วันที่ 15 ส.ค.53 นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ นักวิชการประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเล และป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวถึงผลการผ่าพิสูจน์ซากพะยูนแม่ลูก ซึ่งชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกาะยาวน้อย จ.พังงา นำมาส่งมอบหลังพบที่บริเวณป่าชายเลนบ้านเกาะยาวน้อย ว่า จากการผ่าพิสูจน์พะยูน 2 ตัวแม่ลูกพบว่าพะยูนทั้ง 2 ตัวตายแบบผิดปกติ เนื่องจากการตรวจสอบในกระเพาะอาหารและร่ายกายพบว่าทั้ง 2 ตัวมีร่ายกายสมบูรณ์และภายในกระเพาะอาหารยังคงมีหญ้าทะเลที่พะยูนกินเข้าไปอยู่ ทำให้ระบุได้ว่าพะยูนทั้ง 2 ตัวไม่ได้ป่วยตายอย่างแน่นอน
สำหรับพะยูนตัวแม่นั้น เป็นพะยูนตัวเต็มวัยมีความยาวประมาณ 2.7 เมตร จากการตรวจร่างกายภายนอกไม่พบร่องรอยการถูกรัดจากเส้นอวน ทำให้เชื่อว่าพะยูนไม่ได้โดนเบ็ดราวไวตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าโดนเครื่องมือการทำประมงชนิดใด เนื่องจากสภาพร่างกายเท่าที่ตรวจสอบได้ไม่มีการบ่งชี้
ขณะที่พะยูนตัวลูกเป็นพะยูนเพศเมีย มีความยาวประมาณ 1.1 เมตร อายุประมาณ 2ปี จากการตรวจสภาพในเบื้องต้น พบว่า ในกระเพาะอาหารยังมีหญ้าทะเลและนมผสมอยู่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าลูกพะยูนไม่ได้หิวตาย แต่อาจจะตายจากการที่ถูกกระทำหรืออุบัติเหตุ เนื่องจากบริเวณที่หัวของพะยูนพบมีร่องรอยการถูกกระแตกอย่างแรงจนทำให้เบ้าตายุบลงไป ซึ่งพะยูนตัวลูกคาดว่าตายหลังจากตัวแม่ตายไปแล้วประมาณ 5-6 วัน เนื่องจากสภาพซากยังใหม่อยู่
นายก้องเกียรติ กล่าวว่า สำหรับพะยูนทั้ง 2ตัวที่พบซากล่าสุดนั้น เป็นพะยูนที่ตายในฝั่งทะเลอันดามันเป็นตัวที่ 7 และที่ 8 แล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้พะยูนตายก็ยังคงเป็นเครื่องมือจากการทำประมงของชาวประมงอยู่ ซึ่งเครื่องมือที่เป็นอันตรายกับพะยูนมีทั้งเบ็ดราวไว อวนลอย และโป๊ะ จึงอยากขอความร่วมมือชาวประมงให้ระมัดระวังในการใช้เครื่องมือการทำประมงเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับสัตว์เหล่านี้
ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป