วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กมธ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฏรระบุภูเก็ตติดอันดับ 1 แหล่งฟอกเงินของกลุ่มฉ้อโกง-ยาเสพติดจากทั่วโลก

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.53 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ นาย วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฏร พร้อมคณะเดินทางมาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการฟอกเงินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีนาย ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมบรรยายสรุปผลการดำเนินการ

ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอข้อมูลการแพร่ระบาดและการป้องกันยาเสพติด โดยระบุว่า ในพื้นที่ภูเก็ตมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกประเภท ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตได้มีการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งในส่วนของการสกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาภูเก็ต ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งการจับกุมยาเสพติด จะต้องอาศัยทางด้านการข่าวเป็นหลัก ส่วนการตั้งด่านตรวจค้นตามด่านต่างๆ ก็ค่อนข้างที่จะทำได้ยาก เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะตั้งด่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่การลักลอบนำเข้ามาทางสนามบินภูเก็ต มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกันในช่วง 1-2 ปี แต่จะเข้ามาในปริมาณที่มาก ด้วยการลักลอบซ่อนมาในร่างกาย ส่วนใหญ่จะเป็นโคเคน ยาไอซ์ ซึ่งจะนำมาขายในกลุ่มของนักท่องเที่ยว ส่วนการลักลอบทางเรือนั้น จะมีบ้างในกลุ่มของผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการจะเลี่ยงการตรวจจับที่ด่านท่าฉัตรไชย แต่ถ้าเป็นการลักลอบนำเข้ามาโดยเรือจากต่างประเทศไม่ค่อยมีปรากฏ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการให้ความสนใจการระบาดของยาเสพติดในเรือนจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ชี้แจงว่า ในเรือนจำภูเก็ตไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มนักโทษ เพราะเรือนจำได้มีมาตรการในการป้องกันอย่างเข้มงวด ด้วยการตรวจค้นแบบจู่โจมเดือนละ 5-6 ครั้ง การตรวจค้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายนอกอีกเดือนละ 1 ครั้ง สุ่มตรวจปัสสาวะ 180 คน พบว่า มีสารเสพติดเพียง 1 คน ซึ่งก็มีการดำเนินการไปแล้ว เป็นต้น ส่วนผู้ต้องขังที่เป็นคดียาเสพติดรายใหญ่นั้นมีอยู่ 2 ราย ขณะนี้ ปปส.กำลังมีการขยายผล

นอกจากนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ยังมีความเป็นห่วงเรื่องคาราวานขายลอตเตอรี่จะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาขายในพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพราะจะเห็นว่ากลุ่มคนที่มาขายลอตเตอรี่นั้นมากันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ และมาจากพื้นที่เดียวกัน อาจจะมีกลุ่มนายทุนจากอีสานที่นำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านลักลอบขนเข้ามาด้วยการแอบแฝงขายลอตเตอรี่ก็ได้ จึงได้ฝาก ป.ป.ส.ให้จับตากลุ่มนี้เป็นพิเศษ รวมถึงในเรื่องของการฟอกเงินของคนต่างชาติในภูเก็ต ที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจง ว่า ในภูเก็ตมีคนต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจังหวัดเองก็ต้องการที่จะเข้าไปส่งเสริมให้การเข้ามาลงทุนดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด แต่ก็มีในเรื่องของนอมินี ที่ไม่แน่ใจว่ากฎหมายจะยื่นมือเข้าไปดำเนินการถึงหรือไม่

ขณะที่ คณะกรรมาธิการต้องการที่จะให้จังหวัดภูเก็ตประสานงานกับ ปปง.ในการที่จะให้ความรู้ด้านกฎหมายฟอกเงินกับนักลงทุน และหน่วยงานราชการในพื้นที่

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ออกติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดและการฟอกเงินแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคแต่ละพื้นที่เสนอต่อรัฐบาล เพื่อวางมาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและรูปธรรม

“ยาเสพติดยังคงเป็นผลประโยชน์ที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล ทำให้ยังคงมีผู้ค้ากล้าที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและทวีคูณมากขึ้นตามลำดับ แม้กระทั่งผู้ต้องขังในเรือนจำแต่ละจังหวัดยังคงมีการสั่งการเพื่อลักลอบจำหน่ายยาบ้ากันตลอดเช่นกัน ทั้งนี้ยาบ้า 87 เปอร์เซ็นต์มาจากภาคเหนือและอีก 17 เปอร์เซ็นต์ทะลักมาจากภาคอีสานและกระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งทาง คณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณ จำนวน 57 ล้านบาทในการสร้างด่านตรวจถาวร 24 ชั่วโมงทั้ง 46 ด่าน ให้ทันสมัยและสามารถตรวจสอบยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการไหลทะลักของยาเสพติดเข้ามายังภูมิภาคต่างๆ ซึ่งภูเก็ตเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการนำยาเสพติดเข้ามาจากภาคเหนือ-อีสานเพื่อมาจำหน่ายในพื้นที่เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากรัฐบาลอนุมัติงบประมาณภายใน 2 เดือนที่ทางคณะกรรมมาธิการฯ เสนอไปตนมั่นใจว่ายาเสพติดจะลดลงทั้งประเทศได้”

นายวิสุทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการฟอกเงินของกลุ่มชาวต่างชาติที่ก่อเหตุฉ้อโกง-ยาเสพติดจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้วโยกย้ายถ่ายเทเงินเข้ามาในรูปแบบการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใน จ.ภูเก็ตว่า จากข้อมูลของ ปปง.ระบุว่าพื้นที่ จ.ภูเก็ตเป็นแหล่งกบดานและแหล่งฟอกเงินของกลุ่มชาวต่างชาติอันดับ 1 ของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่พัวพันยาเสพติดและฉ้อโกง โดยนำเงินมาฟอกด้วยการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน โรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ภูเก็ต แม้กระทั่ง นักการทูตยังมีรายชื่อร่วมฟอกเงินด้วยการซื้ออสังหาริมทรัพย์ผ่านบริษัทนอมินีของคนไทย

ด้านนาย ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวยอมรับว่า ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อไปทั่วโลก ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่ก่อเหตุมาจากแต่ละประเทศเข้ามาฟอกเงินด้วยการเปลี่ยนสภาพเป็นนักลงทุน และเมื่อมีการจับกุมชาวต่างชาติที่หนีมากบดานในพื้นที่ ทำให้ภูเก็ตถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นพื้นที่อันดับ 1 ที่มีการฟอกเงินหรือมีชาวต่างชาติหลบหนีเข้ามากบดาน ซึ่งที่ผ่านมา จ.ภูเก็ตไม่ได้มีเพียงกลุ่มชาวต่างชาติที่ก่อเหตุและหนีมากบดานหรือฟอกเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงมีนักธุรกิจที่เป็นชาวต่างชาตินำเงินตราเข้ามาลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การตรวจสอบบริษัทนอมินีของกลุ่มชาวต่างชาติที่นำเงินนอกระบบมาลงทุนหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ใน จ.ภูเก็ตหรือในประเทศไทยนั้น กฎหมายยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีการเปิดอย่างถูกต้อง ชาวต่างชาติเข้ามาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวรัสเซีย หรือสแกนดิเนเวียล้วนมีการยื่นขออนุญาตจัดตั้งบริษัทหรือเข้ามาอย่างถูกต้อง การเข้าไปตรวจสอบหรือดำเนินการจึงยาก แต่ถ้ามีการร้องเรียนผ่านมายังศูนย์ดำรงธรรมจะมีการประสานไปสรรพากรพื้นที่เข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทฯ นั้น

... สารภี ศรีธรรมรัตน์/สนับสนุนข่าว / เสงี่ยม เ อียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต/เรียบเรียง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป