นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นตามอัตราการเจริญเติบโตทางด้านธุรกิจการท่องเที่ยวและด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทางจังหวัดได้กำหนดให้เป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ และจากการหารือร่วมกันระหว่างจังหวัดภูเก็ต โครงการชลประทานภูเก็ตและเทศบาลเมืองกะทู้ เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาแหล่งน้ำต้นทุนที่ไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา รวมถึงปัญหาน้ำอุปโภค-บริโภค โดยให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนที่มีอยู่เดิมเพื่อให้สามารถมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี
โดยทางจังหวัดภูเก็ต กรมชลประทาน และเทศบาลเมืองกะทู้ จึงมีความเห็นร่วมกันที่จะทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนางานชลประทานแบบบูรณาการ โครงการอ่างเก็บน้ำบางวาด เพื่อเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำขึ้น เพื่อเป็นรูปแบบการพัฒนางานชลประทานแบบบูรณาการในการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมหรือการร่วมทุนระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น (PPP:Public Private Partnership) ในอนาคต ซึ่งโครงการเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำบางวาด จะเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณแหล่งน้ำต้นทุนให้มากขึ้น จากเดิมซึ่งจุน้ำได้ 7.3 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 10.2 ล้านลูกบาศก์เมตร นายวีรวัฒน์กล่าว
นายวีรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำบางวาด นั้นจะเป็นการเสริมสันเขื่อนขึ้นไปจากเดิมประมาณ 1 เมตร พร้อมขยายสันเขื่อน ยกระดับและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งกรมชลประทานคาดว่าจะใช้งบประมาณจำนวนกว่า 300 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณประจำปี 2554 และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2554 เชื่อว่าหลังการดำเนินการเสร็จสิ้นจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภูเก็ตได้เป็นอย่างดี ซึ่งขั้นตอนขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบเพื่อเสนอของบประมาณ
***ณรงค์ศักดิ์ แสงสีดำ/ภาพ สาลินี ปราบ สนับสนุนข่าว / เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/ เรียบเรียง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป