ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ตระบุว่า หลังจากจังหวัดภูเก็ตออกแถลงการณ์ ยืนยันความพร้อมรองรับปัญหาคลื่นสึนามิ บรรยากาศการท่องเที่ยวดีขึ้นตามลำดับ
นายแพทย์ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ตกล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการหยิบยกปัญหาคลื่นสึนามิมาพูดในช่วงที่ผ่านมาและมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลอดจนสร้างความวิตกกังวลเกิดขึ้นในกลุ่มประชาชนที่มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยว่า อาจจะเป็นความหวังดีของคนที่เตือน แต่การเตือนเฉยๆ กลับเป็นการสร้างความตื่นตระหนก ในทางตรงกันข้ามเมื่อเตือนแล้ว น่าจะมีแพ็กเกจของการป้องกันตามมาด้วย โดยมีคำอธิบายว่า จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการดูแลทุกอย่างแม้ว่าจะมีโอกาสเกิดคลื่นสึนามิก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องสามารถดูแลได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้สถานการณ์ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะการเตือนเฉยๆ โดยไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัย มันสร้างความตื่นตระหนกแก่สาธารณชนแน่นอนอยู่แล้ว
ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า หากมีการเตือนภัยคลื่นสึนามิ น่าจะเตือนภายใต้คำอธิบายที่ว่า อยู่ภายใต้การบริหารจัดการที่ดีหรือจังหวัดภูเก็ต โดยหน่วยงานราชการในพื้นที่ ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วในลักษณะเช่นนี้เพื่อเป็นการป้องกัน หากมีปัญหาคลื่นสึนามิเกิดขึ้น น่าจะดีกว่า หรือแทนที่จะเตือนก่อนควรประกาศระบุไปดังกล่าวเพราะ การที่ข้อมูลของโหรที่ทำนายออกไป ในช่วงแรก ตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักโรงแรม มีสถิติลดลงในช่วงวันที่ 20-30 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่หลังจากที่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคำทำนายและข่าวลือการเกิดสึนามิเป็นฉบับภาษาอังกฤษส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก หลังจากนั้นปรากฏว่า สถิติการจองห้องพักเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม โดยได้รับการยืนยันจากกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า มีตัวเลขนักท่องเที่ยวในสัดส่วนที่กลับคืนมาจนถึงปลายปี 2553 ตัวเลขที่แท้จริงมีให้เห็นแล้วและใกล้เคียงกับสถิติในช่วงเดียวกับของปี 2552 หรือมีอัตราการเข้าพัก 90-100 %
สำหรับในช่วงที่ผ่านมาทางรัฐบาลและจังหวัดภูเก็ตรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามเตรียมหรือทำทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ถือว่าใช้ได้ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับกลุ่มประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จึงไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพียงแต่ว่าระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ น่าจะเป็นการเตรียมการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาร้ายแรงขึ้นมาอีก ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้ไขและในปัจจุบันมีเรื่องหลายเรื่องที่เป็นปัญหาซึ่งเราน่าจะเตรียมการเอาไว้ก่อน แทนที่จะต้องมาแก้ไขที่ปลายเหตุเมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่นน้ำท่วมหรือภัยพิบัติอื่นๆ หากน้ำท่วม เราน่าจะมีการขุดคลองเอาไว้เลย ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วค่อยมาขุดคลอง และคลอง ยังสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ด้วย และระบบการบริหารจัดการแบบนี้ หลายประเทศมีการจัดทำกัน คือ จัดการก่อนที่จะมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น
ข้อมูลจาก :: ชัยวุฒิ พวงสุวรรณ สวท. ภูเก็ต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป