร่วมมือพิจารณาระเบียบข้อกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติ เพื่ออนุญาตให้พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะได้ ซึ่งจากประเด็นดังกล่าว สรุปได้ว่า ทั้งพิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) ไม่สามารถตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะได้ จึงได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นดังกล่าวในวันนี้เพื่อหาข้อยุติและแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการในพื้นที่

พ.ต.อ.โกมล กล่าวอีกว่า จากประเด็นดังกล่าวข้างต้นเนื่องจากการดำเนินการตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ที่ผ่านมา เมื่อตรวจเบื้องต้นมีผลเป็นบวก ก็จะส่งตรวจยืนยัน ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สุราษฎร์ธานี ในระยะหลังจะส่งตรวจยืนยัน ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตรัง และบางหน่วยงานก็จะส่งผ่านไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตก่อน บางหน่วยงานก็เก็บตัวอย่างไว้นานกว่าจะส่งตรวจยืนยัน ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาในการส่งตรวจยืนยัน และการเก็บรักษา อาจส่งผลต่อการตรวจยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะ เพราะมีข้อมูลในกรณีที่ผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้นมีผลเป็นบวก และผู้ถูกตรวจ ยอมรับว่าใช้สารเสพติดแต่ผลการตรวจยืนยันจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ กลับมีผลเป็นบวก คือไม่พบสารเสพติด ทำให้สำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่มีวัตถุพยานยืนยัน จากปัญหาดังกล่าว ศตส.จ.ภก.จึงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการผลักดันให้พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์วิทยาการแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันสารเสพติดในปัสสาวะ เพื่อลดระยะเวลาในการส่งตรวจ

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป