วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลงพื้นที่ 3 ตำบล สำรวจแหล่งเก็บน้ำชุมชน/หมู่บ้าน แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง
เวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 23 มีนาคม 2553 นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และคณะลงพื้นที่ ม.2 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ตตรวจสอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนตาฉาวซึ่งทางกรมชลประทานได้ทำการขุดลอกเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง แต่ติดปัญหาเรื่องการระบายน้ำเนื่องจากช่วงหน้าฝนน้ำจาก ต.เทพกระษัตรีจะไหลลงมายังอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมากทำให้อ่างไม่สามารถรองรับน้ำได้ทั้งหมด น้ำก็จะไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ด้านล่าง จึงได้มีการตรวจสอบเพื่อหาแนวทางในการระบายน้ำผันน้ำไปแบ่งให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค
นอกจากนี้นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและคณะยังได้เดินทางต่อไปเพื่อตรวจสอบการขยายอ่างเก็บน้ำบางอับช้างพื้นที่หมู่ 4 ต.สาคู อ.ถลาง ซึ่งทางกรมชลประทานได้เข้ามาทำการก่อสร้างไว้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แต่ไม่มีการพัฒนาทำให้แอ่งน้ำมีขนาดเล็ก เนื่องจากมีตะกอนทรายและหินตกลงมา ทำให้ความสามารถในการเก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งของอ่างเก็บน้ำบางอับช้างกักเก็บได้ในปริมาณที่ลดน้อยลง ทั้งนี้จากศึกษาออกแบบคาดว่าต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างขยายอ่างเก็บน้ำบางอับช้าง จำนวน 1,536,000 บาท
นายวิชัย กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งน้ำทั้งสองแหล่งว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ห้วงเวลานี้เป็นห้วงที่แล้งที่สุดของจังหวัดภูเก็ตและของทุกๆ จังหวัดของประเทศไทย เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนของจังหวัดภูเก็ตไม่มีแหล่งน้ำใหญ่ๆ ที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ข้ามปี ตนจึงเข้ามาดูพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบว่า แต่ละแหล่งน้ำที่ขาดแคลน เราจะทำการรื้อฟื้น หรือพัฒนาขุดลอกให้สามารถที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ได้ข้ามฤดูแล้ง ซึ่งอ่างเก็บน้ำบางอับช้างแห่งนี้ถ้ามีการพัฒนาจะสามารถรองรับความเดือดร้อนของประชาชนได้ประมาณ 200 กว่าครัวเรือน อีกจุดของตำบลสาคูคือขุมน้ำเขียว อยู่ใกล้กับวิทยาลัยเทคนิคถลางม.1 ต.สาคู ก็จะมีการเข้าไปขุดลอกเสียใหม่ด้วย ซึ่งตรงจุดนี้จะเกิดประโยชน์กับประชาชนประมาณ 900 กว่าครอบครัว
"ทางจังหวัดอยากให้มีอย่างน้อยหนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งน้ำชุมชนเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน อย่างน้อยฝนตกลงมาครั้งหนึ่งแล้วหยุดไปเราก็ยังสามารถเก็บน้ำได้เป็นเดือน อย่างนี้เป็นต้น ก็จะทำทุกตำบลไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ต.กะทู้ ต.ไม้ขาว จะทำทั่วๆ ไป ต้องทยอย จะเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนสองเดือนนี้ บางส่วนไม่ต้องใช้งบใช้ของทางราชการ เพราะฉะนั้นเราต้องรอต้องใจเย็นๆ ตนมาก็เพื่อจะมองเรื่องนี้เรื่องน้ำ เรื่องขยะ เรื่องเส้นทาง เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องร่วมกัน"
ด้านนายสุรพงศ์ ปัญญาไวย์ นายก อบต.สาคู กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ว่า ถั่วเฉลี่ยแล้วประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ที่มีความเดือดร้อนเรื่องภัยแล้ง เพราะว่าปีนี้จะประสบกับปัญหาภัยแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา ในส่วนของ อบต.สาคูตอนนี้ได้งบประมาณจังหวัดมา 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการขยายเขตเดินท่อประปาบริเวณหมู่ที่ 1 เพื่อรองรับความเดือดร้อนของประชาชนประมาณ 900 ครัวเรือน ส่วนที่สองเป็นแหล่งน้ำดื่มบางอับช้าง หมู่ที่ 4 ซึ่งกรมชลประทานได้มาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำไว้ แล้วก็การต่อท่อน้ำส่ง 12 นิ้ว แต่ปัจจุบันมีความตื้นเขิน ทางผู้ว่าฯ ก็ได้มาดูพื้นที่ เพื่อจะจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาตรงส่วนนี้มาให้ ซึ่งจะสามารถรองรับความต้องการของประชาชนประมาณ 200-300 ครัวเรือน
ขณะที่นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายก อบต.เชิงทะเล กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ ต.เชิงทะเลถือว่าวิกฤตพอสมควร ก็เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องไม่ว่าจะเป็น ต.กมลา หรือว่า ต.สาคู ก็เป็นความโชคดีที่ทางอบต.เชิงทะเล ได้รับความกรุณาจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ลงได้ลงดูพื้นที่จริงเพื่อรับทราบปัญหา ก็คิดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาได้ การพัฒนาเขาเก็ตหนีก็สามารถนำน้ำจากเทือกเขากมลามาสู่ ต.เชิงทะเลได้ เขื่อนตาฉาว หมู่ 2 ต.เชิงทะเล ก็สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้ประมาณ 600-700 ครัวเรือน ส่วนบ้านคลองสนิทโพธิ์ที่จะเก็บกักน้ำไว้ตรงนี้ก็จะทำให้ปริมาณน้ำดิบในพื้นที่สามารถให้น้ำหมู่ 4 หมู่ที่ 6 ก็สามารถบรรเทาตรงนี้ได้ ก็เป็นโอกาสดีคิดว่าพี่น้องจะต้องอดทดใช้น้ำอย่างประหยัด ให้ใจเย็น จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจทุกภาคส่วนช่วยกันก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้พ้นวิกฤตตรงนี้มาได้ แล้วก็แก้ไขอย่างยั่งยืนยะระยาว
"ปัจจุบันน้ำในพื้นที่ไม่เพียงพอ ใช้รถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน รวมทั้งใช้น้ำจากการประปาภูมิภาคด้วย ตรงส่วนนี้ก็ต้องขอแรงท่านผู้ว่าฯ กระตุ้นการประปาภูมิภาคเพื่อขยายเขตท่อเมน ส่วนท่อแยกย่อยนี้จะให้ทาง อบต.ดำเนินการอีกครั้ง" นายมาโนช กล่าวในที่สุด
อย่างไรก็ตามนอกจากสองพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและคณะยังได้เดินทางลงพื้นที่ ต.กมลาเพื่อตรวจสอบขุมน้ำบนเขาเก็ตหนี ซึ่งมีจำนวน 3 ขุม โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตมีแนวคิดที่จะพัฒนาแหล่งน้ำทั้ง 3 ขุม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้ง ต.กมลา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะแบ่งไปใช้ในส่วนของ ต.เชิงทะเลด้วย
ข้อมูลจาก :: สุระพงศ์ สวัสดิ์ผล ส.ปชส.ชัยภูมิ
----------------------------------------------------------------------
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป