วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อธิบดีกรมศุลกากรอาเซียน 10 ประเทศร่วมประชุมอธิบดีกรมศุลกากรอาเซียนครั้งที่ 19 เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบาย ทิศทางดำเนินการทางศุลกากรร่วมกัน


เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 53 ที่โรงแรมเชอราตันแกรนด์ ลากูน่า ภูเก็ต ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กรมศุลกากรเจ้าภาพจัดประชุมอธิบดีศุลกากรอาเซียน ครั้งที่ 19 ขึ้นเพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบศุลกากรในกลุ่มประเทศสมาชิก และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านศุลกากร โดยมีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดการประชุม อธิบดีศุลกากรจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์ และไทย เข้าร่วมประชุม และในโอกาสนี้มีนายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร และหน่วยงานราชการเกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ต ร่วมให้การต้อนรับ

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การประชุมนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากอธิบดีกรมศุลกากรจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศดังกล่าวร่วมประชุมกันเพื่อกำหนดนโยบาย ทิศทางดำเนินการทางศุลกากรร่วมกัน ซึ่งสาระสำคัญของวาระการประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการติดตามความคืบหน้าแผนงานโครงการต่างๆ ของศุลกากรอาเซียนเพื่อพัฒนาให้พิธีการศุลกากรในกลุ่มประเทศอาเซียนมีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพด้านป้องกันปราบปรามเพื่อวัตถุประสงค์ในการปกป้องสังคมและภูมิภาคแล้ว ยังจะมีการหารือกับศุลกากรประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมทั้งการหารือร่วมกับ ADEAN Customs-US Business Council ด้วย

นายสมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับความร่วมมือของศุลกากรอาเซียนที่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยผลักดันบทบาทของศุลกากรในการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการปกป้องสังคม ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังจะเห็นได้จากการนำระบบพิกัดศุลกากร ราคา และพิธีการศุลกากรที่เรียบง่ายและเป็นสากล การนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้แทนการยื่นใบขนสินค้า การนำระบบบริหารความเสี่ยง และการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยมาใช้แทนการตรวจแบบเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสินค้าทุกตู้ หรือทุกใบขนสินค้า เป็นต้น

ขณะเดียวกันศุลกากรอาเซียนได้มีโครงการที่จะเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบบูรณาการสำหรับการผ่านพิธีการศุลกากรนำเข้า ส่งออกภายในภูมิภาคเอาเซียน หรือ ASEAN SINGLE WINDOW (ASW) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิก รวมถึงช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และการใช้ทรัพยากรต่างๆ อันเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้คาดว่าการประชุมอธิบดีศุลกากรอาเซียน ครั้งที่ 19 จะเป็นการประชุมเพื่อสานต่องานตามเจตนารมณ์ของศุลกากรอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทศุลกากรในปัจจุบัน และอนาคต ที่มิได้มุ่งเน้นเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่แต่เพียงผู้จัดเก็บภาษี แต่หากมีบทบาทหลักที่สำคัญในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและปกป้องสังคม เพื่อให้การค้าของอาเซียนขยายตัว และการเคลื่อนย้ายสินค้าในภูมิภาคนี้เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว

ด้านนายประสิทธิ์ กล่าวว่า กรมศุลกากร ต้องปรับบทบาทจากการจัดเก็บภาษีมาให้บริการทางการค้า และนำระบบคอมพิวเตอร์มาเชื่อมโยงข้อมูลในอาเซียน เพื่อจะได้อำนวยความสะดวกและการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ รวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดจะนำมาพูดคุยกันในที่ประชุม และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน คิดว่าอีก 5 ปี ข้างหน้าทุกอย่างสะดวกยิ่งขึ้น การค้าจะไม่มีกำแพงกั้น 10 ประเทศต้องเดินตามไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปกรมศุลกากร ได้ดำเนินการมาหลายสิบปีและจะดำเนินการต่อไป ซึ่งปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงด้วยการแก้ไขกฎหมาย ก็ได้ดำเนินการไปแล้วและดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งกฎหมายอีก 2-3 ฉบับ กำลังจะนำเข้าสู่สภาฯ ในสมัยหน้า

…โสภณ เคี่ยมการ ภาพ/ ข่าว และสารภี ศรีธรรมรัตน์ / สนับสนุนข่าว .เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต /พิมพ์, เรียบเรียง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป