วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กงสุล 18 ประเทศจี้ผู้ว่าฯภูเก็ต สางแท็กซี่-ตุ๊กตุ๊กโก่งราคา - พ่อเมืองขอเวลา 3 เดือนเคลียร์ปัญหาเรื้อรัง

กงสุล 18 ประเทศจี้ผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งสางปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เน้นย้ำรถแท็กซี่-ตุ๊กตุ๊กเอาเปรียบนักท่องเที่ยวเรียกค่าโดยสารมหาโหด พร้อมแก้ปัญหาด่านตม.สนามบิน ผู้ว่าฯขอเวลา 3 เดือนคลี่คลายให้หมดไป

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติศักดิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกับหน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ด่านตรวจคนเข้าเมือง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และกงสุลจากประเทศต่างๆ 18 ประเทศ เพื่อร่วมหารือและหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยการประชุมดังกล่าวจะจัดให้มีขึ้น 3 เดือนครั้ง

สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ที่ทางกงสุลประเทศต่างๆ ที่อยู่ในภูเก็ตเห็นว่าจะต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคนของประเทศนั้นๆที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปัญหาที่จังหวัดภูเก็ตพยายามที่จะแก้ไขมาโดยตลอดแต่ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทั้งหมด

เช่น การให้บริการของการท่าอากาศยานภูเก็ตที่มีปัญหาการตรวจเอกซเรย์กระเป๋าล่าช้าจนนักท่องเที่ยวต้องเข้าแถวยาวมากๆ รวมถึงปัญหาความล่าช้าของพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าแถวยาวเช่นกันและใช้เวลานานกว่าจะผ่านการตรวจหนังสือเดินทางไปได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจ้งให้ทราบว่าปัญหาที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้รับการแก้ไขให้สามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกมากขึ้นในช่วงไฮซีซันนี้

โดยทางด่านตรวจคนเข้าเมืองได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และช่องตรวจคนเข้าเมืองเป็น 17 ช่อง เพื่อให้เพียงพอในช่วงที่มีเที่ยวบินลงพร้อมๆกันหลายๆเที่ยวบิน และในส่วนของท่าอากาศยานฯได้เพิ่มสายพานในการเอกซเรย์กระเป๋าให้เพียงพอด้วย รวมทั้งมีการจัดช่องด่วนพิเศษสำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางคนไทยและเอเปก

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาค่าโดยสารรถแท็กซี่/รถตุ๊กตุ๊ก ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวโดยการเรียกเก็บค่าโดยกสารที่สูงจนความเป็นจริง รวมทั้งมีการทำร้ายนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการอีกด้วย ซึ่งปัญหานี้ทางกงสุลประเทศต่างๆให้ความสำคัญมาก เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตจำนวนไม่น้อยที่ต้องประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งทางกงสุลประเทศออสเตรเลียก็เคยประสบปัญหาดังกล่าวด้วยตัวเองที่หาดสุรินทร์โดยรถแท็กซี่ได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่บนถนน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่กร่างมากๆ สร้างความเสียหายให้กับจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาดังกล่าวก็จะนำไปบอกต่อที่ประเทศของตนเอง

นายกนก ศิริพาณิชกร ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงว่า ปัญหาค่าโดยสารรถแท็กซี่ป้ายดำและรถตุ๊กตุ๊กเรียกเก็บค่าโดยสารไม่เป็นธรรมและไม่มีราคาที่เป็นมาตรฐานนั้น เกิดจากนักท่องเที่ยวเรียกใช้รถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊กที่จอดอยู่บริเวณหน้าโรงแรมและชายหาดต่างๆ ซึ่งเป็นรถรับจ้างที่ผิดกฎหมาย ทางขนส่งไม่สามารถควบคุมราคาค่าโดยสารได้ ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับการต่อรองของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่จะใช้บริการรถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊กในจังหวัดภูเก็ตต้องจ่ายค่าโดยสารที่มีราคาแพงเกินความเป็นจริง แต่หากเป็นที่สนามบินภูเก็ตหากนักท่องเที่ยวเรียกใช้บริการรถรับจ้างที่จัดไว้ให้บริการนั้นจะมีราคาค่าโดยสารตามที่กำหนดไว้ที่สนามบินอย่างแน่นอน

จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความวิตกกังวลที่จะใช้บริการรถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊ก และอาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้ ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับอัตราค่าบริการรถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊กของจังหวัดภูเก็ตถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนมาก ทางขนส่งจะรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ขณะที่ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รถตุ๊กตุ๊กในภูเก็ตมีประมาณ 3,000 คัน และรถแท็กซี่มีประมาณ 2,000-3,000 คัน เชื่อว่าคนให้บริการเหล่านี้เป็นเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ทำร้ายนักท่องเที่ยว และที่ผ่านมาที่เป็นคดีความกันนั้น ปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดจากนักท่องเที่ยวที่เรียกใช้บริการจะมีอาการเมาสุรา และเมื่อรถรับจ้างไปส่งถึงที่พักแล้วไม่ยอมจ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้

เช่น ตกลงที่ราคา 200 บาท เมื่อไปส่งถึงที่พักกลับจ่ายให้รถรับจ้างเพียง 100-150 บาทเท่านั้น ทำให้ต้องโต้เถียงกันและเกิดการทะเลาะวิวาท ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะรูปร่างใหญ่กว่าคนขับรถแท็กซี่และตุ๊กตุ๊กจึงต้องใช้อาวุธที่เป็นไม้ และมีดทำร้ายร่างกาย และเท่าที่เป็นคดีความกันนั้นยังไม่เคยมีการใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด

ด้านนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นกับภูเก็ตมานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาให้หมดไปได้ ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตเองไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามที่จะแก้ปัญหาให้หมดไป โดยการนำรถรับจ้างผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบสหกรณ์ให้มากที่สุดเพื่อที่จะให้สามารถควบคุมในส่วนของราคาและการให้บริการได้ ซึ่งทางจังหวัดจะพยายามแก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด และคิดว่าภายใน 3 เดือนจากนี้ การแก้ปัญหาดังกล่าวจะมีความก้าวหน้าไปอย่างแน่นอน โดยในช่วงต้นเดือนหน้าจะลงไปพื้นที่ป่าตองเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือในประเด็นการยึดหนังสือเดินทางนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การสรุปผลการจับกุมคดีอาญา การเสียชีวิตและอุบัติเหตุต่อชาวต่างชาติ ปี 2553 ซึ่งจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปี 2553 นี้ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นผู้ต้องหาคดีต่างๆในภูเก็ตจำนวน 150 ราย มีทั้งเมาแล้วขับ เกิดอุบัติเหตุ ยาเสพติด หนังสือเดินทางหมดอายุ เป็นต้น และมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตทั้งสิ้น 67 ราย รวมทั้งปัญหาคนต่างด้าวประกอบอาชีพในจังหวัดภูเก็ตที่หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายไทย

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป