วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553
กรมราชทัณฑ์มอบหมายให้เรือนจำจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 4-13 มิถุนายนนี้ที่เวทีกลางสะพานหิน
เมื่อค่ำวันที่ 4 มิถุนายนนี้ที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7 ที่กำหนดจัดขึ้นต่อเนื่องจนถึงวันที่13 มิถุนายนนี้ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00น.โดยมีเรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่เขต 8 และเขต 9 ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้รวม 23 แห่งร่วมกันนำผลิตภัณฑ์ ที่เป็นผลงานที่เกิดจากการอบรมและฝึกวิชาชีพที่ผลิตโดยฝีมือผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง ที่มีความคงทน ประณีต สวยงามคุณภาพดี หลากหลายรูปแบบ มีราคาประหยัด มาจัดแสดงและจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการจัดประกวดผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ และเรือนจำหรือทัณฑสถานที่ชนะการประกวดได้รับประกาศเกียรติคุณบัตรจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในโอกาสเดียวกันนี้ทางคณะกรรมการจัดงานยังประสานงานให้กลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นทูตวัฒนธรรมเมืองภูเก็ต มาร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรมและร้องเพลง บนเวที สลับกับการแสดงของศิลปินหรือวงดนตรีต่างๆในภาคใต้ตลอดงานด้วย
นายไพศาล สุวรรณรักษา ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่ากรมราชทัณฑ์ มอบหมายให้เรือนจำจังหวัดภูเก็ต เป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7 โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ภารกิจและนำผลิตภัณฑ์ด้านการฝึกวิชาชีพสาขาต่างๆของเรือนจำและทัณฑสถาน ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมภายนอก พร้อมกันนี้ ต้องการให้ประชาชนโดยทั่วไป มีโอกาสเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ต้องขังใช้ฝีมือผลิตขึ้นด้วยตนเอง ที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่ากรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมมีพันธกิจที่สำคัญคือการแก้ไขพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง และมุ่งพัฒนาเป็นองค์กรพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง ให้กลับตนเป็นพลเมืองดี มีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจที่ดี ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ ได้รับการพัฒนาทักษะ ฝีมือ ในการประกอบอาชีพที่สุดจริตและสามารถดำเนินชีวิตในสังคมภายนอกได้อย่างปกติ และสังคมให้การยอมรับ ตามปณิธานของกรมราชทัณฑ์ ที่จะ “ คืนคนดี มีฝีมือ สู่สังคม” สำหรับนโยบายที่สำคัญของกรมราชทัณฑ์ คือการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มาพัฒนาเรือนจำและและทัณฑสถาน ให้เป็นองค์กรแห่งความพอเพียง โดยนำกรอบ แนวคิดนี้ มาประยุกต์ใช้ ทั้งในส่วนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ต้องขัง มีการสนับสนุนให้ทุกฝ่าย รู้จักประมาณตน มีความประหยัด อดออม มีคุณธรรม จริยธรรมและมีความซื่อสัตย์สุจริต
อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวด้วยว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ฝึกอบรมวิชาชีพต่างๆ เป็นการให้โอกาสแก่ให้ผู้ต้องขัง จนมีการพัฒนา ความรู้ ความสามารถและทักษะและมีฝีมือ จนสามารถนำเสนอผลงานผลิตภัณฑ์ต่อสาธารณชน มาอย่างต่อเนื่อง 20 กว่าปีแล้วทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่เป็นความภาคภูมิใจทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์และ ผู้ต้องขังเอง และการจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อมีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยหรือเดินชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ เป็นความรู้สึกที่ดีจากประชาชน ที่อยู่นอกเรือนจำ ทุกฝ่ายมีความดีใจและภาคภูมิใจเช่นเดียวกัน ที่สังคม ยังยอมรับผลงานของผู้ต้องขัง สำหรับรายได้ส่วนหนึ่ง ที่มอบให้กับผู้ต้องขัง เป็นประโยชน์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษไปแล้ว สามารถนำความรู้ต่างๆไปใช้ประกอบอาชีพที่มั่นคงได้ นอกจากนี้ทางกรมราชทัณฑ์ มอบหมายให้เรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ นำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงที่จังหวัดภูเก็ต เพราะพิจารณาเห็นว่า เป็นเมืองนานาชาติและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและชาวต่างประเทศที่มีถิ่นพำนักในภูเก็ต สามารถ มาชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นจุดประสงค์สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่กรมราชทัณฑ์ มุ่งหวังให้ผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ก้าวสู่สากล อย่างที่ตั้งความหวังเอาไว้
สำหรับงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7ทางเรือนจำและ ทัณฑสถานมาร่วมออกร้านและจัดนิทรรศการมากถึง 95 บูธ ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้, เฟอร์นิเจอร์หวาย รวมทั้งผลิตภัณฑ์งานรากไม้ เครื่องใช้ในครัวเรือน ในขณะที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ตนั้น มีผลิตภัณฑ์ชุดรับแขกไม้ , ตู้ใส่เสื้อผ้า ,เตียงไม้ขากลึง, ซุ้มอเนกประสงค์และชุดโต๊ะเก้าอี้สนามส่วนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ค้าจังหวัดภูเก็ตหรือ WE GROUPจะเข้าร่วมออกบูธเป็นอาหารและเครื่องดื่ม 60ราย และสินค้าประเภทอื่นๆอีก 50รายและสมาชิกทั้งหมด ยินดีจะมอบคูปองอาหารและเครื่องดื่มและสินค้าต่างๆมีมูลค่ารวม 500 บาทต่อบูธเพื่อเป็นการคืนกำไรสำหรับประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ที่มาร่วมเล่นเกมบนเวที สามารถใช้แทนเงินสด 50-100 บาท ในการเลือกซื้ออาหาร เครื่องดื่มและสินค้าภายในงานเป็นประจำทุกวัน
ข้อมูลจาก :: ชัยวุฒิ พวงสุวรรณ สวท. ภูเก็ต
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป