วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทุ่นเตือนสึนามิหลุดจากจุดติดตั้งทัพเรือภาค 3 เร่งเก็บกู้ - ศูนย์เตือนภัยยันยังเตือนภัยได้

ทัพเรือภาค 3 ส่งเรือหลวงบางปะกงเก็บทุ่นเตือนภัยสึนามิหลังได้รับการประสานพบทุนเตือนภัยสึนามิที่ติดตั้งเมื่อปี 49 หลุดลอยเข้าใกล้ฝั่งห่างจากภูเก็ตประมาณ 200ไมล์ทะเล ขณะที่ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติระบุยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ทุ่นขาด แต่ยืนยันระบบตรวจจับแผ่นดินไหว คลื่นสึนามิ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

นาวาเอก พุทธิพร สวาทสุต รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับการประสานจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในการจัดเก็บทุ่นเตือนภัยสึนามิ ซึ่งหลุดจากจุดติดตั้ง บริเวณมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากประเทศไทยประมาณ 600 ไมล์ทะเล เมื่อต้นเดือน มิ.ย.2553 ที่ผ่านมา โดยทุ่นดังกล่าวลอยเคลื่อนที่มาทางตะวันออกเข้าหาประเทศไทย ด้วยความเร็วประมาณ 10 กม./ชม.

อย่างไรก็ตาม หลังได้รับแจ้งทางทัพเรือภาค 3 ได้ประสานกับทาง ผู้ช่วยทูตทหารเรือประจำกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพื่อประสานกองทัพเรืออินเดียช่วยค้นหา และติดตามทุ่นดังกล่าว ซึ่งกองกำลังอันดามันและนิโคบาร์ของ กองทัพเรืออินเดีย ได้ตรวจพบทุ่นเตือนภัยสึนามิเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.53 ที่ผ่านมา และรายงานการเคลื่อนที่และตำบลที่ทุ่นดังกล่าวลอยไปให้กับศูนย์เตือนภัยพิบัติและ ทรภ.3 ทราบมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถจัดเก็บทุ่นดังกล่าวได้เนื่องจากไม่มีเรือที่มีขีดความสามารถในการเก็บกู้

ล่าสุด ทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับการประสานจากศูนย์เตือนภัยให้ช่วยเก็บกู้ทุ่นเตือนภัยสึนามิซึ่งลอยเข้ามาใกล้ประเทศไทย โดยทุ่นดังกล่าวได้ลอยเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ห่างจาก จังหวัดภูเก็ต ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 200 ไมล์ทะเล ทางผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3

โดย พล.ร.ท.ชุมนุม อาจวงษ์ จึงได้สั่งการให้จัดเรือหลวงบางปะกงเข้าทำการเก็บกู้ ซึ่งเรือออกเดินทางจาก ฐานทัพเรือพังงา วันนี้ (16 ก.ค.) เวลา 17.00 น.พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะเดินทางถึงพื้นที่ที่ คาดว่า จะพบทุ่นเตือนภัยสึนามิในเวลาประมาณ 04.00 น.ของเช้าวันที่ 17 ก.ค.53

นอกจากนั้น ยังได้จัดเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล ในการบินค้นหาทุ่น ในวันที่ 17 ก.ค. นี้ด้วย โดยเครื่องบินจะประสานการปฏิบัติกับเรือหลวงบางปะกง และศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 เมื่อตรวจหาจุดที่ทุนลอยอยู่ หลังจากพบจะใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษดำน้ำเข้าตรวจสอบสภาพใต้น้ำของทุ่น และดำเนินการเก็บกู้โดยเรือหลวงบางปะกง ภายใต้การให้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติต่อไป

ขณะที่ นายวิระยะ มงคลวีระพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทุ่นตรวจวัดสึนามิตัวนี้ เป็นตัวที่นำไปวางแทนทุ่นตัวแรกที่ได้วางเมื่อปลายปี 2549 ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ว่าที่ขาดเพราะสาเหตุใด อาจจะกระตุกเพราะคลื่นมรสุมลมแรง หรือเรือหาปลาไปกระแทกให้ขาด ซึ่งต้องรอการเก็บกู้แล้วนำมาพิสูจน์

โดยในส่วนของการตรวจตำแหน่งตัวทุ่นขณะนี้มีระบบ GPS ตรวจสอบอยู่ ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม จึงถูกพัดเข้าหาฝั่งประเทศไทย และได้ประสานเข้าไปเก็บกู้ ส่วนช่วงเวลาของการจะนำกลับไปวางในทะเลอันดามันอีกครั้งนั้น จะต้องดูสภาพคลื่นลมที่เหมาะสมที่สามารถดำเนินการได้ แต่จะทำโดยเร็วที่สุด

ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ยืนยันว่า ในส่วนของการตรวจสอบแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ ในมหาสุมทรอินเดียนั้น ยังสามารถตรวจสอบได้ตามปกติ โดยเชื่อมโยงกับระบบตรวจวัดสึนามิของต่างประเทศ และมีจุดตรวจวัดระดับน้ำตามเกาะในฝั่งอันดามัน ดังนั้น ระหว่างการตรวจสอบแก้ไขทุ่นที่ขาด จึงยืนยันได้ว่าสามารถเตือนภัยสึนามิล่วงหน้าได้เหมือนเดิม

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป