วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จังหวัดภูเก็ตเฝ้าระวังการนำศาสนวัตถุไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม หลังพบร้านอาหารของชาวต่างชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตองมีการนำเศียรพระไปประดับไว้ในสวน

นายทวิชาติ อินทรฤทธิ์ วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2553 ซึ่งมีนายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 14 ก.ค. 53 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ต ว่า

เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวทำให้มีความหลากหลายของชนชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว ดังนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือต่างชาติไม่เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีของเรา ตอนนี้เราก็ได้มีการเฝ้าระวังเรื่องการนำศาสนวัตถุหรือวัตถุที่เกี่ยวเนื่องทางศาสนาไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมีอยู่มากกมาย อย่างพื้นที่ป่าตอง จากการตรวจสอบเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีสถานประกอบการร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ ได้นำเศียรพระไปประดับไว้ในสวน และที่เศียรพระก็มีน้ำพุพุ่งออกมา ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

“ที่ผ่านมาเราได้มีการออกไปตรวจสอบ แต่ยังไม่ครอบคลุม จึงต้องอาศัยเครือข่ายทางวัฒนธรรมของเราช่วยกันแจ้ง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความกรุณาจากประชาชนที่พบเห็นสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว อย่างในเรื่องของป้ายคัดเอาต์ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีการติดกันมากมาย ซึ่งบางครั้งก็สื่อออกมาไม่เหมาะสมกับเด็กและประชาชน อย่างเช่นเป็นภาพเปลือย ภาพอนาจาร”

นอกจากนี้นายทวิชาติ ยังได้กล่าวถึง การเฝ้าระวังตรวจสอบ ร้านเกมส์ คาราโอเกะ ร้านอินเตอร์เน็ต ซึ่งอาจจะเป็นที่ซ่อนเร้นในเรื่องของสื่ออนาจาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของผู้ประกอบการจะต้องให้ความร่วมมือในการช่วยกันเฝ้าระวัง ภายในร้านจะต้องมีการติดกล้องวงจรปิด เพราะตอนนี้การออกใบอนุญาตในครั้งต่อไปของจังหวัด จะต้องเน้นให้เจ้าของหรือผู้ประกอบการจะต้องมีการติดกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้เฝ้าระวังได้ว่ามีผู้เข้าไปใช้ในเรื่องของสื่อลามกอนาจารหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากมีคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ต ชุดนี้ ก็จะมีการวางแผนวางยุทธศาสตร์การปฏิบัติหน้าที่ให้กับเครือข่าย ก็คาดว่าจะเป็นการป้องปรามมากกว่าที่เราจะไปปราบปราม สิ่งเหล่านี้ก็คิดว่าเราจะต้องรณรงค์เพราะว่ามีสื่อมวลชนเข้ามาอยู่ในคณะอนุกรรมการ ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้น การรณรงค์ก็แพร่หลายขึ้น ประชาชนจะได้ทราบแล้วก็ช่วยกันเฝ้าระวัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะให้ยั่งยืนได้ก็ต้องอยู่ที่ประชาชนของเรา ในการช่วยกันเฝ้าระวัง และรณรงค์สิ่งเหล่านี้ นายทวิชาติ กล่าวในที่สุด

โสภณ เคี่ยมการ /ภาพ สารภี ศรีธรรมรัตน์ / สนับสนุนข่าว เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต / เรียบเรียง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป