วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทอท. หาทางออกปัญหารถแท็กซี่สาธารณะและรถลีมูซีนในท่าอากาศยานภูเก็ต



ทอท. หาทางออกปัญหารถแท็กซี่สาธารณะและรถลีมูซีนในท่าอากาศยานภูเก็ต เบื้องต้นยินยอมให้เพิ่มรถทั้งบริษัทฯ และสหกรณ์อีกแห่งละ 30 คัน โดยไม่เก็บค่าสัมปทานในส่วนที่เพิ่ม


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 ที่ห้องประชุมสำนักงานท่าอากาศยานภูเก็ต คณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา นำโดยนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ประธานฯ ประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะและรถลีมูซีนในท่าอากาศยานภูเก็ต ร่วมกับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา นำโดยนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานฯ กระทรวงคมนาคม โดยนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงฯ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) นำโดยนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฯ จังหวัดภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีนายแสน เจริญจิตร์ ประธานกรรมการบริษัท ภูเก็ต ไม้ขาวสาคู จำกัด นายชูเกียรติ ปัญญาไวย์ รองประธาน สหกรณ์บริการรถยนต์บริการธุรกิจภูเก็ต จำกัด หรือ รถลีมูซีนสนามบินภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ

จากการนำเสนอปัญหาและทางออกของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้เวลาประมาณ ร่วม 2 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปว่า ทาง ทอท. ยินยอมให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มรถ โดยบริษัท ภูเก็ต ไม้ขาว สาคู จำกัด เพิ่มรถยนต์เก๋งจำนวน 30 คัน ส่วนของสหกรณ์บริการรถยนต์บริการธุรกิจภูเก็ต จำกัด เพิ่มรถยนต์ตู้ จำนวน 30 คัน โดยจะไม่มีการเรียกเก็บค่าสัมปทานเพิ่มจนกว่าจะหมดสัมปทาน หลังจากนั้นจึงมาวางกรอบข้อตกลงในเงื่อนไขสัมปทานใหม่ในประมาณปี 2555

นายเกชา กล่าวว่า การประชุมร่วมกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาของรถซึ่งได้รับสัมปทานจากท่าอากาศยานไทยในการให้บริการผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานภูเก็ต จากกรณีที่สหกรณ์ บริการรถยนต์บริการธุรกิจภูเก็ต จำกัด ไม่เห็นด้วยกับการที่ทางบริษัท ภูเก็ต ไม้ขาวสาคู จำกัด ขอเพิ่มรถยนต์ให้บริการอีก 30 คัน เนื่องจากมองว่ารถที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันมีเพียงพออยู่แล้ว และได้ให้มีการศึกษาความเพียงพอของรถที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

ด้านนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาการให้บริการที่ท่าอากาศยานภูเก็ตนั้นมีมานานแล้ว เพราะไม่ได้มีเฉพาะของ 2 บริษัทเท่านั้น แต่ยังมีรถของโรงแรม บริษัทนำเที่ยวและรถแท็กซี่ป้ายดำดังนั้นจึงควรจะวางระบบให้ชัดเจน โดยอาจจะใช้รูปแบบเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถที่จะทำมาหากินได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งยังสามารถที่จะควบคุมและสามารถที่จะพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการให้บริการได้ด้วย

ส่วนของนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) กล่าวว่า ทาง ทอท.ได้เสนอทางออกในปัญหาที่เกิดขึ้น โดยยินยอมให้ทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มรถฝ่ายละ 30 คัน ซึ่งส่วนของบริษัทภูเก็ต ไม้ขาว สาคู จำกัด เพิ่มรถยนต์เก๋ง 30 คัน ในขณะที่สหกรณ์ฯ เพิ่มรถยนต์ตู้ 30 คัน และจะไม่เก็บค่าสัมปทานในส่วนที่เพิ่มขึ้นใหม่จนกว่าจะหมดสัมปทาน ซึ่งบริษัทภูเก็ตไม้ขาวฯ จะหมดสัมปทานในเดือนมกราคม 2554 และจะมีการขยายให้เท่ากับสหกรณ์ฯ ซึ่งจะหมดสัมปทานในเดือนกันยายน 2555 หลังจากนั้นก็จะได้มีการมากำหนดกรอบกติกาในการบริหารกันใหม่ แต่คงจะไม่ใช่รูปแบบเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่อาจจะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม ซึ่งต้องมาพิจารณากันอีกครั้งในช่วง 6 เดือนก่อนที่จะหมดระยะเวลาของสัมปทาน

นายแสน เจริญจิตร์ ประธานกรรมการบริษัท ภูเก็ต ไม้ขาวสาคู จำกัด กล่าวว่า มีรถให้บริการอยู่ 80 คัน เป็นรถยนต์เก๋ง 20 คัน และรถยนต์ตู้ 60 คัน โดยจ่ายค่าสัมปทานให้กับทางการท่าฯ เดือนละ 1,004,000 บาท เหตุที่ขอเพิ่มรถยนต์เก๋งอีก 30 คัน นั้นก็เพื่อให้เพียงพอรองรับผู้ใช้บริการ และนำรายได้ส่วนหนึ่งมาช่วยรถยนต์ตู้โดยเฉพาะในช่วงหน้าโลว์ซีซั่นซึ่งมีผู้บริการน้อยมาก กับข้อเสนอที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ให้นั้น แม้ว่าจะยังไม่เป็นธรรมมากนัก แต่ก็รับได้ระดับหนึ่งและคงต้องมาว่ากันใหม่อีกครั้งในการเปิดสัมปทานใหม่

ขณะที่นายชูเกียรติ ปัญญาไวย์ รองประธาน สหกรณ์บริการรถยนต์บริการธุรกิจภูเก็ต จำกัด หรือ รถลีมูซีนสนามบินภูเก็ต กล่าวว่า ก็ยอมรับได้ในระดับหนึ่งกับเงื่อนไขที่มีการเสนอมา โดยปัจจุบันในส่วนของสหกรณ์ฯ มีรถยนต์เก๋งให้บริการอยู่ 150 คัน โดยจ่ายค่าสัมปทานให้กับการท่าฯ เดือนละประมาณ 1.1 ล้านบาท ซึ่งการได้เพิ่มรถยนต์ตู้เข้ามาอีก 30 คัน โดยไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานเพิ่ม ก็จะทำให้สามารถเฉลี่ยค่าใช้จ่ายของสมาชิกฯ ที่ต้องนำมาจ่ายค่าสัมปทานให้กับการท่าฯ ลดน้อยลง หลังจากนี้ก็จะได้นำไปแจ้งให้กับสมาชิกฯ ทราบเพื่อนำรถมาให้บริการต่อไป

ข้อมูลจาก :: เสงี่ยม เอียดตน ส.ปชส.ภูเก็ต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป